|
นักเลี้ยงปลาในบ้านเราส่วนใหญ่นั้น มักจะคุ้นเคยกับคำว่า "สายพันธุ์" ในความหมายของคำว่า "Varieties"
เป็นส่วนใหญ่และให้ความสำคัญกับแต่ละ Varieties เสียเหลือเกิน ว่าแต่ละสายพันธุ์นั้น
(ในความหมายของ Varieties) มีลักษณะลวดลายที่ดีอย่างไร แต่ยังมีคำว่า "สายพันธุ์"
ในอีกความหมายหนึ่ง ซึ่งอยู่ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังความสำเร็จของนักเลี้ยงปลาระดับเซียนปลา แต่มักถูกมองข้ามโดยนักเลี้ยงปลามือใหม่ คำว่า "สายพันธุ์" ในที่นี้
มีความหมายแทนคำว่า "Bloodline" คำคำนี้จะสามารถใช้รับประกันคุณภาพของปลาได้มากน้อยเพียงใด
และเหตุใดปลาที่มาจากสายพันธุ์ดังๆ จึงเป็นที่หมายปอง "เซียนปลา" เชิญติดตามรายละเอียดได้เลยครับ สายพันธุ์โคฮากุ (KOHAKU BLOODLINE) |
||
| สายพันธุ์โกสุเกะ สายพันธุ์โทโมอิน สายพันธุ์แมนโซ สายพันธุ์เซ็นซุเกะ สายพันธุ์ไดนิชิ ผู้เพาะพันธุ์กับสายพันธุ์ |
![]() กำเนิดโคฮากุ ตามบันทึกเก่าแก่เล่ากันว่า ปลาคาร์พสีขาวแดงเริ่มปรากฎขึ้นมาในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1800 มีปลาคาร์พสีขาวที่มีแก้มสีแดงเรียกว่า Hookazuki ซึ่งเกิดขึ้นมาจากปลาคาร์พสีดำ (Magoi) ต่อมา ได้มีการนำปลา Hookazuki ไปผสมพันธุ์กับปลาคาร์พสีแดงล้วน (Higoi) ได้ลูกออกมาเป็นปลาสีขาวที่มีท้องสีแดง เรียกว่า Haraaka และปลาสีขาวมีแก้มหรือเหงือกสีแดง (Era-Hi) ในช่วงปี ค.ศ.1830 โดยในหนังสือบางเล่มนั้นก็ได้มีการกล่าวถึง ปลาคาร์พสีขาวแดง ที่มีสีแดงบนหัวบางส่วน (Zukinkaburi) มีสีแดงคลุมทั้งหัว (Menkaburi) มีปากสีแดง (Kuchibeni) และที่มีลวดลายแดงบนหลัง (Sarasa) เล่ากันว่าในช่วงราชวงศ์ Meiji (ค.ศ.1868 - 1912) ปลาคาร์พสีขาวแดงหรือโคฮากุ ก็เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในเขต Yamakoshi ในเมือง Niigata กันแล้ว และอีกหลักฐานหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับปลาโคฮากุก็คือ มีบันทึกว่า นาย Hikozaburo Hirazawa ได้นำเอาปลาโคฮากุไปโชว์ในงาน Taisho Exhibition ในช่วงราว ๆปี ค.ศ. 1914-1915 เป็นการยืนยันแน่ชัดว่ายุคนั้นมีปลาขาวแดงเกิดขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในยุคแรกๆ ถือว่า ยังไม่มีสายพันธุ์ปลาสีขาวแดงที่แน่นอน และยังไม่มีการเรียกชื่อว่า โคฮากุ กันที เดิมทีปลาคาร์พขาวแดงที่มีลักษณะลวดลายแดงบนหลัง เรียกกันว่า ซาราซา (Sarasa) ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเรียกว่า โคฮากุ ในภายหลัง ![]() . สายพันธุ์โกสุเกะ (Gosuke Bloodline) คำว่าสายพันธุ์ หรือ สายเลือด (Bloodline) ในปลาคาร์พนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติกับผู้ที่ผสมพันธุ์ปลาเหล่านั้น หรือตั้งตามชื่อฟาร์มที่ผลิตปลาเหล่านั้นออกมา จัดได้ว่าสายพันธุ์ปลาคาร์พนั้น ยังไม่นิ่งเท่ากับสายพันธุ์ของสุนัขหรือสัตว์บางชนิด โดยลูกปลาที่เกิดขึ้นมาเป็นผลผลิตของพ่อแม่พันธุ์ตัวนั้นๆ ที่มีลักษณะดี และให้ลูกหลานออกมาโดยมีลักษณะโครงสร้าง ผิวพรรณ และแนวทางของลวดลายคล้ายคลึงกับตัวเอง จึงถือได้ว่าเป็นความพยายามในการพัฒนาและความสำเร็จของผู้เพาะเลี้ยงปลา (Breeder) มากกว่า ปลาโคฮากุที่เริ่มจัดได้ว่า เป็นสายพันธุ์ที่แท้จริงสายพันธุ์แรก เกิดขึ้นในช่วงปลายยุคปี ค.ศ. 1800 เรียกได้ว่า เป็นต้นกำเนิดของโคฮากุยุคใหม่ เมื่อนาย Kunizo Hiroi แห่งฟาร์ม Gosuke ในเมือง Utogi ได้นำปลาคาร์พสีขาวแดงเพศผู้ที่มีลวดลายแดงเป็นจุดกระจายไปทั่วตัว (Goten Sakura) มาผสมพันธุ์กับ ปลาคาร์พสีขาวแดงเพศเมียที่มีลวดลายแดงคลุมทั้งหัว (Menkaburi) ได้ลูกปลาที่เป็น ปลาโคฮากุยุคใหม่ที่มีลวดลายแดงปรากฎอยู่ที่บนด้านหลัง (Sarasa) เรียกชื่อสายพันธุ์ ตามชื่อฟาร์มว่า Gosuke Kohaku และได้รับการยอมรับว่า เป็นสายพันธุ์ชนิดแรกของโคฮากุ เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Gosuke Sarasa หลังจากนั้นมาได้มีการผลิตสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายสายพันธุ์ ในยุคปลาย ค.ศ. 1800 ถึงต้นปี ค.ศ. 1900 โดยล้วนแล้วแต่ใช้พ่อแม่พันธุ์จาก Gosuke เช่นสายพันธุ์ Jeimonในช่วงปลายปี 1890 สายพันธุ์ Genjiro, สายพันธุ์ Genpachi ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และสายพันธุ์ Gorobei ในช่วงประมาณปี 1921 ซึ่งบางสายพันธุ์ ก็ถือได้ว่าหายสาบสูญไปหมดแล้ว TOP |
|
(ซ้าย - คุณปู่ Gosuke ผู้ที่เก็บรักษาพ่อแม่พันธุ์ Tomoin)(กลาง - แผนที่แสดงเขต Niigata และ Ojiya) (ขวา - Yogozen Kohaku สายพันธุ์ดั้งเดิม) | ||
. สายพันธุ์โทโมอิน (Tomoin
Bloodline)สายพันธุ์ Tomoin นั้นจัดเป็นหนึ่งในสายพันธุ์โคฮากุ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด โดยมีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์ Gosuke เช่นกัน ในช่วงประมาณปี 1935 นาย Goroji Sato ซึ่งมีฉายาที่เรียกกันว่าคุณปู่โกสุเกะ (Grandad Gosuke) ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ เป็นผู้นำเอาแม่พันธุ์โคฮากุสายพันธุ์ Gosuke มาจากฟาร์ม Sakuzen ในเมือง Shiodani ซื้อมาในราคา 500 เยน มาขายต่อให้กับฟาร์ม Koide ซึ่งฟาร์ม Koide ก็ไม่ได้มีการนำเอาแม่พันธุ์ตัวนั้นไปผสมพันธุ์ Grandad Gosuke จึงขอซื้อคืนและนำไปขายให้กับนาย Genji Hoshino เจ้าของฟาร์ม Tomoin (บางแห่งเรียก Tomoemon) ซึ่งได้ทำการผลิตลูกปลาโคฮากุ ออกมาจากแม่พันธุ์ตัวดังกล่าวขึ้นมาเป็นจำนวนมากเป็นครั้งแรก และได้รับการยอมรับกันว่า เป็นสายพันธุ์โคฮากุที่แท้จริง หรือเป็นสายพันธุ์ที่นิ่งสายพันธุ์แรก แม่พันธุ์ Tomoin ตัวดั้งเดิมนั้น มีประวัติการเดินทางที่ยืดยาวมากคือในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ้าของฟาร์ม Tomoin มีอาการป่วยอย่างรุนแรง และได้เลิกผสมพันธุ์ปลาในขณะนั้นและยังไม่ได้ให้อาหารแม่พันธุ์ตัวดังกล่าวกินอีกด้วยเป็นเหตุให้แม่ปลานั้นผอมจนอยู่ในสภาพใกล้ตาย Grandad Gosuke คนเดิมมาพบเข้าจึงขอซื้อคืนอีกครั้ง และนำไปให้น้องชายของตน ที่ชื่อว่านาย Tomisaku Sakai แห่งฟาร์ม Matsunosuke ช่วยดูแล ซึ่งนาย Sakai ได้นำไปเลี้ยงดูเป็นอย่างดี จนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ในราวปี 1953 Grandad Gosuke ก็นำเอาแม่พันธุ์ตัวนั้น ไปขายให้กับนาย Ichiro Mano แห่งฟาร์ม Izumiya ไปพร้อมกับพ่อพันธุ์อีก 2 ตัว ในราคา 11,000 เยน จัดได้ว่าในยุคนั้น ไม่เคยมีปลาตัวใดมีราคาถึง 10,000 เยนมาก่อน ซึ่งนาย Ichiro Mano แห่ง Izumiya ได้นำปลาตัวนั้น ไปเป็นแม่พันธุ์ และก็ยังส่งเข้าประกวดไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ซึ่งแม่พันธุ์ตัวนี้ ก็ชนะในทุกรายการที่เข้าประกวด โดยได้รางวัลชนะเลิศประมาณ 3 ครั้ง ฟาร์ม Izumiya ใช้แม่พันธุ์ตัวนี้ผสมพันธุ์อยู่นานประมาณ 10 ปี ลักษณะเด่นของปลาโคฮากุสายพันธุ์ Tomoin คือสีแดงที่เข้มและลึกมาก อาจเกิดเงาดำคล้ายๆ โกโรโมะ ขึ้นเล็กน้อยเมื่อปลามีอายุ 3 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มว่า โคฮากุบางตัวของสายพันธุ์ Tomoin รุ่นเก่าๆ มีโอกาสที่จะมีจุดสีดำที่ไม่ต้องการ ปรากฎขึ้นมาได้ ฟาร์มดังๆ หลายแห่งนิยมใช้สายพันธุ์ Tomoin เช่น ฟาร์ม Matsunosuke ในยุคแรกๆ ฟาร์ม Yoshitani ฟาร์ม Izumiya เป็นต้น แต่ก็ยังเรียกขานกันว่าเป็นสายพันธุ์ Tomoin อยู่เพื่อเป็นการให้เกียรติฟาร์มแรก ที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมา ลูกๆ ของสายพันธุ์ Tomoin ได้ถูกนำไปพัฒนาเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่อกันอย่างมากมาย เช่นสายพันธุ์ Yagozen ซึ่งเป็นที่นิยมมากเช่นกัน เกิดขึ้นมาประมาณ 10 ปีหลังจากสายพันธุ์ Tomoin และไม่เพียงถูกนำไปพัฒนาเป็นปลาโคฮากุเท่านั้นบางฟาร์มก็นำสายพันธุ์ Tomoin ไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตปลาซันเก้ (ขาว แดง ดำ) ด้วย TOP ![]() .สายพันธุ์ แมนโซ (Manzo Bloodline) Manzo เป็นอีกสายพันธุ์โคฮากุที่มีชื่อเสียงมาก โดยใช้แม่พันธุ์ที่ผลิตขึ้นจากฟาร์ม Genpachi สายเลือด Gosuke และพ่อพันธุ์มาจากฟาร์ม Sankuro (ฟาร์ม Sankuro ใช้แม่พันธุ์จาก Izumiya และพ่อพันธุ์จาก Kyubei) ลักษณะเด่นของสายพันธุ์ Manzo คือ มีสีแดงที่เข้มมาก และมีขอบด้านหลังของลวดลายสีแดง (Kiwa) ที่มีลักษณะโค้ง สายพันธุ์ Manzo เป็นที่นิยมในเขต Yamakoshi เนื่องมาจากคุณภาพน้ำในบริเวณนั้นเหมาะกับสายพันธุ์ Manzo พ่อแม่พันธุ์โคฮากุ ของหลายฟาร์มดังใช้สายพันธุ์นี้ เช่น ฟาร์ม Dainichi , ฟาร์ม Sakai of Hiroshima , ฟาร์ม Torazo, ฟาร์ม Hoshikin, ฟาร์ม Miyajima และฟาร์ม Igarashi เป็นต้น รวมทั้งเป็นพ่อพันธุ์ตัวสำคัญในการผลิตปลาซันเก้สายพันธุ์ Torazo ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย TOP
.สายพันธุ์เซ็นซุเกะ (Sensuke
Bloodline)อีกหนึ่งสายพันธุ์ดังของโคฮากุ ก็คือสายพันธุ์ Sensuke ซึ่งนาย Sakutaro Tsuna เจ้าของฟาร์ม Sensuke แห่งตำบล Budokubo เมือง Kawaguchi ผลิตขึ้นมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ พ่อแม่สายเลือด Tomoin จากฟาร์ม Tsuneshichi กับแม่พันธุ์ซึ่งไม่ได้ระบุว่ามาจากที่ใด ผลผลิตที่ได้จาก Sensuke ในยุคแรกๆ มีปริมาณที่น้อยมากมีลักษณะเด่นในเรื่องของโครงสร้างของรูปร่าง และสีแดงที่สว่างสดใส
ในยุคกลางทศวรรษ 1970 ถึงกลางทศวรรษ
1980 สายพันธุ์ Sensuke นั้นจะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
และได้มีการผลิตออกมาเป็นจำนวนมากขึ้น สาเหตุหนึ่งก็เพราะมีขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้น ปลาส่วนมากจะไม่ใหญ่ขนาดนี้ปลาที่มีขนาด 60
เซนติเมตร ขึ้นไปก็นับว่าเป็นปลาจัมโบ้แล้ว ผู้ที่ตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ ก็คือ นาย Iizaka
แห่งฟาร์ม Matsue Nishikigoi Center เพื่อเป็นเกียรติกับผู้พัฒนาสายพันธุ์
ปลาโคฮากุสายพันธุ์ Sensuke มีชื่อในเรื่องของขนาดที่สามารถเติบโตเป็นปลาจัมโบ้ มีโครงสร้างของกรามที่ใหญ่
รูปหน้าโค้งมนและกว้าง เมื่อปลามีขนาดใหญ่ ลักษณะแก้มจะดูเหมือนสุนัขพันธุ์บูลด๊อก มีสีแดง (Hi)
ที่สดสว่างเป็นสีแดงอ่อน แม้ว่าจะไม่ได้รับการเร่งสี เพราะในยุคที่เกิด Sensuke ใหม่ๆ
นักเลี้ยงปลายังไม่รู้จักการใช้สารเร่งสีปลาเหมือนในปัจจุบัน ขอบลวดลายของสีแดงมีความคมดีบริเวณหัว และช่วงบนของลำตัวในส่วนกลางลำตัวลงไปทางหาง
ขอบสีด้านหน้า (Sashi) จะไม่คมหรือหนาแน่นเท่า เรียกว่า Moruzome
ลักษณะของขอบสีแดงด้านหลัง (Kiwa)
ค่อนข้างเป็นแนวเรียบ สายพันธุ์ Sensuke ในยุคแรกนั้น ยังมีลวดลายที่ไม่ค่อยสวยงามนัก
จนกระทั่งรุ่นต่อๆ มาซึ่งฟาร์ม Sakai of Hiroshima ได้ซื้อปลา Sensuke
ไปใช้ผสมพันธุ์ และได้ผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพ และมีลวดลายสวยงามออกมาเป็นจำนวนมาก ฟาร์มดังที่นิยมใช้แม่พันธุ์
Sensuke นอกจากฟาร์ม Sakai of Hiroshima
แล้วก็ยังมีฟาร์ม Marusei Koi Farm หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ
Seitaro ซึ่งจริงจังกับการใช้สายพันธุ์นี้มาก บางฟาร์มก็นำสายพันธุ์ Sensuke
ไปพัฒนาต่อ เช่น ฟาร์ม Ogawa โดยผลิตเป็นสายพันธุ์ใหม่ของตัวเอง แต่ก็ยังให้เกียรติต้นกำเนิดเดิมโดยเรียกว่า
Ogawa Sensuke ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่อง Shiroji
หรือความขาวว่าขาวประดุจหิมะ สายพันธุ์ Sensuke อาจจะไม่เป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้เพาะพันธุ์ปลาใน
Niigata เท่ากับ Tomoin
แต่ก็เป็นที่นิยมกันมากสำหรับผู้เพาะพันธุ์ในแถบตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น
TOP![]() .สายพันธุ์ไดนิชิ (Dainichi Bloodline) จัดเป็นสายพันธุ์สมัยใหม่ที่มีชื่อเสียงมาก ผู้ที่ผลิตสายพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับจากฟาร์มผู้ผลิตอื่นๆ ยกย่องให้เป็นอัจฉริยะ ก็คือ นาย Minoru Mano ซึ่งเพิ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆ นี้ สายพันธุ์ Dainichi พัฒนามาจากพ่อแม่สายพันธุ์ Manzoและสายพันธุ์ Tomoin สามารถผลิตได้ปลาคาร์พ โคฮากุที่มีขนาดใหญ่และมีโครงร่างสวย มีลักษณะของหลังบริเวณรอยต่อกับหัวเป็นโหนกขึ้นมา (Bridge Back) ซึ่งแสดงถึงโครงร่างที่มีช่วงไหล่กว้างใหญ่ช่วยให้ปลาเติบโตได้มาก มีคุณภาพของสีแดงที่สดสว่าง ลักษณะแดงอมส้ม และหนาลึก ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าเป็นอีกสายพันธุ์โคฮากุที่สำคัญ Dainichi Kohaku ก็ได้ถูกนำไปใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในฟาร์มชื่อดังต่างๆ อีกมากมาย เช่น ฟาร์ม Sakai of Hiroshima และ ฟาร์ม Momotaro แห่งเมือง Okayama เจ้าของบ่อขุนปลาควบคุมสภาวะขนาดยักษ์ ความจุ 400,000 แกลลอน เป็นต้น ซึ่งโคฮากุของสองฟาร์มนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความใหญ่กว่าใคร ลูกปลา Tosai (อายุไม่เกินหนึ่งปี) โตถึงประมาณ 30-45 ซม. ในอดีตลูกปลา Tosai มักมีขนาด 10-15 ซม. เป็นอย่างมาก นักเลี้ยงปลาคาร์พชาวไทยอาจฟังแล้วไม่ตื่นเต้นนัก เพราะสามารถบำรุงอาหารกันอย่างหนักได้ตลอดทั้งปี แต่หากพิจารนาถึงสภาพฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแทบจะต้องอดอาหารปลาในช่วงหน้าหนาวยาวราว 4 เดือนแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย TOP
.ผู้เพาะพันธุ์กับสายพันธุ์ สายพันธุ์โคฮากุไม่ได้มีเพียงเฉพาะ ที่ได้กล่าวถึงมาแล้วเท่านั้น ยังมีฟาร์มอีกหลายฟาร์ม ที่ผลิตโคฮากุได้มีคุณภาพและได้รับการยกย่องให้เป็นสายพันธุ์อีกเช่นกัน แต่อาจไม่เป็นที่แพร่หลายเท่ากับที่ได้กล่าวมา เช่นสายพันธุ์ Yamanashi ผลิตโดยฟาร์ม Maruyama ซึ่งมีรากฐานมาจากสายพันธุ์Manzo มีลักษณะเฉพาะคือ มีลวดลายสีแดงที่สดสว่าง หนา และมีความเป็นเงางาม (Luster) มาก และมีขอบของลายแดงด้านหลัง (Kiwa) ที่มีลักษณะโค้งมน เป็นต้น ดังที่กล่าวในเบื้องต้น สายพันธุ์ของปลาคาร์พนั้นยังไม่นิ่งสนิท แต่ละฟาร์มที่มีชื่อเสียงที่ผลิตปลาคุณภาพออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และมีลูกปลาเป็นที่ต้องการในตลาดสูง ฟาร์มเหล่านั้นจะมีพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีอยู่ในความครอบครอง และออกสืบเสาะหาพ่อแม่พันธุ์จากหลายสายพันธุ์ และแหล่งต่างๆ มาไว้ใช้ ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่ดีนั้นมีราคาสูงมาก และได้มีการทดลองจับคู่มาหลายครั้งหลายหนเพื่อหาคู่ที่ลงตัว ซึ่งบ่อยครั้งจะเป็นการจับคู่ข้ามสายพันธุ์กันอีกนัยหนึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้จะหาสายพันธุ์ใดที่บริสุทธิ์แท้ๆ นั้นแทบจะไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ Tomoin แท้ๆ หรือสายพันธุ์ใดก็ตาม ล้วนแต่เรียกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ผสมทั้งนั้น ฟาร์มขนาดใหญ่อย่าง
Sakai of Hiroshima มีสต็อกของพ่อแม่พันธุ์อยู่เป็นจำนวนมาก และมาจากหลายสายพันธุ์ เช่น จาก
Dainichi จาก Matsunosuke
จาก Maruyama และจาก Sensuke
เป็นต้น และมักจะเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์เป็นส่วนใหญ่ โดยผลิตได้ปลาโคฮากุที่ได้รับรางวัล
Grand Champion ในรายการใหญ่ๆ เช่น All Japan Show และ ZNA
National Show หลายครั้งหลายหน ฟาร์มมีชื่ออื่นๆ อีกหลายฟาร์มก็ไม่ได้มีสายพันธุ์ของตนเอง เช่นฟาร์ม
Hasegawa และฟาร์ม Seijuro ซึ่งเป็นฟาร์มที่เจ้าของฟาร์มนั้น
ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อพ่อแม่พันธุ์โคฮากุชั้นดีจากสายพันธุ์ดังกล่าวมาไว้ใช้ในการผสมพันธุ์ ในหนังสือปลาคาร์พต่างประเทศ บางฟาร์มใช้ภาพของพ่อแม่พันธุ์
เป็นภาพโฆษณาฟาร์มของตน เพื่อต้องการโชว์ให้ลูกค้าเห็นว่า มีพ่อแม่พันธุ์ที่ดี และลูกค้าสามารถคาดหวังคุณภาพ ของลูกปลาจากฟาร์มนั้นได้ ถึงแม้ปลาคาร์พบางตัวจะพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุเพียง
1 - 2 ปี แต่ฟาร์มชั้นดีในญี่ปุ่น จะเน้นการใช้พ่อแม่พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่
แม่พันธุ์นั้นมักมีขนาดมากกว่า 80 ซม. ขึ้นไป เพราะจะสามารถผลิตไข่ได้เป็นจำนวนมาก และให้ลูกปลาที่มีขนาดใหญ่ มีลักษณะโครงสร้าง
และคุณภาพของผิวและเม็ดสีที่ดี ส่วนพ่อพันธุ์มักใช้ขนาด 70 ซม.ขึ้นไป จะมีข้อยกเว้นบ้างสำหรับบางฟาร์ม
ที่ใช้พ่อพันธุ์ขนาดย่อมกว่าที่กล่าวมา แต่ก็จะพิถีพิถันเรื่องโครงสร้างของรูปร่าง และแนวโน้มที่พ่อพันธุ์ตัวนั้นจะสามารถโตได้มาก และมีลักษณะของลวดลายที่ดี ซึ่งเชื่อว่า
สามารถถ่ายทอดแนวทางของลวดลายให้กับลูกปลาบางส่วนได้ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกนั้นจะมีลวดลายเหมือนกับพ่อแม่โดยสมบูรณ์ หลายฟาร์มเชื่อว่า ตัวพ่อพันธุ์มีความสำคัญ
60 - 70 %
ในการให้ลักษณะลูกที่ดี อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาเป็นเพียงแนวทาง ที่ผู้เพาะเลี้ยงส่วนใหญ่ให้ความเห็นกันไว้ แต่ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะได้ลูกปลาที่ดีเสมอไป
การจับคู่ที่เหมาะกันนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ (รวมทั้งโชค) จริงๆ ดังนั้นบางฟาร์มที่มีชื่อ สามารถผลิตลูกปลาดี เพราะมีพ่อแม่ที่ดีเข้าคู่เหมาะเจาะกัน บางครั้งก็เหมือนนั่งอยู่บนระเบิดเวลา
หากวันหนึ่งสูญเสียพ่อหรือแม่พันธุ์ตัวใดตัวหนึ่งไป ก็อาจไม่สามารถหาคู่ที่เหมาะสมมาทดแทนกันได้เช่นเดิม ฟาร์มที่มีชื่อเสียงจึงต้องพยายามแสวงหา
และสะสมพ่อแม่พันธุ์ชั้นเลิศไว้ให้เพียงพอ ดังนั้นการเลือกซื้อปลาจากฟาร์มที่ดี มีพ่อแม่พันธุ์คุณภาพ มีผลงานผลิตปลาในรุ่นก่อนๆที่ประสพความสำเร็จ
หรือมีโอกาสเห็นคุณภาพของพี่น้องรุ่นก่อนๆ จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้ปลาดีในอนาคตมากขึ้น โดยเฉพาะนักเลี้ยงปลา ที่ชอบสะสมปลาประเภท
Tategoi หรือปลาอนาคต
TOP | ||
เรื่องและภาพโดย www.siamkoi.com |