|
ปลาไทโช ซันเก้
หนึ่งใน
Big Three ที่ถึงแม้ว่าจะมีต้นกำเนิด
หลังปลาโคฮากุถึงศตวรรษเศษ แต่ก็มีความเป็นมาที่น่าสนใจ ตลอดจนผ่านวงล้อแห่งการพัฒนาสายพันธุ์
(Bloodline) ที่ยาวนานไม่แพ้กัน
ปลาสามสีแห่งยุคไทโชมีประวัติความเป็นมาอย่างไร
เชิญติดตามรายละเอียดได้เลยครับ
สายพันธุ์ซันเก้ (SANKE BLOODLINE) |
||
|
สายพันธุ์โทราโซ สายพันธุ์ซาดาโซะ สายพันธุ์จินไบ สายพันธุ์คิชิไน สายพันธุ์มัตซึโนซึเกะ ผู้เพาะพันธุ์กับสายพันธุ์ |
กำเนิดซันเก้
ในราวปี ค.ศ. 1914
นาย Heitaro Sato
ในตำบล Uragara
ได้ผสมพันธุ์ปลาคาร์พสีขาวแดง
โดยใช้แม่พันธุ์โคฮากุ
1
ตัวกับพ่อพันธุ์โคฮากุ
2
ตัว ซึ่งหนึ่งในพ่อพันธุ์นั้นมีจุดสีดำ
2 จุดปรากฎอยู่ที่บริเวณชายโครงใกล้กับโคนครีบอก
ได้ลูกปลาโคฮากุออกมาหลายตัว
ปรากฎว่ามีลูกปลาอยู่จำนวนหนึ่งมีจุดสีดำปรากฎขึ้นบนลวดลายขาวแดง
สร้างความแปลกใจให้กับนาย
Sato
มาก นาย
Sato
ได้ชักชวนเพื่อนนักขายปลาคนหนึ่งมาดู
ซึ่งเพื่อนแนะนำว่า หากนาย
Sato
นำปลาเหล่านี้มาขายปนกับโคฮากุแล้ว
ก็จะทำให้ขายปลาโคฮากุไม่ได้
และให้นำปลา 3
สีชุดนี้
ไปต้มซีอิ๊วกินเป็นอาหารเสีย
นาย
Sato ได้ทำตามคำแนะนำของเพื่อนโดยทยอยนำปลาเหล่านั้นไปทำเป็นอาหาร
จนเหลือเพียง
3 ตัวสุดท้าย
อย่างไรก็ตามโชคดีที่ลูกชายของนาย
Sato
ขอให้เก็บปลา 3
ตัวนี้ไว้ก่อน
และนำไปเลี้ยงไว้ ในกระชังลอยน้ำ
ซึ่งต่อมานาย
Chuzo Kawakami
จากฟาร์ม
Torazo
มาพบเข้าเกิดความสนใจ
จึงขอซื้อต่อไปในราคา
3
Sen (1Sen=0.01Yen)
ในปีต่อมา นาย
Sato
ได้ทำการผสมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์โคฮากุชุดเดิมอีก
แต่ผลผลิตที่ได้
มีลูกปลาที่มี 3
สี ปรากฎขึ้นเพียง
10
ตัวเท่านั้น
ต่อมาปี
1916
นาย
Heitaro Sato ได้ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชุดนี้ไปให้กับฟาร์ม
Chobei of Yamanaka
ซึ่งได้ใช้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชุดนี้
ผลิตลูกปลาได้หนึ่งปี
แล้วจึงขายต่อไปให้กับ
นาย Eizaburo
Hoshino
แห่ง Takezawa
ในปี 1917
ด้วยราคา 45
เยน ตามตำนานเล่าว่า นาย
Eizaburo Hoshino
ผู้นี้แหละ คือผู้ที่ให้กำเนิดปลาคาร์พ
3 สี
ขาวแดงดำ ที่เรียกว่า ไทโช ซันเก้
(Taisho Sanke)
ขึ้นมาเป็นคนแรก คำว่า
Taisho Sanke นั้น ในภาษาญี่ปุ่น
เมื่อเขียนเป็นอักขระจีนแล้ว สามารถอ่านอีกอย่างได้เป็น
Taisho Sanshoku แต่นิยมเรียกสั้นๆว่า
Sanke แปลว่า
3 สี
ส่วนTaisho
นั้นแสดงให้เห็นว่าปลาชนิดนี้กำเนิดขึ้นในสมัยราชวงศ์
Taisho (ค.ศ
1912-1926) อย่างไรก็ตามบางตำราระบุว่าก่อนหน้านั้นในช่วงกลางยุคราชวงศ์
Meiji
(ค.ศ
1868-1912) เคยมีปลา
3
สี ปรากฎขึ้นมา เรียกว่า
Yohachi Sanke
ซึ่งผลิตโดยนาย
Yohachi Tachikawa
แห่งเมือง
Fukuro ใกล้ๆ กับเมือง
Niigata โดยเป็นปลา
Sanke ที่มีสีดำเป็นสี
Cobalt Blue อยู่บนลวดลายโคฮากุเกิดขึ้นเช่นกัน
.
สายพันธุ์โทราโซ (Torazo)
กล่าวกันว่า ปลาคาร์พไทโช ซันเก้ทุกตัว ล้วนมีสายเลือด Torazo ผสมอยู่ทั้งนั้น ตามประวัติแล้ว Torazo ซื้อลูกปลาซันเก้มาจาก Heitaro Sato ตั้งแต่ปี 1915 แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตลูกปลาซันเก้ ที่มีคุณภาพได้สายพันธุ์ Torazo Sanke ที่แท้จริงเกิดขึ้นในปี 1949 โดยนาย Torakichi Kawakami ได้นำแม่พันธุ์ซันเก้ มาจาก นาย Eizoburo Hoshino มาผสมกับพ่อพันธุ์ซันเก้ 1 ตัว และพ่อพันธุ์โคฮากุ สายพันธุ์ Yagozen 1 ตัว สามารถผลิตลูกปลาซันเก้ที่มีคุณภาพขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และเป็นที่นิยมแพร่หลายในขณะนั้น Torazo ใช้พ่อแม่พันธุ์ชุดนี้ ผลิตลูกปลาอยู่เป็นเวลา 4 ปี พ่อพันธุ์โคฮากุ Yagozen ก็ตายลง หลังจากนั้นถึงแม้ Torazo จะพยายามหาพ่อพันธุ์ โคฮากุตัวใหม่ที่มีสายเลือด Yagozen มาผสมกับแม่พันธุ์ตัวเดิมอีก ก็ไม่สามารถที่จะผลิตลูกปลาซันเก้ที่มีคุณภาพดีเช่นเดียวกับชุดที่เกิดขึ้นในระหว่างปี 1949-1953 ได้เชื่อกันว่า ผลิตผลซันเก้ ที่ดีของ Torazo เกิดมาจากพ่อพันธุ์ Yogozen Kohaku ตัวนั้นนั่นเอง Torazo Sanke นั้นขึ้นชื่อว่ามีโครงสร้างรูปร่างสวย และมี Sumi หรือสีดำในปริมาณมาก ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะเด่นของปลาซันเก้ทีเดียว โดยปริมาณสีดำของ Torazo มีมากกว่าของสายพันธุ์ Kichinai แต่ไม่มากเท่ากับสายพันธุ์ Jinbei กล่าวคืออยู่ประมาณกึ่งกลางของ Jinbei กับ Kichinai นั่นเอง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Shima Sanke Shima แปลว่า เส้น ซึ่งหมายถึงเส้นสีดำ ที่ปรากฎอยู่บนครีบอกนั่นเอง นอกจากนั้น Torazo Sanke ยังมี ลักษณะเฉพาะอีกเช่น ลูกปลาบางตัวจะโชว์ลวดลายดำ (Sumi) บนตัวขณะอายุประมาณ 3 เดือน และจะเริ่มจางหายไปขณะที่มีอายุประมาณ 12 เดือน หลังจากนั้นลวดลายดำจะเริ่มกลับมาปรากฎอีกครั้งเมื่อปลามีอายุ 3 ปี TOP |
|
| ||
. สายพันธุ์ซาดาโซะ (Sadazo Bloodline) 2 สายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ของซันเก้ก็คือ Torazo และ Sadazo โดยสายพันธุ์ Sadazo พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1951-1952 โดย นาย Sadazo Kawakami ใน Nigorisawa ซึ่งแม่พันธุ์ของ Sodazo เป็นปลาโคฮากุสายพันธุ์ Tomoin ซึ่งมีจุดดำเล็กๆ ปรากฎ อยู่ ส่วนพ่อพันธุ์ 2 ตัวไม่ได้ระบุว่ามาจากที่ใด ลักษณะเด่นของ Sadazo Sanke ก็คือเป็นซันเก้ที่มีลักษณะสมัยใหม่มาก อย่างที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ปริมาณของสีดำมีไม่มากนัก ลวดลายของสีดำมีขนาดย่อมๆ หรือมีขนาดเล็ก และมีสีดำส่วนหนึ่งที่ฝังซ่อนอยู่ใต้ผิว TOP
.
สายพันธุ์จินไบ หรือ จินเบ
(Jinbei Sanke)
เกิดขึ้นในช่วงราวปี 1962-1963 โดยใช้แม่พันธุ์จาก Torazo ส่วนพ่อพันธุ์ไม่มีการกล่าวถึง เป็นสายพันธุ์ซันเก้ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากในอดีต มีลักษณะเด่นคือ มีลวดลายและปริมาณสีดำจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีดำจะปรากฎชัดและมีปริมาณมากขึ้นเมื่อนำปลามาเลี้ยงในบ่อปูน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสีดำปรากฎให้เห็นอยู่เพียงเล็กน้อย หลายคนบรรยายถึง Jinbei Sanke ว่ามีปริมาณของสีขาว สีแดง และสีดำ อยู่ในสัดส่วนพอๆกัน ฟาร์มที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตลูกปลา Jinbei มากที่สุดคือฟาร์ม Izumiya ปัจจุบันสายพันธุ์ Jinbei เสื่อมความนิยมลงไปบ้างเมื่อเทียบกับในอดีต แต่ก็ยังมีฟาร์มอีกจำนวนมากที่ยังใช้พ่อแม่พันธุ์ Jinbei อยู่ TOP
.
สายพันธุ์คิชิไน (Kichinai Bloodline)เกิดขึ้นประมาณปี 1965 โดยใช้แม่พันธุ์จาก Sadazo และพ่อพันธุ์ 2 ตัวคือ โคฮากุ สายพันธุ์ Tomoin และซันเก้สายพันธุ์ Torazo มีสีแดง (Hi) ปริมาณมากในบริเวณหัว และมักจะมีลวดลายสีแดงเป็นตอนๆ (Step Kohaku) เช่น มีลายแดงที่หัวเป็น Maruten (มงกุฎครอบหัว) เว้นพื้นขาว ต่อด้วยตอนสีแดง แล้วก็เว้นพื้นขาวอีกเป็นต้น บางตัวก็มีสีแดงมากทั้งตัว ในลักษณะของ Aka Sanke ลักษณะที่เด่นชัดคือ ลวดลายดำ (Sumi) จะมีขนาดเล็ก และมีปริมาณไม่มาก ลายดำมักเกิดอยู่บนพื้นขาวที่เรียกว่า Tsubo Sumi ซึ่งเป็นที่นิยมในระยะหลัง ฟาร์มที่นิยมผลิต Kichinai Sanke คือฟาร์ม Miyatora สายพันธุ์ Kichinai นี้ มีการผลิตขึ้นในปริมาณที่ไม่มากนัก หากเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ TOP
.
สายพันธุ์มัตซึโนซึเกะ
(Matsunosuke Bloodline)
คงต้องกล่าวว่าเป็นสายพันธุ์ซันเก้ที่ดังที่สุดในปัจจุบัน โดยมีต้นกำเนิดมาจากฟาร์ม Yamamatsu สายพันธุ์ Matsunosuke เก่า โดยเริ่มในช่วงปี 1965 แต่ก็ยังไม่มีชื่อเสียง เท่ากับสายพันธุ์ Matsunosuke ใหม่ซึ่งพัฒนาขึ้นมาในช่วงราวปี 1979 - 1980 โดยการนำเอาน้ำเชื้อของปลาคาร์พสีดำ (Magoi) พันธุ์ดั้งเดิมซึ่งมีขนาดใหญ่ และมีเกล็ดแบบ Fukurin เข้ามาผสมกับ Matsunosuke Sanke ทำให้ได้ผลิตผลที่เป็นปลาซันเก้ที่สามารถโตได้มาก ปลา Matsunosuke ส่วนใหญ่จะโตได้ถึง 82 - 85 เซนติเมตร หรือกว่านั้น และยังสามารถรักษาคุณภาพของลวดลายและสีอยู่ได้ ซึ่งในอดีตปลาส่วนใหญ่จะโตได้เพียง 70-75 เซนติเมตรเท่านั้น และหากโตมากมักมีปัญหาเรื่องสีแตกเกิดขึ้น ลักษณะเด่นของ Matsunosuke Sanke นอกจากจะมีขนาดใหญ่โต ยังมีสีแดงที่สดเป็นเลือดนก ขาวดุจหิมะ และดำที่ดำสนิท ลักษณะของสีดำขณะที่เป็นปลาเล็กจะมีลักษณะสีเทาอมฟ้าจางๆ จนกระทั่งอายุปลาประมาณ 4 - 5 ปี จึงจะเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีดำเข้มมากเมื่อปลาโตเต็มที่ สีแดงที่สด เป็นผลมาจากแหล่งน้ำที่เพาะพันธุ์เป็นแหล่งน้ำแร่ Matsunosuke ไม่นิยมใช้สาหร่าย Sprilulina ช่วยเร่งสีในขณะที่ปลามีอายุต่ำกว่า 3 ปี เพราะเชื่อว่าสาหร่าย Sprilulina มีผลกระทบต่อโครงร่างของปลาในช่วงแรกของการเจริญเติบโต ลักษณะของเกล็ดจะเป็นแบบ ฟุกุริน (Fukurin) คล้ายกับ ปลาจำพวกโอกอน (Ogon) ในขณะที่เป็นปลาเล็ก เกล็ดจะดูเป็นเงาสะท้อนเล็กน้อย คล้ายกับเกล็ดกินรินอ่อนๆ จะเห็นเป็นเกล็ด Fukurin ได้ชัดเจน ก็เมื่อปลาโตขึ้นอายุประมาณ 4 - 5 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นลักษณะแปลกอีกอย่างของ Matsunosuke Sanke ก็คือ บางตัวจะมีการพัฒนารูปร่าง ไปทางด้านความยาวก่อนในขณะที่ยังไม่โตเต็มที่ หลังจากนั้นจึงเริ่มเพิ่มความหนา และกว้างของลำตัวขึ้นช้าๆ
จัดเป็นปลาที่ใช้เวลาในการพัฒนานานมาก บางคนกล่าวว่า
Matsunosuke เป็นผู้ผลิต
Tategoi (ปลาอนาคต) ไม่ใช่ผู้ผลิตปลาคาร์พ
ในอดีตคนไม่นิยมซื้อปลาอายุ
1 - 2
ปีของ
Matsunosuke
เพราะยังดูไม่ค่อยสวย จนกระทั่งเมื่อปลาอายุ
3 ปีขึ้นไป
ก็จะมีแต่คนมาแย่งซื้อกัน
ฟาร์มต้นตำรับของ Matsunosuke
ก็คือ ฟาร์ม Yamamatsu
(Matsu คือที่มาของคำว่า
Matsunosuke)
ซึ่งปัจจุบันบริหารโดย นาย
Toshiyuki Sakai
อยู่ในเมือง Mushigame
และอีก 1 ฟาร์มก็คือ
Isawa Nishikigoi Center ในเมือง
Isawa เป็นของน้องชายชื่อ นาย
Toshio Sakai
ซึ่งทำท่าจะดังแซงพี่ชายไปด้วยในขณะนี้ ว่ากันว่า
หาซันเก้ที่มีลวดลายสวย ๆ
จาก Matsunosuke
ค่อนข้างยาก เนื่องจากแนวทางการคัดเลือกปลา
(Culling)
Tategoi ของ
Matsunosuke นั้นเน้นไปที่คุณภาพของปลามากกว่าลวดลาย ปลา
Matsunosuke ที่ลวดลายสวยด้วยจึงมีราคาสูงเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน Matsunosuke
เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูง
หลายฟาร์มมักนิยมเอา Matsunosuke Sanke
มาใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์
โดยเฉพาะฟาร์มในแถบ Isawa และ
Mushigame เช่น
ฟาร์ม Shintaro
รวมถึง Sakai of
Hiroshima
ซึ่งผลิตซันเก้ได้รางวัล
Grand Champion ของรายการ
All Japan Show ของปี คศ.
2000 ก็มีแม่พันธุ์
Matsunosuke อยู่ด้วยเช่นกัน
TOP
.
ผู้เพาะพันธุ์กับสายพันธุ์ปลาไทโช ซันเก้ ก็เหมือนกับปลาคาร์พชนิดอื่นๆ ที่ทั้งสายพันธุ์และผู้เพาะพันธุ์มีบทบาทพอๆ กัน หลักการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์พื้นฐานก็คล้ายกับโคฮากุ โดยคำนึงถึงพ่อแม่พันธุ์ที่โครงสร้างของรูปร่างดี และมีขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผลิตลูกปลาได้จำนวนมาก และตัวโตมีคุณภาพสีและผิวที่ดี แต่ความยุ่งยากที่มีมากกว่าโคฮากุก็คือ เป็นการผลิตลูกปลาที่มี 3 สี การจับคู่พ่อแม่พันธุ์จึงทำได้หลายรูปแบบ เช่นการใช้ทั้งพ่อและแม่เป็นซันเก้ทั้งคู่ หรือใช้แม่พันธุ์ซันเก้ ผสมกับพ่อพันธุ์โคฮากุ บางฟาร์มก็ใช้พ่อพันธุ์ทั้ง 2 ตัวพร้อมๆ กันเป็นโคฮากุและซันเก้อย่างละหนึ่ง การหวังผลของลูกปลาจึงทำได้ยากกว่า กล่าวกันว่าหาปลาซันเก้ที่ดีนั้น หาได้ยากกว่าหาโคฮากุที่ดี โดยเฉพาะในอดีตการหาปลาซันเก้ ที่ดีและมีขนาดใหญ่เกินกว่า 80 ซม. และยังสามารถคงสภาพ ของคุณภาพ และความสง่างามไว้ได้นั้น เป็นเรื่องยากมาก ถึงแม้ปัจจุบันปลาซันเก้หลายสายพันธุ์ ได้มีการพัฒนาด้านขนาดขึ้นมามาก เช่น Dainichi Torazo และ Matsunosuke ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นกันได้ทั่วไปอยู่ดีการเลือกซื้อปลาซันเก้นั้น สายพันธุ์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลักษณะของการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงของลวดลายดำ (Sumi) ซึ่งค่อนข้างจะมีลักษณะเฉพาะในแต่ละสายพันธุ์หากรู้ว่าเป็นสายพันธุ์ใด และมีโอกาสได้เห็นพ่อแม่พันธุ์หรืออย่างน้อยพี่น้องของซันเก้ตัวนั้นก็จะพอช่วยอนุมานได้ว่าลักษณะของสีดำจะขึ้นมามากน้อยหรือมีลักษณะอย่างไร
การเลือกซื้อลูกปลาซันเก้นั้น โดยเฉพาะ
Tategoi หรือปลาอนาคต และปลาเพศเมีย ซึ่งสีดำ (Sumi) จะใช้เวลาในการพัฒนาช้ากว่าปลาเพศผู้
บางครั้งสีดำบางส่วนจะยังไม่ปรากฎขึ้นมา
หรือเป็นเพียงจุดเล็กๆ หรือเงาจางๆ ส่วนใหญ่ตัวผู้จะใช้เวลา
3 - 4
ปีหรือเร็วกว่านั้น ตัวเมียอาจใช้เวลา
5 - 6 ปีหรือบางตัวนาน
กว่า การเลือกซื้อปลาซันเก้ ที่เป็น
Tategoi
จึงจำเป็นต้องใช้จินตนาการเข้าช่วย
ว่าเมื่อสีดำปรากฎแล้ว ลวดลายสีสรรโดยรวมจะเป็นอย่างไร
ที่ขาดไม่ได้ก็คงต้องมีโชคช่วยเยอะๆ
ด้วยก็ดี ว่ากันว่า สีดำนั้นจะเริ่มพัฒนามาจากส่วนหาง ไล่ไปยังส่วนหัว ซึ่งต่างกับสีแดงที่พัฒนาจากทางด้านหัวไปด้านหาง
ผู้เลี้ยงไทโช ซันเก้ จึงอาจต้องมีความอดทนสูงในการรอให้ปลา
Finished หรือมีการพัฒนาพร้อมสมบูรณ์ในทุกด้าน
TOP | ||
เรื่องและภาพโดย www.siamkoi.com |