สองบรีดเดอร์ผู้สร้างฝันให้เป็นจริง
| หลังจากที่หายเงียบไปร่วมสองเดือนเต็มเนื่องจากงานประจำของ Mr.koi@CNN ค่อนข้างวุ่นมากถึงมากที่สุดจึงไม่มีเวลาส่งบทความมาให้ koilover ได้อ่านกันเลย มาวันนี้พอมีเวลาอยู่บ้างจึงนึกอยากจะหยิบยกถ่ายทอดความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของ Mr.Masaru Otani และ Mr.Tadasuke Nagao ผู้ซึ่งมีความรักและหลงใหล่ในปลาแฟนซีคาร์พจนหมดหัวใจ จึงได้จับมือร่วมกันสานฝันของทั้งสอง ด้วยการเพาะพันธุ์ปลาคาร์พและพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเอง โดยที่เหล่าปลาคาร์พที่ชายทั้งสองเฝ้าเพียรพยายามฟูมฟักก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เพราะได้คว้าตำแหน่งรางวัลใหญ่ๆสำคัญๆ มาให้ทั้งสองได้ชื่นมื่นหัวใจอยู่บ่อยๆ ซึ่งทั้งสองท่านนี้เพาะพันธุ์ขึ้นมาเพ่อเป็นงานอดิเรกเท่านั้นไม่ได้ทำเป้นอาชีพหลัก Mr.koi@CNN เชื่อว่าความฝันที่กลายเป็นจริงของสองท่านนี้คงต้องไปเกาโดนใจที่คันยุกยิกของ koilover บางท่านที่อยากเริ่มต้นกับบ่อดินเพื่อเพาะพันธุ์ปลาสวยๆ ขึ้นมาดูเล่นหรือมีบ่อดินไว้ขุนปลาแสนรักให้เติบใหญ่เท่าที่จะใหญ่ได้เป็นแน่แท้ เอาล่ะครับ Mr.koi@CNN ขออาสาถ่ายทอดความรักและความหลงใหล่ ในความงดงามของปลาแฟนซีคาร์พซึ่งชายทั้งสองนี้มีให้อย่างสุดหัวใจออกมาเพื่อแบ่งปันให้ koilover เมืองไทยได้ซึมซับฝันที่เป็นจริง และนำไปสานต่อความฝันของคุณให้เป็นจริงขึ้นสักวัน |
![]() Mr.Masaru Otani ประสบการณ์ 46 ปี |
Mr.Otani และ Mr.Nagao ทั้งสองท่านได้ร่วมมือกันเพาะพันธุ์ปลาคาร์พมาแล้ว 5-6 ปี สิ่งต่างๆ เหล่านี้หล่อหลอมขึ้นจากความรักและความหลงใหล่ในสิ่งเดียวกันจึงเกิดเป็นงานอดิเรกชิ้นนี้ขึ้นมา แต่ละปีเขาจะเพาะพันธุ์ 2-3 ครั้ง และจะเริ่มต้นตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคม หรืออาจจะเริ่มต้นเดือนมิถุนายน สายพันธุ์ที่ทั้งคู่ชื่นชอบในการเพาะพันธุ์นั้นก็คือโคฮากุ โชว่า ซันเก้ Mr.Nagao กล่าวว่าสิ่งที่สำคัญในการเพาะนั่นก็คือสภาพอากาศ และอุณหภูมิซึ่งบางครั้งจะทำอย่างไรปลาก็ไม่ยอมวางไข่ และการเลือกพ่อแม่พันธุ์ก็สำคัญมากเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของสายเลือดที่ดีเยี่ยมของพ่อและแม่พันธุ์ เขาเปรียบเทียบเช่นเดียวกับสุนัข คุณจะไม่สามารถมีลูกสุนัขที่ดีได้ถ้าพ่อแม่ไม่มีสายเลือดที่ดี ซึ่งในเรื่องปลาแฟนซีคาร์พก็เช่นเดียวกัน ขนาดนักเพาะพันธุ์ปลาคาร์พมืออาชีพยังให้น้ำหนักในเรื่องสายเลือดที่ดีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ปลาคาร์พตัวแรกมีคุณภาพที่ดีลวดลายสวยแต่ไม่รู้ว่ามาจากสายเลือดที่ไหน และปลาคาร์พตัวที่สองแม้จะดูไม่สวยเท่ากับตัวแรกแต่มีสายเลือดที่ยอดเยี่ยม เขาทั้งสองก็จะเลือกตัวนี้ไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ซึ่งเขาคิดว่าในอนาคตลูกที่ออกมาจะต้องดีแน่เพราะมีสายเลือดที่ดีอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน หลังจากนี้ไปเขาทั้งสองก็จะต้องเพาะพันธุ์และเลี้ยงดูให้ได้ถึงชุดที่สี่เพื่อนำชุดที่สามและชุดที่สี่มาผสมพันธุ์กันอีกครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมว่าคุ้มค่ากับการลงทุน | ![]() Mr.Tadasuke Nagao ประสบการณ์ 8 ปี |
![]() บ่อดินสำหรับปลาหนึ่งปีและบ่ออนุบาล |
นอกจากสายเลือดที่ดีแล้ว ก็ยังต้องมีเรื่องโครงสร้างของรูปร่างที่ดีอีกด้วย Mr.Otani เสริมว่าเขาจะเลือกพ่อพันธุ์ที่ดีนอกจากเรื่องโครงสร้างแล้วยังต้องมีเรื่องคุณภาพผิวที่ดีด้วย จุดเริ่มต้นของการเพาะพันธุ์ปลาคาร์พเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เกิดจากการนำแม่พันธุ์โคฮากุสายเลือดมารุยาม่าผสมกับตัวผู้อีกตัวซึ่งไม่ทราบสายเลือด และได้ยืมตัวผู้อีกตัวของ Mr.Yoshizaki ซึ่งได้ตำแหน่งรางวัลประกวดมาด้วย หลังจากนั้นปลาคาร์พคอกนี้ก็ได้เติบโตขึ้นในบ่อดิน และ Mr.Yoshizaki ได้นำกลับไปเลี้ยงที่บ้านตัวหนึ่งและปลาตัวนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลกลับมาให้เขาภูมิใจ พ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะนั้นจะเลือกที่มีอายุอย่างน้อยสี่ปีขึ้นไป ขนาดของตัวเมียประมาณ 70 ซ.ม. Mr.Nagao กล่าวว่าหลังจากที่ปลาเกิดมาและเจริญเติบโตอยู่ในบ่อดินตลอดช่วงเวลานั้น เขาจะทำการคัดเลือกปลา 3-4 ครั้งซึ่งแต่ละครั้งจะห่างกันสองสัปดาห์ หลักการในการคัดเลือกของทั้งสองท่านนั้นจะพิถีพิถันในการเลือกลูกปลาที่ดีมีคุณภาพเก็บไว้นั้น โดยเริ่มจากการคัดปลาธรรมดาๆออกไปเช่นคอกของโคฮากุเขาจะคัดปลาที่มีสีแดงเก็บไว้ โดยคัดปลาสีขาวทั้งหมดทิ้งไปซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายๆ หลังจากนั้นการคัดเลือกครั้งที่สองและสามจะเลือกเก็บในเรื่องลวดลาย Mr.Nagao กล่าวต่อว่าขนาดของลูกปลาคาร์พในการคัดครั้งแรกจะมีขนาด 3-4 ซม. และการคัดครั้งที่สองจะมีขนาด 4-5 ซม. การคัดครั้งที่สามจะมีขนาดถึง 10 ซม. ในการผสมพันธุ์ครั้งหนึ่งๆ จะให้กำเนิดลูกปลามากกว่าหนึ่งแสนตัว ซึ่งเขาไม่สามารถเลี้ยงได้ทั้งหมด |
| เนื่องจากเขาทั้งสองมีบ่อดินอนุบาลจำกัดอยู่เพียงสามบ่อเท่านั้น ก็เท่ากับว่าเขาสามารถเก็บลูกปลาได้เพียงแค่ไม่เกินสามแสนตัว อย่างเช่นเช้าวันนี้เขาได้คัดเลือกโชว่าเก็บไว้ประมาณ 600 ตัวและคัดกลุ่มลูกปลาที่มีแต่สีดำอย่างเดียวออกไป บ่อใหญ่ของเขามีเนื้อที่ 2,000 ตร.ม. และบ่อเล็กมีเนื้อที่ไม่เกิน 500 ตร.ม. สำหรับเรื่องความลึกของบ่ออนุบาลจะลึกประมาณ 40-50 ซม. และบ่อใหญ่ขนาด 2,000 ตร.ม. สำหรับปลาใหญ่จะลึก 4-5 ม. และบ่อขนาด 500 ตร.ม. สำหรับปลาอายุ 2-3 ปีจะลึก 4 ม. และปลาอายุ 1 ปีจะลึก 1 ม. น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาอยู่นั้น จะเป็นน้ำจากภูเขาไหลลงมาที่บ่อที่อยู่สูงและล้นลงมาที่บ่ออนุบาลที่อยู่ด้านล่างถัดลงมาซึ่งน้ำเหล่านี้เป็นน้ำที่สะอาดมาก การให้อาหารปลาสำหรับปลาเล็กจนถึงปลาสามปี เขาใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติแต่สำหรับปลาใหญ่นั้นเขาทั้งสองจะเป็นผู้ดูแลให้ด้วยตัวเขาเอง อาหารที่ใช้เป็นอาหารลอยแบบเร่งสีซึ่งจะใช้จนถึงเดือนกันยายน และหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็น Wheat Germ สำหรับ Mr.Otani ให้ความเห็นว่า เขาไม่คิดว่าคนส่วนใหญ่จะใช้อาหารลอยน้ำแบบเร่งสีในบ่อดินสำหรับผู้เพาะเลี้ยงเป็นงานอดิเรกแบบเช่นเขาทั้งสอง ส่วนใหญ่จะใช้อาหารแบบจม เนื่องจากราคาอาหารจะถูกกว่าอาหารแบบลอย ถึงแม้ว่าอาหารแบบจมจะช่วยให้ปลากินอาหารได้ง่ายกว่าก็จริงอยู่แต่คุณก็ไม่สามารถเห็นได้ว่าปลาคาร์พสามารถกินอาหารได้ดีเพียงไร วิธีให้อาหารของเขาจะให้ปลากินให้หมดภายในเวลา 10 นาทีจำนวน 3 มื้อต่อวันเป็นการดีที่สุดซึ่งปลาไม่ต้องกินมากจนเกินไปนัก | ![]() บ่อดินสำหรับปลาใหญ่ |
| Mr.Otani และ Mr.Nagao มีปลาอายุ 2-3 ปีขนาด 50 ซม.จำนวน 30 ตัว และปลาอายุ 4 ปีขึ้นไปจำนวน 35 ตัว เดือนที่เหมาะสมที่สุดในการนำลงบ่อดินก็คือต้นเดือนพฤษภาคมและจะนำปลาเหล่านั้นขึ้นจากบ่อดินราวๆ วันที่ 20 ตค. หลังจากที่ปลาถูกจับขึ้นจากบ่อดินนั้นปลาที่มีขนาด 30-40 ซม. จะถูกนำไปเลี้ยงในบ่อปูน 20 ตันที่บ้านของ Mr.Otani และปลาที่ใหญ่กว่านั้นจะถูกนำไปเลี้ยงในบ่อปูน 50 ตันของ Mr.Nagao ทั้งสองท่านจะหยุดให้อาหารในฤดูหนาวตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคมจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม หรืองดอาหารจนกว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นมาถึง 15 องศาเซลเซียส นักเลี้ยงปลาหลายๆ คนจะเริ่มต้นให้อาหารในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งมันอาจจะยากสักหน่อยแต่สำหรับเขาจะเริ่มต้นเลือกให้อาหารประเภท Wheat Germ ก่อนแต่จะให้ไม่มากเพราะยังมีตะไคร่น้ำในบ่อให้เล็มเป็นอาหารอยู่ ทุกครั้งที่เขาให้อาหารปลาเขาจะตรวจสอบปลาคาร์พในบ่ออย่างละเอียด หากมีปลาตัวใดป่วยจะได้รีบทำการรักษาได้ทันการตัวอย่างเช่นโรคเหงือกเน่าจะไม่แสดงอาการออกภายนอกจะสังเกตจาการว่ายที่ผิดปกติ Mr.Nagao เสริมว่าโรครูก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นกันการที่จะเอาชนะโรคต่างๆ ได้ คงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาและรีบทำการรักษาทันทีเมื่อพบเจอ เขาจะมาบ่อของ Mr.Otani ทุกวันและใช้เวลาวันละหนึ่งชั่วโมงในการตรวจสอบด้วยตัวเขาเองสรุปว่าเขาจะมาที่บ่อของ Mr.Otani ประมาณ 300 วันต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากชายทั้งสองจะนำปลาคาร์พของเขามาจุ่มน้ำเกลือทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเขามั่นใจในการป้องกันด้วยเกลือว่าดีที่สุด และอันตรายน้อยกว่าสารตัวอื่นถ้าใช้ในสัดส่วน 5%-7% และนอกจากนี้เขาเคยใช้ด่างทับทิมสำหรับการรักษาอีกด้วยมันไม่มีอันตรายหากเข้มงวดในเรื่องอัตราส่วนของการใช้ แต่มันจะทำให้คุณภาพน้ำในบ่อแย่ลงและใช้เวลานานกว่าที่คุณภาพน้ำจะกลับมาดีดังเดิม เพราะด่างทับทิมจะฆ่าจุลินทรีย์ในระบบกรองแต่มันสามารถช่วยรักษาโรคเหงือกเน่าได้ดี และสำหรับโรครูสายพันธุ์ใหม่จะสังเกตได้ว่าเริ่มต้นจากการมีจุดแดงเล็กๆ และจะลามไปที่ครีบอก ครีบท้อง ครีบหาง และรอบๆ ริมฝีปาก |
![]() ซันเก้ชนะเลิศ ขนาด 15 ซม. |
![]() Grand Champion งาน Sunuki Chapter ครั้งที่ 14 |
![]() Baby Champion 25 ซม. งาน Shikoku ครั้งที่ 27 |
![]() Baby Champion 20 ซม. งาน Shikoku ครั้งที่ 29 |
![]() Baby Champion 20 ซม. งาน Shikoku ครั้งที่ 30 |
![]() |
สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ทั้งหมดของชายสองท่านนี้
ที่จากความฝันที่ร่วมกันสร้างให้กลายมาเป็นความจริง การเลี้ยงดูฟูมฟักเฝ้าทะนุทนอมประคบประหงมจนลูกปลาแสนสวยเหล่านี้เอง
ซึ่งได้กระโจนคว้ารางวัลสำคัญในงานประกวดต่างๆ มาให้ Mr.Otani และ Mr.Nagao ได้ภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ทั้งสองได้ตั้งใจสร้างขึ้น
Mr.koi@CNN ยังแอบหวังเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งคงจะมี koilover ของเมืองไทยได้ทำฝันเช่นนี้ให้เป็นจริงขึ้นมายืนรับตำแหน่งรางวัลเกียรติยศแห่งปลาคาร์พไทย
ได้เชิดหน้าชูตาอยู่แถวหน้าและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในตำแหน่งแกรด์แชมเปี้ยนเข้าสักวัน koilover ท่านใดที่มีที่มีทางติดกับแหล่งน้ำคุณภาพดีอย่ารอช้า
และอย่าหวาดกลัวกับฝันนั้น บางครั้งท่านอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่ประสบผลสำเร็จดั่งเช่นทั้งสองท่านนี้ก็เป็นได้ Mr.koi@CNN ขอส่งแรงใจให้ฝันนั้นสำเร็จในเร็ววันนะครับ เรียบเรียง Mr.koi@CNN เนื้อหาและภาพ Nichirin Grand Champion งาน Sunuki Chapter ครั้งที่ 13 |