ผ่าวิกฤต ICU (Intensive Care Unit)

   วันนี้ Mr.koi@CNN อยากกล่าวถึงเรื่อง ICU (Intensive Care Unit) ไม่ใช่ว่าผมจะมาบอกรัก I love you นะครับ หากอยากจะ Love นั้น Mr.koi@CNN คงต้องขอแอบไป กระซิบข้างหูเบาๆ กับน้องๆ หนูๆ ขาว สวย หมวย อึ๋ม ท่าจะดีกว่า
   ในเรื่องราววันนี้เป็นเรื่องวันนี้เป็นเรื่องราวที่เก็บรวบรวมจากประสบการณ์จริงและข้อมูลบางส่วนได้รับการแชร์ข้อมูลจากเพื่อนๆ Koilover จึงเกิดเป็นบทความชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ Koilover บางท่านที่ได้เจอมรสุมชีวิตรันทดชนเข้าอย่างโครมเบ้อเริ่มจะได้มีสติ และกล้าตัดสินใจทำอะไรได้อย่างรวดเร็ว เพื่อยื้อชีวิตและลมหายใจให้พ้นเงื้อมมือมัจจุราชให้ได้ ดั่งคำกล่าวไว้ว่ารักมากเพียงใดก็ย่อมเสียใจมากเป็นทวีคูณ เพราะปลาคาร์พบางตัวแม้จะไม่มีราคาค่างวดสักเท่าใด แต่หากเทียบกับคุณค่าทางจิตใจของทุกๆ คนในบ้านย่อมสูงมากเกินประเมิณค่ามิได้ สาเหตุของการเกิดวิกฤต ICU จำแนกแบ่งสถานการณ์ต่างๆ ได้ดังนี้
  1. นำปลาใหม่ลงบ่อแล้วเกิดอาการตื่นบ่อตื่นปลาเจ้าถิ่นที่ตัวใหญ่กว่า ปลาใหม่จึงกลายร่างเป็นนักยิมนาสติคกระโดดลังกาหลังสามตลบออกมานอนอาบแดด อาบแสงเดือนแสงจันทร์นอกบ่อ
  2. ปลาเริ่งร่าเมื่อยามฝนตกได้เล่นน้ำใหม่จนชุ่มชื่นหัวใจเพลิดเพลินจนพลัดหลุดออกนอกบ่อซึ่งลืมไปว่าตัวเองเป็นปลาคาร์พไม่ใช่ปลากระดี่ ระริกระรี้กับน้ำใหม่
  3. ยามฝนพรำตกมามากมาย ฉับพลันอุณหภูมิในบ่อเปลี่ยนแปลงกระทันหันอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็วพาลทำให้ปลาคาร์พแสนรักที่ปรับตัวไม่ทันลอยหัวอ้าปากพะงาบๆ หรือหงายท้องตีกรรเชียงโชว์หน้าท้องขาวจั๊ว
  4. ย้ายปลาขึ้นถังพักเพื่อเคลื่อนย้ายปลาหรือถ่ายรูปทำประวัติหรือเพื่อโชว์อวดเพื่อนที่มาเยี่ยมเยือนเพื่อชมความงามอย่างใกล้ชิด โดยนำน้ำใหม่เปิดจากก๊อกสดๆ ซิงๆ ลงถังพักทันทีอุณหภูมิของน้ำที่เปิดจากก๊อกใหม่ๆนั้นไม่ได้แตกต่างกับการเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นเลย หรือคลอรีนที่มาจากน้ำก๊อกทำให้ปลาสุดรักหงายเงิบดิ้นชักกระแด่วๆ จากวันแห่งความสุขกลายเป็นวันแห่งความเศร้าโดยทันที
  5. ปลาขึ้นกินอาหารแย่งเบียดกระแทกกันเองเหมือนกับปลาสวายหน้าวัด แต่ดันตกใจกันเองขึ้นมาเพราะอาจจะมีตัวใดตัวหนึ่งเกเรฟาดหัวฟาดหางขึ้นมา ทำห้ปลาบางตัวตกใจสุดขีดพุ่งตัวลงข้างล่างแต่บิดตัวผิดกลับข้างผิดท่า ผิดจังหวะทำให้ตัวคดตัวงอคล้ายกับอาการปลาโดนไฟรั่ว
  6. ปลาบางตัวเป็นปลาขี้ตกใจหวาดระแวงเหมือนกับเป็นคุณหนูอยู่ในรั้วในวัง พอมีเสียงดังเอะอะโวยวายเช่นฟ้าผ่าดั่งกัมปนารถสนั่นหวั่นไหว ดุจราวกับเสียงภรรยาที่เคารพตะโกนเรียกให้ไปถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า หรือาจจะเป็นเสียงรถมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านบรื่นส์ๆๆ ตายๆๆๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการตกใจสุดขีดจนกล้ามเนื้อของคุณหนูๆ เกร็ง ดังนั้นหากเป็นไปได้ในช่วงฝนตกฟ้าคะนองก็น่าจะกางร่มพกไฟฉายออกไปแทงกบ เอาไปผัดเผ็ดแกล้มเหล้า...เย้ยไม่ใช่ครับ! ออกไปดูลูกๆ ของคุณว่ายังอยู่กันครบไหมมีความสุขกันอยู่หรือเปล่า Koilover บางท่านพอฝนตกฟ้าผ่าก็ไม่กล้าแม้จะคิดออกนอกบ้าน ก็เพราะสาบานเอาไว้กับสาวๆ เยอะคงกลัวฟ้าผ่าเอา
  7. การล้างบ่อโดยเปลี่ยนน้ำใหม่ครั้งละมากๆ โดยเปิดก๊อกลงบ่อเลี้ยงเลยทำให้ปลาแสนรักทนกับคลอรีนไม่ไหว พร้อมกันชูคออ้าปากพะงาบๆ ขอความช่วยเหลือกันหน้าสะหล่อน อย่าลืมว่าคลอรีนที่มากับน้ำประปาในแต่ลัวันความเข้มข้นของคลอรีนที่ละลายอยู่ในน้ำประปาไม่เท่ากัน บางวันเพียงแค่เปิดก๊อกล้างหน้า แปรงฟันก็ได้กลิ่นคลอรีนฟุ้งกระจายแล้ว
  8. การน็อคเกลือหรือช๊อตเกลือด้วยความเข้นข้นสูงเพื่อกำจัดปรสิตที่อยู่ภายนอกตัวปลาเพื่อให้สูญเสียน้ำในตัวปรสิตโดยฉับพลัน แต่ก็ส่งผลต่อตัวปลาด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเสี่ยงในเรื่องของระยะเวลาในการน็อคเพราะปลาแต่ละตัวมีความทนทานต่อเกลือไม่เท่ากันอาจจะพลาดทำให้ปลาช็อคทันทีโดยไม่ฟื้นก็ได้
  9. การใส่สารเคมีเกินขนาดไม่ว่าจะเป็นฟอร์มาลีน มาลาไคร์ทกรีน ด่างทับทิม หรืออาจจะมีสารเคมีประเภทยาปราบศัตรูพืช ยากำจัดปลวกหลุดล่วงลงบ่อโดยความประมาณ ล้วนเป็นสาเหตุให้ปลาหงายท้องตีลังกา หรือลอยหัว
 


หงายท้องด้วยสาเหตุต่างๆ ที่กล่าวไว้


ทรงตัวไม่ได้


ว่ายเข้าหาออกซิเจน
 
   หากพวกเราได้ทราบตัวอย่างของสาเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ตอนนี้เรามาทราบวิธียื้อยุดฉุดกระชากลากถูกู้ชีวิต และลมหายใจของปลาแสนรักของคุณให้พ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชให้สุดกำลังความสามารถของคุณโดยตั้งมั่นด้วยสติและความรอบครอบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
  1. หากเกิดเหตุดังกล่าวให้นำถังพักที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวปลาอย่างน้อย 3-4 เท่าของตัวปลาหรือาจจะเป็นบ่อผ้าใบก็ได้ พร้อมใส่น้ำให้ระดับน้ำเพียงแค่ท่วมหลังปลา อาจจะเป็ฯน้ำในบ่อเลี้ยงก็ได้ ยกเว้นกรณีที่ปลาช็อคคลอรีนหรือน๊อคสารเคมีในบ่อ ท่านจะต้องหาน้ำใหม่สะอาดๆ อย่าลืมนะครับว่าระดับน้ำเพียงแค่ท่วมหลังปลา เพราะปลายังไม่สามารถพยุงตัวเองได้ร่างกายอ่อนเปลี้ยมาก หากใส่น้ำมากๆ อาจจะทำให้ปลาจมน้ำตายได้
  2. อัดออกซิเจนจากเครื่องผลิตอากาศให้แรงเต็มที่เท่าที่จะทำได้โดยผ่านหัวทรายหลายๆ ลูกจะดีที่สุดเพราะสามารถวางกระจายได้หลายๆ จุด
  3. ใส่น้ำแข็งยูนิตหรือน้ำแข็งก้อนใหญ่ลอยเอาไว้ให้มากๆ เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส หรือประมาณว่า เอามือจุ่มลงไปสัมผัสแล้วรู้สึกเย็นเจี๊ยบเป็นอันใช้ได้
  4. ในระหว่างขั้นตอนที่ 1-3 นั้นต้องปฎิบัติอย่างรวดเร็วแข่งกับเวลา แต่หากเป็นกรณีปลากระโดดออกมาสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือดูว่าปลายังหายใจอยู่หรือไม่ หากยังมีชีวิตอยู่ให้รีบนำปลาจุ่มกลับลงบ่อ หรือหาผ้าชุบน้ำให้เปียกห่อหุ่มร่างกายและเหงือกปลาให้ชุ่มชื้นก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาปฎิบัติในแต่ละข้ออีกครั้ง จากนั้นนำส่วนหน้าของปลาไปจ่อไว้กับออกซิเจนโดยต้องใช้มือคอยพยุงช่วยพรอมทั้งบีบนวดตัวปลาไปด้วยเพื่อลดการเกร็งเป็นตะคริวของตัวปลา ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อปลากระโดดออกมานอนนอกบ่อทำให้เกิดการเสียสมดุลในร่างกาย เราจึงต้องรีบกู้สมดุลกลับคืนมาให้เร็ว และน้ำที่เย็นนั้นจะทำให้ออกซิเจนละลายในน้ำได้ดีและสามารถผ่านเข้าสู่เหงือกได้โดยง่ายกว่าน้ำที่อยู่ในอุณหภูมิปกติ อย่าลืมนะครับว่าจะต้องคอยช่วงพยุงให้ปาก หรือบริเวณหน้าจ่อกับออกซิเจนไว้ตลอดและให้น้ำผ่านเข้าปากให้มากที่สุดพร้อมกับบีบนวดตัวปลาจนถึงข้อหางไปด้วย เหงือกปลาจึงเปรียบเสมือนกับปอดนั่นเองครับ ในช่วงวิกฤตนี้เป็นช่วงท่ปวดร้าวและทรมานใจของ Koilover ยิ่งนักว่าจะสามารถผ่าวิกฤต ICU นี้ไปได้หรือไม่ และช่วงวินามีแห่งความเป็นความตายนี้ ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์รักแท้ของท่านที่มีตอเขาว่าจะมากมายเพียงใด ในบางครั้งท่านจะต้องคอยพยุงและบีบนวดด้วยสองมือของท่านในน้ำที่เย็นเฉียบอยู่เช่นนั้นไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง และอยู่ในท่านั้นจริงๆ เพราะหากท่านปล่อยมือออกปลาจะไม่มีแรงพยุงตัวและถูกความแรงของการกระเพื่อมออกซิเจนพัดให้ลอยเคว้งไปตามกระแสน้ำ
 


ปลาต้องกาสรออกซิเจนอย่างมาก


เติมน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิน้ำ


ใช้มือช่วยพยุงก็ทรงตัว
 


ให้ออกซิเจนผ่านปากอย่างเต็มที่


ออกซิเจนเต็มที่


พยุงไว้ตลอดป้องกันการจมน้ำตาย
 


ปลาเริ่มพยุงตัวเองได้


อาการเริ่มดีขึ้นเมื่อได้น้ำที่เย็น


พยายามรักษาระดับความเย็นของน้ำไว้
 
  1. นอกจากจุดที่บีบนวดทั่วตัวจรดข้อหางแล้วมีอีกจุดที่ Koilover ต้องรู้นั่นก็คือตำแหน่งหัวใจ ในบางครั้งต้องคอยปั๊มหัวใจในอาการที่เข้าขั้นโครม่าตำแหน่งของหัวใจอยู่บริเวณหลังครีบอก เราใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้คร่อมตัวปลาบีบและปลอยเป็นช่วงๆ หากเป็นปลาที่ใหญ่มากก็ต้องใช้ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างกดพร้อมๆ กัน ทุกอย่างต้องทำอย่างมุ่มนวลและเบามือ
  2. หากความเย็นของน้ำเริ่มคลายและปลายังไม่ฟื้นตัวหรือฟื้นไม่เต็มที่ก็ควรที่จะเติมน้ำแข็งเพิ่มเพื่อรักษาระดับความเย็นเอาไว้ให้คงที่ Koilover หลายๆ ท่านคงได้เคยไปเลือกซื้อปลาคาร์พนำเข้าตามฟาร์มใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ และอาจจะได้เคยเห็นตั้งแต่เริ่มเปิดกล่องและลอยถุงเพื่อปรับอุณหภูมิของปลา สภาพของปลาในถุงตอนนั้นก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงแทบจะขี้เกียจหายใจอยู่แล้ว แต่พอเปิดถุงได้สัมผัสกับน้ำเย็นๆ ไม่นานนักกลับฟื้นตัวกันอย่างรวดเร็ว
  3. อาการที่แสดงให้เห็นว่าท่านได้ผ่าจุดวิกฤตของ ICU มาแล้วนั่นก็คือปลาเริ่มมีเรี่ยวมีแรงพยุงตัวเองได้ หายใจได้เป็นปกติโดยไม่ต้องคอยพยุง สามารถสู้กับแรงกระเพื่อของออกซิเจนได้ หากปลายังพยุงตัวเองได้ไม่ดีก็ต้องคอยพยุงให้หน้าและปากจ่อไว้กับออกซิเจนต่อจนกว่าจะดีขึ้น และหากปลาว่ายดีขึ้นแล้วก็สามารถลดออกซิเจนให้เบาลงหรือนำหัวทรายออกบาง เพื่อให้ปลาได้พักจะได้ไม่ต้องออกแรงสู่กับแรงกระเพื่อมของออกซิเจน
  4. เมื่อปลาเริ่มทรงตัวได้ดีแล้วก็ไม่ต้องเพิ่อน้ำแข็งอีก ให้ความเย็นค่อยๆ คลายตัวตัวเข้าสู่อุณหภูมิปกติ
  5. หลังจากทุกอย่างจบลงอย่าง Happy Ending ก็ควรที่จะแช่ยาในกลุ่มยาแก้อักเสบเพื่อรักษาอาการจากบาดแผลจากากรกระโดด แต่สำหรับปลาที่ช๊อคน้ำนั้นไม่จำเป็นต้องแช่ยา ระหว่างนี้ท่านเฝ้าดูอาการอีก 1-2 วันและสามารถเพิ่มระดับน้ำในถังพักได้
  6. ปลาที่เกิดบาดแผลจากการกระโดดออกนอกบ่อ หรือแผลที่เกิดจากมดแดงรุมแทะนั้นให้แช่ยาต่อจนกว่าบาดแผลจะหายสนิทเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากน้ำในบ่อเลี้ยง เมื่อหายดีแล้วจึงนำกลับลงบ่อเลี้ยงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการหนักเบาของปลาแต่ละตัว
 


ปั๊มหัวใจโดยการบีบนวด


ตำแหน่งหัวใจอยู่บริเวณครีบอก


บีบนวดลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
 


พยุงเอาไว้ตลอด


รอคอยปาฎิหารย์


อย่าลืมว่าออกซิเจนต้องเต็มที่
 


หัวแยกแบ่ออกซิเจนกระจายให้ทั่ว


เครื่องผลิตอากาศสิ่งจำเป็นที่สุด


ตำแหน่งของหัวใจที่วงเอาไว้
 
   Mr.koi@CNN หวังว่าเรื่องราวต่างๆ ที่นำเสนอคงพอที่จะเป็นแนวทางช่วยเหลือ Koilover ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวได้ และท่านจะได้สามารถช่วยเหลือปลาที่ท่านรักอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แม้ Mr.koi@CNN จะไม่สามารถยืนยันได้ทั้งหมดว่าวิธีการดังกล่าวข้างต้นจะช่วยให้ท่าน ได้ยื้อยุดฉุดกระชากให้พ้นเงื้อมมือมัจจุราชได้ก็ตามแต่อย่างน้อยก็ยังช่วยให้ท่านได้ตั้งสติและเรียบเรียงเรื่องราวเพ่อนำไปประยุกต์ใช้ แม้ว่าในบางครั้งเราอาจจะเป็นผู้แพ้ก็ตาม แต่เราก็ได้พิสูจน์รักแท้ที่มีต่อเขาจวบจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เขาจากเราไป ยังดีกว่าที่เราไม่ได้ทำอะไร ได้ยืนดูเขาจากเราไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย อย่าลืมว่าจงใช้สติให้มากที่สุดและแข่งกับเวลาอันมีค่าที่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว จงมีพลังและศรัทธาที่จะยื้อชีวิตให้ผ่าวิกฤต ICU ให้ได้ ที่เหลือก็คงต้องอยู่ที่ปาฎิหารย์ว่าจะมีจริงหรือไม่

หมายเหตุ
   บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและข้อมูลความเอื้อเฟื้อของเพื่อนสมาชิกที่ต้องการให้ปลามีชีวิตรอด โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจรับรู้ และภาพบางส่วนเป็นภาพจำลองเหตุการณ์เพื่อประกอบบทความ

อ้างอิงภาพ   Interal anatomy
จากหนังสือ   KOI LIVING JEWELS OF THE ORIENT
เขียนโดย     STEVE HICKING

เรื่องและภาพ Mr.koi@CNN 26 มิถุนายน 2548