![]()
![]() |
ภาคนี้เป็นภาคต่อจากการไปชมงานประกวดที่ฟูกูโอกะ จากนั้นผมและเพื่อนก็ไปเที่ยวเกียวโต อดีตเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น และก็กลับมาที่โตเกียว เราได้มีโอกาสไปแวะชม Konishi Fish Farm ตั้งอยู่ชานเมืองโตเกียว เดินทางไกลพอควร ฟาร์มที่นี่แลดูสะอาด แต่มีปลาคุณภาพให้เราเลือกไม่มากนัก ถ้าเราจะซื้อคงต้องเป็นปลาขนาดใหญ่ ที่เราว่าน่าสนใจก็คือ อาซากิเป็นแบบคุณภาพครับ ราคาประมาณ 5000 เยน หรือประมาณ 2000 บาทไทยครับ แต่ว่าบางพันธุ์เช่น โอกอน ก็ราคาหลักพันธุ์เช่นกัน แต่ผมว่า หาดีๆ ได้ในบ้านเรานะ แถมราคาไม่แพง |
|
| เราอยู่โตเกียวประมาณ 2 คืน หลังจากนั้นก็เตรียมตัวกลับเมืองไทย โดยตั้งใจจะไปซื้อปลาที่ฟาร์ม
Miyoshiike เพราะสะดวกในการบรรจุปลา และนำกลับเมืองไทย คุณทาโร่ได้ขับรถมารับเราที่สนามบินนาริตะ
ระยะทางจาก สนามบินนาริตะ ถึงเมืองชิบะประมาณ 60 กิโลเมตรและคุณทาโร่ ก็ต้องจ่าย เงินค่าทางด่วนเหมือนบ้านเรา ไปกลับก็ประมาณ 1000 กว่าบาท แพงมาก
หน้าร้านจะมีป้ายสีสัน สวยงามสะดุดตา ลักษณะอาคารจะเป็นกรีนเฮ้าส์เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในไม่ให้ต่ำมากเกินไป ปลาที่อยู่ในบ่อแต่ละบ่อนั้น ราคาอย่างน้อยๆ ก็หลายหมื่นเยนแล้ว แต่น่าเสียดายว่า ปลาบางตัว มีชาวต่างประเทศจับจองไว้แล้ว ทำให้เราไม่มีโอกาสเอากลับมา ปลาที่ราคาต่ำกว่าจะแยกไว้ตามบ่อปูนเล็กอีกด้านหนึ่งของฟาร์ม ผมและเพื่อน ได้เลือก และ ซื้อปลามาประมาณ 20ตัว ทาโร่ เล่าให้ฟังว่า ที่ญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับปลาที่ซื้อว่า เป็นปลาสายเลือดจากไหน Miyoshiike นอกจากจะเป็นผู้เพาะพันธุ์ปลาแล้ว ยังเป็นดีลเลอร์ปลา โดยจะไปประมูลปลาจากฟาร์มต่างๆ มาขายอีกทอดหนึ่ง ที่นี่มีทั้ง Dainishi, Sakai, Matsunosuke และอื่นๆ |
|
![]() |
|
รูปขวา โคโรโม ราคาประมาณ 30,000 เยน ทีแรกตอนซื้อคิดว่า เป็น โงวชิกิเพราะมีตาข่ายดำขึ้นอยู่บน ทั้งพื้นแดง และพื้นขาว ต่อมาตาข่ายดำบนพื้นขาวค่อยๆ จางหายไป เหลือแต่ตาข่ายดำ บนพื้นแดง (หากตาข่ายบนพื้นแดงหายไป เหลือแต่ตาข่ายบนพื้นขาว ก็จะเป็นโงวชิกิ ) |
|