เกษตรอินทรีย์กับปลาคาร์พ ตอนที่ 1
|
แรงบันดาลใจในหัวข้อนี้ เกิดจากการที่มีผู้เลี้ยงปลาได้ติดต่อ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องยาฆ่าแมลงที่ลงไปในบ่อปลา มีทั้งกรณีขอบบ่อต่ำ แล้วฝนตก น้ำไหลจากสวนหย่อมลงบ่อปลา สารเคมีที่ตกค้างตามผืนดิน ก็มากับน้ำลงบ่อปลาด้วย สารเคมีนี้ ผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะยาฆ่าแมลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปุ๋ยเคมี หรือสารเคมีอื่น ที่เราไม่รู้จักดีอีกด้วย นอกจากกรณีขอบบ่อต่ำแล้ว ยังมีอีกกรณีที่มีการฉีดพ่นยากำจัดแมลง ยากำจัดเชื้อรา โดยละอองยาลงบ่อปลา โดยผู้ฉีดไม่ระวังเพียงพอ บางทีทิศทางการฉีดยานั้น เราฉีดอยู่เหนือลม ส่วนบ่อปลาอยู่ทางใต้ลม ก็ได้รับผลไปตาม ๆกัน สองสามปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากปลาคาร์พแล้ว ผมได้หาประสบการณ์เพิ่มเติมในเรื่องเกษตรอินทรีย์ แม้ว่าจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม แต่ก็ได้เริ่มนำมาปฏิบัติ และมีผลลัพธ์ที่ได้ เป็นที่น่าพอใจ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลง และศัตรูพืชอื่น ๆ และยังช่วยให้ไม่มีผลกระทบต่อปลาคาร์พ และตัวผม ตลอดจนสมาชิกภายในบ้าน คำว่า เกษตรอินทรย์ นั้นจริง ๆแล้วครอบคลุมในหลายเรื่อง ตั้งแต่การปลูกพืช การบำรุงหรือเสริมการเจริญโต โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สำหรับเนื้อหาในที่นี้ ผมขอเน้นในเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคพืช ซึ่งนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ เดิมต้นไม้ที่จะเลือกปลูก จะเน้นไม้ผลเป็นหลัก เพราะคิดว่า ได้ผลตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอัน และส่วนใหญ่ ดูแลง่าย แต่เพราะนิสัยที่คิดอะไรไม่ค่อยเหมือนใคร มีความฝังใจตั้งแต่เด็ก ๆ เคยเข้าไปช่วยเก็บผลไม้ในสวนแปลงเล็ก ๆ แถวบางขุนศรี ซึ่งความสนุกอยู่ตรงที่เวลาผลไม้หล่นลงมา จะมีคนเอากระสอบมากางรับไว้ หรือบางลูก ก็ปล่อยให้ตกลงท้องร่อง เราเด็ก ๆ ก็คอยวิ่งหลบไป หลบมา ลองทายสิครับว่า ผลไม้อะไร ทุเรียน ราชาของผลไม้เป็นไม้ผลที่ติดอันดับต้น ๆ มีโรคและศัตรูพืชไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด จึงต้องอาศัยเวลา เงินทุนในการดูแลรักษาอย่างสูง เป็นผลไม้ที่ต้องใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยากำจัดเชื้อราปริมาณมาก ต้องอาศัยเวลาอย่างน้อย 5-7 ปี จึงจะออกดอกให้ผล ผมได้ลองผิดลองถูกนับเป็นปี ๆ ปลูกแล้วก็ตาย ปลูกใหม่ วนไปวนมาอยู่ตลอด ในที่สุดในปีที่สอง (2549) ได้ติดสินใจหาเข้าสวนทุเรียนดังย่านนนทบุรี เพื่อหาความรู้จากเกษตรกรตัวจริง ก็ได้ความรู้จากประสบการณ์จริงมาด้านหนึ่ง แต่ต้นทุเรียน ก็ตายบ้างเป็นบ้างไปตามเรื่องตามราว ปีที่สาม (2550) ก็ตัดสินใจ เก็บดินตัวอย่าง ตื่นตั้งแต่ตี 4 บึ่งรถตรงไปศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีโดยตรง เพื่อส่งวิเคราะห์ และเสวนากับนักวิชาการที่นั่น นักวิชาการที่ศูนย์ ฯ ได้ให้ข้อมูลและได้ให้หนังสือด้านเกษตรอินทรีย์มาให้ศึกษาว่า มีสวนไหนบ้างที่ประสบความสำเร็จในการนำเกษตรอินทรีย์ไปใช้ ข้อสำคัญในเรื่องความปลอดภัยต่อสุขภาพแ ละสิ่งแวดล้อมแล้ว เกษตรอินทรีย์มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการทำเกษตรแบบเดิม ๆมาก จากประสบการณ์และความรู้ที่ได้ ทำให้ผมทราบและได้ทดลองสูตรยาป้องกันโรคพืชหลายอย่าง ที่ปราชญ์ชาวบ้าน ใช้กันที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผู้ใช้ มีผลกระทบต่อปลาคาร์พหรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆต่ำมาก จนเรียกว่าค่อนข้างปลอดภัย จะมียกเว้นก็คือ โล่ติ้นหรือหางไหลที่แต่ก่อนเขาใช้เบื่อปลากันครับ อย่างไรก็ตาม ต้องขอออกตัวก่อนครับว่า ยาป้องกันโรคพืชแต่ละสูตร มีความจำเพาะต่อศัตรูพืชแต่ละประเภท หากใช้ไม่ได้ผล ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นตัวอื่น และยาบางสูตร ไม่ได้เน้นในการกำจัดศัตรูพืชโดยตรง แต่เน้นการขับไล่หรือเสริมสร้างความแข็งแรงแก่พืชครับ ยากลุ่มขับไล่ หรือกำจัดแมลงสูตรที่ 1 สโตจู หรืออีเอ็ม 5 ประกอบด้วย
นำส่วนประกอบทั้งหมด เทใส่ในภาชนะปิดสนิท เขย่าให้เข้ากัน หมักไว้ 15 วัน จึงจะนำไปใช้ได้ เก็บได้ไม่เกิน 1 เดือนหลังเปิดใช้ วิธีใช้ผสมน้ำใช้ฉีดพ่น ในอัตราส่วนสโตจูที่หมักแล้ว 1 ส่วนกับน้ำเปล่า 1000 ส่วน หรือ 1 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร พืชผัก ฉีดพ่นทุก ๆ 5-7 วัน พืชไร่ ไม้ผล ฉีดพ่นทุก ๆ 15 วัน ไม้ดอกไม้ประดับ ฉีดพ่นทุก ๆ 7-10 วัน ช่วงเวลาในการฉีดพ่น ก่อนค่ำหรือเช้าตรู่ (ไม่ควรฉีดพ่นในช่วงแดดจัด เพราะทำให้ใบไหม้ได้) |
![]() ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมหาไม่ได้แล้ว นอกจากที่ศูนย์วิจัยพืชสวน จันทบุรี |
![]() สวนทุเรียนที่ปลูกไว้นับสิบปี เพื่ออนุรักษ์และวิจัย |
![]() บรรยากาศทั่้วไปภายในศูนย์ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี |
|
|
|
![]() ขวดอีเอ็มด้านหน้าแบบใหม่ |
![]() ขวดอีเอ็มด้านหลังแบบใหม่ |
|
แตะเบรคหน่อยครับ สำหรับตอนที่ 1 ผมขอจบแค่นี้ก่อน กลุ่มยาไล่แมลง ยังมีอีกหลายสูตรครับ ผมจะเลือกสูตรที่ค่อนข้างปลอดภัย ทำง่าย หาวัตถุดิบได้ในละแวกบ้านมาเล่าให้ฟังต่อในตอนที่ 2 แล้วกัน ง่วงแล้ว Chaipat Koilover Group 10 มีนาคม 2551 |