ถังกรองไทยทำ ภาค 4

   สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เวลาปลาป่วยหรือต้องแยกปลาออกมากักไว้ต่างหากคือ เจ้าถังกรองชั่วคราวนี่แหละที่จำเป็นนักหนา เพราะช่วยลดภาระและปริมาณน้ำใหม่ที่ต้องเปลี่ยน รวมถึงข้อสำคัญคือ ทำให้น้ำสะอาด ปลาสบายตัวขึ้น วิธีการทำไม่ยากเย็นอะไร เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ

สิ่งที่ต้องเตรียม
  1. ถังน้ำพลาสติก ควรมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 20 ลิตร พร้อมมีฝา
  2. ปั้มเจทขนาดเล็ก แนะนำยี่ห้อ Aquanic 1500 รุ่นนี้เพราะทดสอบมาหลายยี่ห้อแล้ว ทนที่สุด ไฟไม่รั่วง่าย
  3. ข้อต่อตรงเกลียวใน ขนาด 6 หุน เป็นอย่างน้อย และข้อต่อตรงเกลียวนอกขนาดพอดีกัน ขอให้ใช้แบบเกลียวทองเหลืองดีกว่า เพราะจะไม่แตกง่ายเวลาที่ขันเกลียวแน่น ๆ
  4. แหวนยาง 2 ตัวขนาดพอดีกับการขันเกลียวข้อต่อตรง
  5. สายยางขนาดพอที่จะสวมท่อของปั้มเจท ความยาวประมาณ 2 เมตร
  6. สว่าน พร้อมดอกสว่านชนิดเจาะไม้
  7. ถังใบย่อม สามารถใส่เข้าไปภายในถังน้ำใบใหญ่ได้
  8. ถุงตาข่าย เพื่อใส่มีเดีย
  9. หินพัมมิส / คาร์บอน หรือมีเดียประเภทอื่น
  10. ใยแก้ว
 


ถังพลาสติกที่จะนำมาทำเป็นถังกรอง ความจุอย่างน้อย 20 ลิตร


ปั้มเจทยี่ห้อ Aquanic 1500 ราคาสูงหน่อย แต่ใช้คุ้มและทน


ข้อต่อตรงเกลียวในและนอกขนาดอย่างน้อย 6 หุน พร้อมแหวนยางกันน้ำรั่ว แนะนำให้ใช้เกลียวในแบบทองเหลือง ไม่แตกง่ายเวลาขันแน่นและขนาดของท่อหากเล็กเกินไป น้ำจะไหลไม่ทัน
 


สายยางยาว ประมาณ 2 เมตร


สว่านไฟฟ้า เวลาใช้อย่าปรับแบบกระแทก เพราะถังจะแตก


ดอกสว่านเจาะไม้ จะดีกว่าเพราะเจาะกินเนื้อพลาสติกได้ดี
 


ถังด้านในสำหรับใส่ใยแก้ว


ถุงตาข่าย สำหรับใส่หินพัมมิส หรือมีเดียตัวอื่นด้านล่าง


หินพัมมิส
 


ใยแก้วใส่ไว้ด้านบน


หากไม่ใช้ถุงตาข่าย อาจจะใช้กะละมังอีกใบไว้ใส่หินพัมมิสด้านล่างก็ได้ แต่จะมีข้อเสียตรงที่หากมีเดียไม่จม อาจจะลอยไปอุดตันท่อน้ำไหลออกได้ ส่งผลทำให้น้ำล้นถังกรอง


วาดแนวการเจาะข้อต่อตรงให้อยู่เหนือก้นถังประมาณ 10-15 เซนติเมตร
 
วิธีการ
  1. นำเอาถังน้ำที่จะใช้เป็นถังกรองมาวัดขนาดและขีดเส้นให้พอดีกับขนาดของข้อต่อตรง โดยให้สูงกว่าก้นถังประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้ก้นถังสามารถกักเก็บตะกอนไว้ได้และเป็นที่วางถุงตาข่าย
  2. ใช้สว่านค่อยๆ เจาะตามแนวที่ขีดเส้น อย่าเจาะให้ใหญ่เกินไปอาจจะทำให้น้ำรั่วตามแนวได้ง่าย ตรงนี้มีเทคนิคว่า ควรใช้ดอกสว่านประเภทเจาะไม้สีดำ และห้ามปรับใช้แบบกระแทก เพราะจำทำให้ถังพลาสติกแตกร้าวได้
  3. สวมแหวนยางเข้ากับข้อต่อตรงตัวที่ 1 (เกลียวในทองเหลือง) แล้วสวมออกมาจากด้านใน จากนั้นนำแหวนยางอันที่ 2 สวมกับข้อต่อตรงตัวที่ 2 ขันเกลียวเข้ากันจนแน่น แหวนยางจะช่วยให้น้ำไม่รั่วออกจากถัง เราสามารถซื้อแหวนยางมาใส่เพิ่มได้
  4. เอาถุงตาข่ายใส่หินพัมมิสหรือมีเดียอื่นๆ พอประมาณวางลงเป็นชั้นล่างของถังพลาสติก
  5. เจาะรูถังพลาสติกใบย่อมที่จะใช้ซ้อนด้านบน เพื่อใส่ใยแก้วให้ทั่วเพื่อให้น้ำระบายออกได้ดี
  6. เจาะฝาปิดถังพลาสติกให้มีขนาดพอดีกับสายยาง
  7. ต่อสายยางจากปั้มเจท ผ่านฝาปิดถังให้ปลายสายยางวางไว้เหนือใยแก้ว ปิดฝา
  8. ท่อดูดตะกอนที่ปั้มเจท สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมตามที่ให้มาในกล่อง ข้อสำคัญอย่าให้ตะกอนขี้ปลา สิ่งสกปรกตกค้างในบ่อ และระวังไม่ให้ปลาว่ายชนจนอาจจะเป็นแผลได้ ซึ่งขึ้นกับขนาดของถังกักโรคที่ต้องไม่เล็กเกินไปด้วย
 


เจาะแล้วค่อยๆ ใส่ข้อต่อตรง หากใส่ไม่เข้าค่อยๆ เจาะขอบถังไปเรื่อยๆ


พอดีรูเลย


ข้อต่อตรงเกลียวในใส่แหวนยาง เอาไว้ข้างใน เพื่อให้น้ำไหลออกได้ดี
 


ข้อต่อเกลียวนอกใส่จากด้านนอก รูปนี้ถ่ายจากภายในถังกรองครับ


ถ่ายจากด้านนอกถังเมื่อขันเกลียวข้อต่อเรียบร้อยแล้ว


ด้านข้างครับ อีกสักครู่จะเริ่มทดสอบว่า น้ำรั่วหรือไม่
 


ถุงตาข่าย ใส่หินพัมมิส มีซิปรูปปิดไม่ให้ลอยไปอุดท่อน้ำออก อันนี้แนะนำเลยครับ


หากใครไม่ใช้ถุงตาข่าย จะใช้ภาชนะอื่นแทน แต่ต้องเจาะรูให้เยอะหน่อย น้ำจะได้ไหลทัน และมีเดียต้องไม่จมหรือเข้าไปอุดตันท่อน้ำออก


ใยแก้ว ผมใส่ไว้ด้านบน ส่วนถังด้านในเจาะรูเรียบร้อยแล้ว
 


เจาะรูที่ฝาปิดให้พอดีกับสายยาง อย่าให้รูใหญ่เกินไป สายยางอาจจะหลุดได้ง่าย


นำปลายสายยางอีกข้างเสียบกับท่อปั้มเจท ส่วนด้านหัวดูดน้ำเข้าเจทปรับเปลี่ยนแบบได้ โดยพยายามเลือกแบบที่สามารถดูดของเสีย ขี้ปลาเข้าถังกรองได้สะดวก


ลองระบบได้เลย ผลปรากฏว่า น้ำไหลสะดวก ไม่หยดหรือรั่ว หากมีอาการรั่วขันให้แน่นแล้ว ยังไม่ดีขึ้น อาจจะเพิ่มแหวนยางเข้าไปอีกทั้งด้านในด้านนอก ก็ได้ครับ
 
งบประมาณที่ใช้
  • ค่าถังน้ำขนาด 20 ลิตรพร้อมฝา 150 บาท
  • ค่าใยแก้ว 30 บาท
  • ค่าปั้มเจท 950 บาท
  • ถุงผ้า 40 บาท
  • ถังด้านใน 50 บาท (ประมาณ)
  • ค่าสายยาง 40 บาท (ประมาณ)
  • ค่าหินพัมมิส 100 บาท (ประมาณ)
  • ข้อต่อตรงเกลียวในและนอก รวมแหวนยาง 40 บาท (ประมาณ)
รวมเงินที่ใช้ประมาณ 1,400 บาท

Pat Koilover Group 27 มิถุนายน 2547