![]() |
การพิจารณาและคัดเลือกปลาไทโช ซันโชกุ ปลาไทโช ซันโชกุเกิดขึ้นจากการเพาะเลี้ยงปลาโคฮากุสายพันธุ์ Sarasa ซึ่งจู่ๆ ก็มีสีดำเกิดขึ้นบนลำตัวขึ้นมา ทั้งๆ ที่ปลาโคฮากุไม่ควรจะมีสีเหลืองหรือสีดำปะปนเลย ดังนั้นผู้เพาะพันธุ์จึงทิ้งปลาโคฮากุที่เกิดสีดำไปเกือบทั้งหมด แต่ก็มีผู้เพาะเลี้ยงปลาท่านหนึ่งชื่อ Mr.Hoshino ซึ่งกำลังสนใจหาทางที่จะเพาะพันธุ์ปลาในสายพันธุ์ใหม่อยู่ พอมาเจอโคฮากุสายพันธุ์ที่มีสีดำปนเปื้อนก็รู้สึกประหลาดใจและสนใจ จึงได้เริ่มเพาะเลี้ยงกันอย่างจริงจัง ซึ่งแท้จริงแล้วปลาซังเขะก็คือปลาโคฮากุที่มีสีดำเกิดขึ้นมา ตัวนี้เป็นโคฮัง ซังเขะ (Crown Sanke) ภาพประกอบ D ซึ่งเป็นปลาที่มีชื่อเสียงมาก ได้เป็นแชมป์เปี้ยนของญี่ปุ่นถึงสองครั้ง ผมอยากให้ดูปลาตัวนี้ (ภาพประกอบE) ปลาตัวนี้มี Sumi โผล่ขึ้นมา 3-4 แห่งบนร่างกายเป็นจุดใหญ่ด้วย ซึ่งหากเทียบกับในอดีตที่สีดำของปลาซังเขะจะค่อนข้างไม่จับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนและค่อนข้างกระจาย ที่สีดำจับตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและสวยงามขึ้นนี้ก็ย่อมเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ของ Breeder นั่นเอง ลักษณะลวดลายที่สวยงามของปลาซังเขะนั้น จะต้องเป็นปลาที่ลวดลายแดงที่สวยงามแบบโคฮากุและมีสีดำที่จับกันเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมาเป็นจุดใหญ่ๆ ไม่กระจายไปทั่วแบบปลาซังเขะรุ่นเก่าๆ ซ้าย ภาพประกอบ D ปลาตัวนี้ชื่อ "Crown Sanke" ได้รางวัลแกรนด์แชมป์เปี๊ยนในงานของ ZNA ครั้งที่ 14 และในงานของ Shinkokai ครั้งที่ 10 ขวา ภาพประกอบ E ซังเขะตัวนี้มีสีดำที่เกาะกันเป็นกลุ่มก้อนดี ไม่กระจัดกระจายเหมือนปลาในรุ่นแรกๆ |
![]() |
| หลักการตัดสินของปลาซังเขะก็เป็นเช่นเดียวกับโคฮากุก็คือ
เริ่มจากการพิจารณารูปร่าง คุณภาพและลวดลายเป็นท้ายสุด การดูลวดลายแดงของซังเขะก็เป็นเช่นเดียวกับโคฮากุก็คือต้องเริ่มด้วยขาวและจบลงตรงข้อหางด้วยสีขาวเช่นกัน ลักษณะของที่สีแดงบนซังเขะก็มีหลายหลากเช่นเดียวกัน แต่สีแดงในลักษณะที่เห็นนี้เป็นสีแดงในลักษณะที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น คือตรงส่วนวงกลมตรงนี้นะครับ (ภาพประกอบ F ให้พิจารณาสีแดงส่วนในวงกลมสีเหลือง) ในส่วนของสีวงกลมตรงนี้นะครับ เกิดจากการที่เราช้อนปลาแล้วไม่ระวัง พอปลาช้ำเนื้อส่วนนี้เนื้อมันจะตายสีแดงเลยกลายเป็นแบบนี้ขึ้นมาซึ่งไม่ดีเลย อาการเช่นนี้หากเกิดกับปลาอายุน้อยก็มีโอกาสหาย ซึ่งไม่ใช่ว่าทิ้งไว้แล้วจะหายได้ ต้องมีการให้อาหารช่วยเสริมสร้างในส่วนนี้ได้ แต่สำหรับปลาขนาดใหญ่ๆ แล้วโอกาสที่จะหายนั้น เรียกได้ว่าน้อยแล้วล่ะครับ ปลาตัวนี้ดูเหมือนสวมมงกุฏอยู่นะครับ จึงถูกเรียกว่า "Crown Sanke" เวลาที่ทุกท่านซื้อปลาไปเลี้ยงแล้วมีปลาตัวโปรดก็ควรจะตั้งชื่อให้กับเค้า แล้วเลี้ยงดูเสมือนหนึ่งเค้าเป็นลูกของเรา (กลับไปที่ ภาพประกอบ D อีกครั้ง) ขวา ภาพประกอบ F รอยตำหนิของสีแดงที่เกิดจากช้อนปลาอย่างไม่ระมัดระวัง |
![]() |
![]() |
ภาพนี้จะแสดงให้เห็นการพัฒนาสีดำ (Sumi) ของ
Breeder (ภาพประกอบG) ซึ่งสีดำที่สวยและถือว่ามีคุณภาพต้องจับกันเป็นกลุ่มก้อนไม่กระจัดกระจาย นอกจากนี้จะต้องดูไม่บางและไม่ดูว่าลอยอยู่เพียงชั้นสีส่วนบนของตัวปลา
ปลาตัวซ้ายมือและขวามือนี้ได้รับรางวัลแกรนด์แชมป์เหมือนกัน หากแต่ว่ามีความแตกต่างกันที่ระยะเวลาประมาณ 20 ปี จะเห็นได้ว่าปลาตัวซ้าย (Crown Sanke)
ซึ่งได้รางวัลแกรนด์แชมป์ในปี 1979 หากพิจารณาถึงคุณภาพและการจัดวางของสีดำแล้ว จะได้ไปเพียง 30 คะแนนจาก 100 คะแนนเต็ม ในขณะที่อีก 20 ปีต่อมา
ปลาที่ได้รางวัลเดียวกัน (ปลาตัวขวามือ) ได้คะแนนในส่วนของสีดำ 100 คะแนนเต็ม ซึ่งถือว่าเป็นความสามารถของ Breeder ที่สามารถพัฒนารูปแบบการวางตัว
และคุณภาพของสีดำได้รวดเร็วขนาดนี้ ในกรณีของซังเขะนั้นการเกิดขึ้นของสีดำจะต้องไม่มากจนเกินไป ซึ่งหากว่ามีมากจนเกินไปนั้น จะถือว่าผิดปกติสำหรับความเป็นซังเขะด้วย สำหรับตัวนี้มีก้านครีบสีดำที่ค่อนข้างมากและไม่สมดุลย์หากจะเปรียบเทียบกับครีบหน้าอีกข้างหนึ่งที่ไม่มีสีดำเลย (ดูปลาตัวขวามือของภาพประกอบ G อีกครั้ง) แต่เมื่อพิจารณาเรื่องการสอดคล้องกับแต้มสีดำที่หลังขวา (ของปลา) กลับกลายเป็นจุดด้อยจุดเด่นที่รับกันได้ ทำให้ปลาตัวนี้เป็นแชมป์กะเค้าได้เหมือนกัน ซ้าย ภาพประกอบ G เปรียบเทียบการพัฒนาสีดำในปลาซังเขะในระยะเวลา 20 ปี |
![]() ภาพประกอบ H เปรียบเทียบสีดำคุณภาพดีและไม่ดี แต่วางตัวที่ตำแหน่งเดียวกัน ![]() |
การปรากฏของสีดำที่เป็นอุดมคติเลยต้องเป็นแบบนี้นะครับ
ดูภาพประกอบ H รูป A (ซ้ายมือ) เป็นลักษณะของสีดำที่ไม่ดีเนื่องจากดูบางและขอบกระจัดกระจาย ส่วนรูปของสีดำที่ดีนั้นเป็นรูปทางขวามือคือรูป B นะครับ
ซึ่งจะเห็นว่าเป็นสีดำที่ทรงพลังจริง แต่อย่างไรก็ตามสีดำของปลาทั้งสองตัวนี้ถือว่าจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากเลยทีเดียว และปลาซังเขะที่ดีไม่ควรมีสีดำติดที่บริเวณส่วนหัว
ปลาที่มีสีดำติดที่ส่วนหัวควรจะเป็นปลาโชว่ะมากกว่า นอกจากนี้สีดำที่ดีควรจะขึ้นบนสีขาวจะทำให้ดูโดดเด่นกว่าขึ้นบนสีแดง![]() ปลาในภาพ A นั้นเป็นถึงแกรนด์แชมป์ ZNA ครั้งที่ 8 (1976) ส่วนปลาในภาพ B นั้น เป็นแกรนด์แชมป์ครั้งที่ 14 (1982) แต่จะเห็นได้ว่า สีดำ (Sumi) ยังมีคุณภาพที่ไม่ดีนักทั้งในด้านรูปแบบการจัดวางและคุณภาพของสี ซ้าย ตัวอย่างที่ดีของ Odome สำหรับปลาซังเขะ |
![]() |
ดู ภาพประกอบ I ปลาตัวนี้เป็น ดอยซ์
ซังเขะมีสีดำในตำแหน่งที่ต้องการและไม่ต้องการขึ้นบนตัวด้วย สีดำที่ปรากฏบนพื้นขาวเรียกว่า Tsubo Sumi ซึ่งเป็นสีดำในแบบที่ควรจะมีในปลาซังเขะ
แต่อย่างไรก็ตามเราก็ให้ความสำคัญกับตำแหน่งของ Sumi มากกว่า ซึ่งตำแหน่งของสีดำควรจะมีวางที่ช่วงไหล่ ช่วงกลางลำตัวและช่วงหาง เป็นสามช่วง
ส่วนรูปแบบการเกิดสีดำนั้นควรจะเป็นในรูปแบบของ Tsubo Sumi (สีดำที่เกิดบนสีขาว) จะดีกว่าสีดำที่เกิดบนสีแดง ในส่วนที่วงไว้เป็นส่วนที่ควรจะมีตามจุดที่กำหนด
ไม่มีไม่ได้ขาดไม่ได้เลย ซ้าย ภาพประกอบ I ที่เส้นวงกลมล้อมรอบสีดำที่เรียกว่า"Tsubo Sumi ภาพประกอบ J ปลาตัวนี้เป็นปลาที่มีลวดลายไม่สวยเลย แต่มีกินรินที่ชัดเจนจึงได้รางวัลแชมป์ประเภทกินรินไปครองได้เช่นกัน มักจะมีคำถามที่ว่า ในตอนที่ปลาอายุยังน้อยอยู่จะเห็นกินรินได้ชัดเจนและพอโตขึ้นทำไมกินรินดูจะจางออกไป ก็เป็นเพราะกินรินนั้นเกิดขึ้นบนเกล็ดปลาที่เรียกว่า Unoko พอตอนปลาเล็กอยู่ก็จะยังแน่นอยู่ แต่พอปลาโตขึ้นช่วงก็จะห่างออกไป ทำให้มีความชัดเจนน้อยลง ขวา ภาพประกอบ J ปลากินริน ซันโชกุตัวนี้ถึงแม้จะมีลวดลายไม่สวยงามแต่ก็มีคุณภาพกินรินและสีขาวที่ดีเอามากๆ |
![]() |
| สำหรับสีแดงกับขาวบนซังเขะนั้นควรจะเป็น 50-50
ส่วนเปอร์เซ็นต์ของสีดำนั้นควรจะเป็นหนึ่งในสามของสีแดง มีคำถามว่าปลาซังเขะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเยาว์ยังมีการพัฒนาของสีดำไม่ชัดเจนเท่าใดนัก เราจะมีเคล็ดลับในการเลือกอย่างไรถึงจะมั่นใจได้ว่าปลาเล็กที่เราดูอยู่นั้น เป็นปลาที่จะเติบโตขึ้นมามีสีดำที่ดี และอีกคำถามที่ว่าแนวทางการพัฒนาของสีดำมักจะมีแนวทางไปอย่างไร คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นหลัก เช่นเดียวกับคนที่จะดูว่าโตขึ้นมาจะสวยหรือไม่ก็ต้องดูพ่อแม่ไว้เป็นหลัก หรือบางทีก็สามารถดูได้จากครอกพี่ของมันก็ได้ซึ่งส่วนมากจะมีแนวทางการพัฒนาของสีดำไปในทางที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเรื่องสายพันธุ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การเลือกซื้อลูกปลาไทโช ซังเขะในวัยเยาว์หากจะพิจารณาในแง่ของลวดลายแล้วควรจะให้ความสำคัญที่สีแดงเป็นหลัก โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีแดงจัดก็ได้ซึ่งหากเป็นปลาที่มีคุณภาพดีปลาก็จะพัฒนาสีให้แดงจัดได้ในภายหลัง ส่วนของสีดำนั้นจะเป็นสิ่งที่แซมขึ้นมาทีหลังในตอนที่ปลาโตขึ้น นอกจากนี้สีแดงของลูกปลาก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการเลี้ยงของแต่ละฟาร์มด้วย อย่างเช่นในปลาซังเขะของฟาร์ม Yamamatsu หรือกระทั่ง Torazo จะไม่นิยมเร่งสีของลูกปลาในวัยเยาว์ เพราะทาง Breeder เองเชื่อว่าในสายพันธุ์ของเค้าแข็งมาก ถึงไม่เร่งสีในวัยเยาว์ปลาก็สามารถพัฒนาในสีแดงจัดขึ้นได้ในตอนที่โตขึ้น ไม่เพียงแต่ตัว Breeder เองเท่านั้นที่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น แต่ผู้เลี้ยงหรือลูกค้าส่วนใหญ่ของเค้าก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน จึงทำให้ฟาร์มเหล่านี้ขายลูกปลาได้แม้ว่าลูกปลาของเค้าจะมีสีแดงที่ไม่สดสักเท่าใดก็ตาม นอกจากนี้ข้อเสียของสไปรูลิน่าก็คือว่า มันย่อยยาก และข้อเสียร้ายแรงที่สองก็คือ "มันแพง" นี่คือข้อแตกต่างของฟาร์มที่ดังจนติดตลาดแล้วกับฟาร์มที่ยังเป็น Commercial อยู่ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องให้ลูกค้าประทับใจลูกปลาตั้งแต่แรกเห็น และเนื่องจากการคาดเดาปลาที่โตขึ้นมาว่าจะสวยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นโคฮากุ ซังเขะหรือกระทั่งโชว่ะ ดังนั้นวิธีที่จะหลีกหนีความผิดหวังได้ดีที่สุดก็คือ การเลือกซื้อปลาที่มีอายุสามปีขึ้นไป (ปลาSansai) ซึ่งปลาที่มีอายุย่างเข้าสามขวบปีแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงในลวดลายที่น้อยมาก แต่สำหรับโชว่ะนั้น ทางที่ดีควรจะซื้อปลาโชว่ะที่มีอายุตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมเล่น Tosai นั้นก็เนื่องจากว่าราคาถูกและมีให้เลือกมากกว่า อีกอย่างบางทีแล้วนักเลี้ยงปลาก็มีความสนุกที่จะได้ลุ้นด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่ากระทั่ง Dr.Takeo Kuroki ผู้แต่งหนังสือเกี่ยวกับปลาคาร์พมากมาย ก็ประสบความสำเร็จจากการซื้อปลา Tosai มาเลี้ยงเพียง 20% เท่านั้นเอง ขวา เจ้า Nellie ปลาซังเขะของ Matsunosuke ตัวหนึ่งที่ชื่อดังก้องโลก |
![]() |
![]() |
อีกอย่างหนึ่งที่นักเลี้ยงปลามือใหม่พึงระวังไว้ก็คือ
บางครั้งจะมีปลาที่เรียกว่า "Nisai Tosai" เข้ามาขายในท้องตลาดด้วย ซึ่งปลา NisaiTosai นั้นหมายถึงปลาอายุสองขวบปีที่มีขนาดเท่ากับTosai (ปลาปีเดียว)
ซึ่งเดิมจุดประสงค์ของการทำเช่นนี้มาจากต้องการเลี้ยงปลาแล้วส่งเข้าประกวดในรุ่นปลาขนาดเล็กเพื่อต้องการสีที่แดงจัด เนื่องจากว่าบางทีแล้วปลาTosai จริงๆ
สีแดงอาจยังพัฒนาไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร การทำ NisaiTosai นั้นทำได้โดยการจำกัดสถานที่ จำกัดอาหารหรืออะไรอย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งผลที่ได้ก็คือปลาที่มีเล็กแต่มีสีแดงที่เป็นที่ประทับใจผู้พบเห็น ซึ่งก็ขยายมาถึงการนำปลาประเภทนี้เข้ามาขายด้วย ข้อเสียของปลาประเภทนี้ก็คือ
เนื่องจากมันถูกจำกัดการเจริญเติบโตมาในวัยเด็ก ปลาพวกนี้จึงมักไม่ค่อยโตได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งนี่ก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ผมจะต้องมาบรรยายให้ทราบถึงการเลือกซื้อปลาว่า
แท้จริงแล้วเราอาจไม่จำเป็นต้องซื้อปลาที่สีแดงมากๆ ตั้งแต่ยังเล็กก็ได้ แต่ควรมองหาปลาคุณภาพดี และมีศักยภาพต่างหากล่ะ เนื้อหาบรรยายโดย Mr.Mamoru Kodama แปลเป็นภาษาไทยโดย ล่ามพิเศษที่จัดหาโดย Siam Koi Farm ถอดเทปและเรียบเรียงโดย Kevin Koilover Group ซ้าย ปลาซังเขะส่วนหนึ่งที่นำเอามาประกอบคำบรรยายในครั้งนี้ด้วย |