การบรรยายของ Mr.Kodama ครั้งที่ 3
| สวัสดีครับ คนรักปลาคาร์พชาวไทยทุกท่าน วันนี้ผมจะมาทำการสมนาต่อจากคราวที่แล้วนะครับ ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดย วันนี้เราจะเริ่มต้นด้วย ปลาสายพันธุ์โชว่ะ ก่อนอื่นเรามาดูภาพประกอบกันดีกว่า (ดูภาพประกอบ A) จะเห็นได้ว่า ปลาตัวซ้ายสุดในภาพนี้จะเป็นซังเขะ รูปกลางคือโชว่ะ และขวามือสุดคือ คุมงริว ซึ่งวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของปลาโชว่ะ จากภาพประกอบ A จะเห็นได้ว่าปลาโชว่ะและปลาซังเขะนั้นเป็นปลาที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนถึงแม้ว่าจะเป็นที่มีสามสีเหมือนกัน คือ สีขาว สีแดง และสีดำ ซึ่งข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือสีดำ จะเห็นได้ว่าสีดำของปลาโชว่ะ จะมีมากกว่า ดังนั้นต่อไปนี้หากว่าเราอยากจะดูว่าปลาตัวใดเป็นโชว่ะหรือซังเขะก็ให้พิจารณาที่สีดำเป็นจุดเปรียบเทียบ และไม่เพียงแต่จำนวนของสีดำเท่านั้น แต่ลักษณะของสีดำก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงด้วย เพราะว่าในยามแรกเกิดนั้นปลาโชว่ะจะมีสีดำทั้งตัวเลย ในขณะที่ไทโช ซังเขะ จะมีลำตัวเป็นสีชมพู ซึ่งถึงแม้ว่าเราเอาโชว่ะตัวผู้มาผสมกับปลาแม่พันธุ์ซึ่งเป็นโชว่ะตัวเมีย ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้ลูกปลาโชว่ะ (ซึ่งเป็นสีดำทั้งหมด) ประมาณ 70-80% ของลูกปลาที่ได้จะเป็นสีชมพู และเพียงแค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นที่จะออกมามีสีดำทั้งตัวซึ่งหมายความว่าเป็นลูกปลาโชว่ะ จากนั้นหากเราเอาลูกปลาสีดำทั้ง 20-30% | ![]() ภาพประกอบ A จากซ้ายไปขวา ปลาตัวแรกเป็นไทโช ซันเขะ ตัวกลางโชว่ะ ซังเขะและขวาสุดคือ คุมงริว |
|
นี้มาเลี้ยง ลูกปลาสีดำนี้ก็จะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีดำที่จางลงบาง สีดำที่เข้มขึ้นบ้าง และมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีกมากมาย ลองมาดูพัฒนาการของสีดำในปลาโชว่ะ (พิจารณาภาพประกอบ B และ C) จะเห็นว่าสีดำหรือ Sumi นั้น ไม่ได้ดำเข้มเสมอเท่ากันไปทั่วทุกส่วนมาแต่แรกเกิด แต่มักจะเริ่มต้นแบบเป็นสีดำที่ฝังลึกๆ อยู่ในเนื้อของปลา จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปตามลักษณะการเลี้ยงดู ตั้งแต่สีดำที่ดูฝังอยู่ในเนื้อลึกๆ แล้วค่อยปรากฏเด่นขึ้นและดำเสมอเท่ากันทั้งตัว ปลาโชว่ะนั้นจะ Finished ลวดลายของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบนั้นก็ต้องผ่านเวลาไปสัก 5-6 ขวบปี ถึงจะพร้อมไปด้วยสีสันที่มีคุณภาพทั้งขาวแดงและดำ ซึ่งหากเราไปเดินซื้อปลาต่อฟาร์ม ปลาส่วนใหญ่ที่ขายกันก็มักจะเป็นปลาที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี หรืออย่างมากก็ 3 ปี ซึ่งนั้นหมายความว่าเป็นปลาโชว่ะที่ยังไม่ Finished แทบทั้งสิ้น เสน่ห์ของโชว่ะก็คือการเปลี่ยนแปลงของสีดำ |
![]() |
![]() |
| ภาพประกอบ B และ C การพัฒนาสีดำของปลาโชว่ะจะเป็นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับสภาพการเลี้ยงดูและสายพันธุ์ |
![]() ภาพประกอบ D ลักษณะการวางตัวของ Sumi แบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะพัฒนา มาเชื่อมต่อกัน ในบริเวณหัวและปาก |
จากภาพประกอบ D ผมอยากให้สังเกตุดูลวดลายที่ส่วนหัว
จะเห็นได้ว่าลายสีดำที่ส่วนหัวมีโอกาสที่จะพัฒนาลงมาชนกับสีดำที่ปากก็ได้ ซึ่งเรียกว่าเป็นลวดลายแบบ "Hachiware" และผมก็มั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซนต์ที่ว่า
Sumi สองส่วนนี้จะมาบรรจบกัน ที่เรารู้ได้เพราะว่ามี Sumi ที่ปากและ Sumi ที่ส่วนหัว ซึ่งโดยธรรมชาติSumiส่วนนี้จะต้องมาบรรจบกัน ซึ่งนี่คือลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของสายพันธุ์โชว่ะ
ส่วนจะมาบรรจบอย่างที่ผมทำนายไว้หรือไม่ สิ่งนี้จะเป็นตัวบอกคุณค่าของตัวปลาอีกอย่างหนึ่งด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างปลาตัวนี้ (ภาพประกอบ E) ซึ่งเป็นปลาที่ได้แชมป์จะเห็นได้ว่ามีสีดำมาบรรจบกัน ซึ่งหากไม่มีจุดนี้ ก็อาจจะไม่ได้แชมป์ก็เป็นได้ และที่สำคัญสีดำในส่วนโคนหางและกลางลำตัว (ด้านขวามือ) จะไม่มีอย่างแน่นอน แต่ด้านซ้ายของปลาปรากฏให้เห็นเพียงในรูปแบบของ "Kage Sumi" คือเป็นลักษณะของสีดำเงาๆ เท่านั้นเอง ดังนั้นทุกท่านก่อนจะไปซื้อปลาก็ควรจะไปคุยกับเจ้าของปลาให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ท่านต้องปลาอายุเท่าไหร่ หนึ่งปี สองปี สามปี หรือสี่ปี ซึ่งแต่ละปีสีดำของปลาก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนลวดลายของสีแดงนั้นมักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก คือตั้งแต่แรกเกิดเป็นอย่างไรก็มักจะเป็นอย่างนั้น ดังนั้นหากท่านใดจะซื้อปลาโชว่ะในวัยเยาว์ก็น่าจะให้ความสำคัญกับสีแดงเป็นอันดับแรก เพราะลวดลายของสีแดงนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้วเพียงแต่จะมีก็แค่เข้มขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนสีดำนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงลวดลายได้มากเลยทีเดียว กลับไปที่ภาพประกอบ E อีกครั้งที่ Dainichi Showa ตัวเดิมนี้อีกครั้งหนึ่ง ดูที่ Hachiware ของมัน จะเห็นได้ว่าเกิดจากการลามมาบรรจบกันของสีดำ ซึ่งหากว่าปลาตัวไหนมีสีดำที่ปากและที่ส่วนหัว ให้เดาว่าจะมาบรรจบกัน ส่วนลวดลายทางซ้ายที่อยู่ในรูปแบบของ Kage Sumiนั้น ก็คาดเดาไว้ว่าต่อมาจะมีสีเข้มเหมือนด้านขวาตรงกลางลำตัว และนี่คือวิธีการมองดูโชว่ะที่ดี |
![]() ภาพประกอบ E ปลาตัวนี้ สร้างชื่อให้กับ สายพันธุ์โชว่ะเป็นอย่างมาก |
![]() ภาพประกอบ F ส่วนหัวของปลาโชว่ะที่ดี จะต้องมีครบสามสี ขาว แดงและดำ |
คุณณัฐวุฒิเสริมว่า "เป็นอย่างไรบ้างครับ เพราะว่าเท่าที่ผมขายปลามา สิ่งที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ ในตอนที่ลูกค้าเลือกปลาโชว่ะก็คือ กลัวดำจะไม่มา วันนี้ Mr.Kodama บอกว่า 5-6 ปี
โชว่ะถึงจะพร้อม นี่แหละครับคือคำตอบ แต่ที่ผ่านมาผมมักจะถูกบ่นว่าดำไม่เห็นขึ้นเลย ซื้อไปตั้ง 3 เดือนแล้ว จริงๆ แล้วปลาโชว่ะเป็นเรื่องที่ยาวมากโดยเฉพาะปลาโชว่ะตัวเมีย" มีคำถามแทรกขึ้นมาว่า "ปลาโชว่ะในส่วนของหน้าต้องมีครบสามสีใช่หรือไม่" คำตอบคือ "ใช่ครับ" ในส่วนหัวต้องมีครบขาว แดงและดำ นอกจากนี้ตลอดทั้งลำตัวหากเราแบ่งเป็นสี่ส่วนก็ต้องมีครบทั้งสามสีในทุกส่วนด้วย และวิธีการดูโชว่ะนั้นเราใช้หลักการดูลวดลายสีแดงแบบเดียวกับโคฮากุ (ภาพประกอบ F) คุณณัฐวุฒิถามว่า ถ้าในงานประกวด ปลาโคฮากุกับซังเขะสวยเท่ากัน ซังเขะจะชนะ และราคาขายซังเขะจะแพงกว่า แต่ถ้าซังเขะกับโชว่ะสวยเท่ากัน ผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร คำตอบก็คือ ในการประกวดโชว่ะจะชนะและในร้านขายโชว่ะก็จะแพงกว่า เพราะเค้ามองถึงความเป็นไปได้ที่จะมีปลาซังเขะหรือปลาโชว่ะที่สวยขนาดนั้น เนื่องจากว่าเป็นการประกอบกันอย่างลงตัวของสีถึงสามสี หากเมื่อเทียบกันโคฮากุนั้นมีเพียงสองสีคือขาวและแดง แต่ในขณะเดียวกันการหาปลาโชว่ะที่สวยนั้นหากได้ยากกว่าปลาซังเขะเสียอีก และปลาตัวไหนหายากกว่าก็ย่อมมีค่าที่สูงกว่า ซึ่งตามที่ได้บอกไว้ในตอนต้นของการสมนา ที่ว่าในครอกหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเอาพ่อแม่ปลาโชว่ะมาเข้าคู่กันลูกที่ได้ก็จะเป็นเพียงแค่ 20-30% เท่านั้นเอง และแน่นอนที่สุดในการผสมพันธุ์ปลาแต่ละครั้งลูกปลาที่ได้ออกมาเยอะที่สุดนั้นก็คือ โคฮากุ แต่หากว่ามีสีดำแซมเป็นแต้มๆ ขึ้นมาก็จะกลายเป็นซังเขะ ซึ่งความยากที่จะหาปลาสวยๆ ลวดลายลงตัวทั้งสามสีก็จะยากขึ้นกว่าปลาสีสองสีอย่างแน่นอน แต่แน่นอนที่สุดที่ยากที่สุดคือโชว่ะ ดังนั้นจึงเป็นปลาที่สมควรมีราคาแพงที่สุด ในการสมนาครั้งแรก ผมได้ให้ข้อจำกัดในการตีราคาปลาไว้ว่าขึ้นอยู่กับสามประการคือ ข้อแรก ความสวยงามของปลา ข้อสอง ขนาดของปลา และข้อสาม ความยากง่ายในการเกิดสายพันธุ์นั้นๆ ขึ้นมา |
![]() ภาพประกอบ G หากเปรียบเทียบไปแล้ว ตันโจ โชว่ะก็คือราชาแห่งตันโจทั้งมวล ทั้งนี้เนื่องมาจากความหายากของมันนั่นเอง |
| ภาพประกอบ G ยกตัวอย่างเช่นตันโจ เป็นปลาที่มีหลายสายพันธุ์ เช่น ตันโจ โคฮากุ ตันโจ ซังเขะ และตันโจ โชว่ะ แน่นอนที่สุดตันโจ โชว่ะนั้นหายากที่สุด เพราะว่าตันโจโคฮากุนั้นไม่มีอะไรเลย แค่มีสีแดงตรงกลางหัวแต่หากเป็นตันโจโชว่ะแล้วจะเห็นได้ว่านอกจากจะมีสีแดงบนหัวแล้ว ยังต้องมีริ้วลายสีดำพาดตามลำตัวอีก ซึ่งถือว่าเป็นการยากที่จะได้ปลาลักษณะอย่างนี้ออกมา มีคำถามเพิ่มเติมว่า นอกจากสีดำที่พัฒนาตัวในทางที่ดีขึ้นหรือเพิ่มขึ้นแล้ว มีกรณีใดหรือไม่ที่สีดำพัฒนาตัวในทางกลับกันคือหดหายไป และอยากให้อธิบายเรื่องการพัฒนาตัวของ Motoguro ด้วย คำตอบก็คือ โดยธรรมชาติแล้วชั้นสีที่เกิดขึ้นบนตัวปลานั้นจะขึ้นอยู่กับสุขภาพของปลาและอาหารที่ได้รับ หากว่าปลาได้รับอาหารที่ดีมีสุขภาพที่ดี สีก็จะเข้มขึ้นดีขึ้น นอกจากนี้สภาพแวดล้อมก็เกี่ยวข้องกันด้วย ยกตัวอย่างเช่นอุณหภูมิ ซึ่งอุณหภูมิที่พอเหมาะกับการเจริญเติบโตจะอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส แต่ในบ้านเรานั้นอุณหภูมิจะสูงกว่า จึงส่งผลให้ปลาเติบโตได้อย่างรวดเร็วแต่คุณภาพสีจะด้อยลง และอยากให้สังเกตว่าเวลาที่โชว่ะตายสีแดงจะยังคงอยู่แต่สีดำจะหายไป อีกอย่างหนึ่งก็คือ ลักษณะสภาพน้ำในบ้านเรามีผลเอื้อทำให้สีดำพัฒนาได้เร็วกว่าในญี่ปุ่น คุณณัฐวุฒิ เสริมว่า ผมขออนุญาติขยายความให้ Mr. Kodama ฟังด้วยก็แล้วกันนะครับว่า สภาพน้ำในด้าน Water Hardness ในบ้านเรานั้นค่อนข้างจะแตกต่างจากในญี่ปุ่น เพราะว่าสภาพน้ำในญี่ปุ่นนั้นจะเป็นน้ำค่อนข้างอ่อน ซึ่งมีค่าความกระด้างอยู่ในช่วงประมาณ 30-100 ppm ซึ่งสภาพน้ำที่อ่อนนั้นจะทำให้การพัฒนาสีดำจะมาได้ช้าและไม่ดี ส่วนที่เมืองไทยนั้นแค่ออกจากก๊อกมาใหม่ก็ประมาณ 100 ppm เข้าไปแล้ว จากนั้นยังมาเจอสภาพอะไรอย่างอื่นอีก ก็จะทำให้ความกระด้างสูงขึ้นไปอีก จะเห็นได้ว่า Sumi ของปลา Gosanke ในบ้านเราจะพัฒนาไปได้เร็วและเร็วกว่าประเทศต้นตำหรับเสียอีก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวจะเร็วแบบนี้เสมอไปนะครับ |
![]() ภาพประกอบ H Motoguro หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "โคนดำ" สิ่งที่โชว่ะควรมี |
ส่วนเรื่อง Motoguro นั้น หากเปรียบเทียบระหว่าง Kumonryu
ตัวซ้ายกับโชว่ะตัวขวา จะเห็นได้ว่าปลา Kumonryu จะมีความสง่างามในด้านลวดลายมากกว่า เพราะว่ามี Motoguro ที่สมบูรณ์กว่า พูดถึง Motoguro
นั้นในปลาโชว่ะวัยเยาว์จะมีครีบหน้าเป็นสีดำทั้งหมด ต่อเมื่อปลาเติบใหญ่ขึ้นปลายครีบจะเริ่มกลายเป็นสีขาวเหลือไว้แต่โคนครีบสีดำเท่านั้นเอง ซึ่งคำว่า Motoguro
ก็แปลได้ตรงตัวเป็นภาษาไทยว่า "โคนดำ" นั่นเอง คราวนี้ก็คงมีบางท่านสงสัยว่าปลาทั้งสองสายพันธุ์นี้มี Motoguro ที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งคำตอบก็คือ
motoguro จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของสีดำบนตัวปลานั้นเอง ในการเลือกปลาอยากจะให้ทุกท่านพยายามสั่งสมประสบการณ์ในการเลือกปลา
และอ่านให้ขาดว่าปลาลักษณะนี้โตขึ้นมาจะมีลักษณะอย่างไร และที่สำคัญก็คือปลาสายพันธุ์โชว่ะนี้ มีการเปลี่ยนแปลงที่ไวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก
สายพันธุ์ของมันเอง , จากสภาพการเลี้ยงดู และจากสายพันธุ์ของผู้เพาะเลี้ยง มีคำถามว่า "Motoguro เป็นลักษณะของปลาโชว่ะที่ดีใช่หรือไม่" คำตอบก็คือหากว่าปลาโชว่ะตัวใดมีการพัฒนาของ Motoguro แบบจากจุดเล็กที่โคนครีบและค่อยๆ แผ่ขยายใหญ่ขึ้นนั้น ขอบอกว่านี่เป็นลักษณะการพัฒนา Motoguro ที่ไม่ปกตินักนะครับ เพราะรูปแบบปกติของ Motoguro นั้นจะเป็นรูปแบบของการพัฒนาจากสีดำที่เต็มครีบหน้าแล้วค่อยๆ หดลงๆ จนเหลืออยู่ที่โคนครีบเท่านั้นเอง มีคำถามเสริมว่า "ในกรณีแรกที่ว่าไม่ปกตินั้นเป็นไปได้ไหมครับ ที่แท้จริงแล้วมันมีอยู่เพียงแต่มันจางลงไป ทำให้เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง" คำตอบก็คือ เป็นไปได้ครับ และจะเห็นได้ว่าสายพันธุ์โชว่ะเป็นสายพันธุ์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสีดำเป็นที่สุดแล้ว มีคำถามเพิ่มเติมว่า "ในนิกาตะมีผู้เพาะพันธุ์รายใดบ้างที่ผลิตโชว่ะออกมาได้คุณภาพดี?" คำตอบก็คือ มี Isa, Dainichi, ส่วนปลาของ Seijuro และ Sekiguchi นั้นน่าจะได้ในเรื่องของความสวยงามมากกว่าที่จะเลี้ยงได้ขนาดใหญ่โต อย่างไรก็ตามการที่เราจะได้ทั้งขนาดและลวด |
|
ลายที่สวยงามนั้น บางทีแล้วอาจไปด้วยกันไม่ค่อยได้
เราอาจจำต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังจะเห็นว่าในบางฟาร์มจะเน้นเรื่องส่งปลาเข้าประกวดโดยเน้นเรื่องรูปร่าง หรือบางฟาร์มจะเน้นเรื่องลวดลายเป็นพิเศษในการส่งเข้าประกวด
เคยมีปลาโชว่ะที่ได้รับแกรนด์แชมป์เมื่อ 13 ปีที่แล้วและถือว่าเป็นประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าเป็นโชว่ะเพียงตัวเดียวของญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลแกรนด์แชมป์
มีคำถามเพิ่มเติมว่า "สำหรับสายพันธุ์ชิโร่ะ อุจึริแล้วเคยมีประวัติศาสตร์ได้รับรางวัลแกรนด์แชมป์บ้างหรือไม่?" คำตอบก็คือ "ค่อนข้างยาก เพราะขนาดปลาโชว่ะยังถือว่ายาก
นับภาษาอะไรกับปลาชิโร่ะอุจึริ จะทำได้" คุณอ้วนเสริมว่า "ตอนนำปลาเข้ามามีปลาอยู่ล็อตนึงเป็นโชว่ะนำเข้าจาก Sekiguchi เป็นล็อตที่นำเข้ามาน้อยมาก ถือได้ว่าเป็นจำนวนจำกัด
ตอนที่เอาเข้ามาครั้งแรกๆ นั้น ส่วนของ Hi ไม่ค่อยเข้มเท่าไหร่ แต่พอนานไปในส่วนของสีแดงนั้นเข้มขึ้นมากและ Bright ขึ้นมากและสีดำก็พัฒนาได้ดีเหลือเกิน สุดท้ายก็คือ
มีคนเอาไปหมดเลย แต่ผมก็ไม่ได้เก็บสถิติเอาไว้ว่ามันจะใหญ่ไปได้สักเท่าไหร่ แต่เท่าที่ดูในตอนนั้นก็คือปลาโชว่ะจาก Sekiguchi นั้น ค่อนข้างจะเหมาะกับสภาพน้ำของเมืองไทยเอามากๆ
และน่าจะมากกว่าปลาจากฟาร์มอื่นๆ เป็นส่วนใหญ่เสียด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าผมทราบว่ามันจะใหญ่ได้ถึงไหน แต่เท่าที่เห็นตอนอยู่กับผมแล้ว
การพัฒนาของสีดำและแดงนั้นน่ะเข้มเอามากๆ เลย จากที่ผมไปเยี่ยมฟาร์ม Sekiguchi มานั้น สังเกตุว่าสภาพที่ตั้งของฟาร์มค่อนข้างจะแตกต่างจากฟาร์มอื่นๆ
พอสมควร เพราะไม่ได้เป็นฟาร์มที่อยู่กลุ่มเดียวกับ Seijuro หรือฟาร์มอื่นๆ ในแถบ Yamakoshi อาจเป็นไปได้กับว่าสภาพน้ำเป็นคนละอย่างก็อาจเป็นไปได้
ทางโคดามะให้ข้อแนะนำว่าในตอนเริ่มต้นเราอาจจำเป็นต้องซื้อปลาจากหลากหลายสายพันธุ์มาทดลองเลี้ยงในบ่อของบ้านเราก่อนจากนั้น อยากให้ลองสังเกตุดูว่าปลาจากฟาร์มไหน
สายพันธุ์ไหน ดีขึ้นในบ้านเรา เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้แล้วก็น่าจะได้ประเด็นว่าปลาสายไหนที่สามารถดีขึ้นได้ในบ่อของเรา และสำหรับบางท่านที่ยังสับสนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างไทโช
ซังเขะกับโชว่ะ ซังเขะ แล้วละก็ การสังเกตุดูสีดำภายในปากของปลาที่มีอายุเยาว์ ก็ถือเป็นวิธีที่ช่วยได้วิธีหนึ่ง โดยปลาโชว่ะ ซังเขะมักจะมีสีดำภายในปาก สำหรับการสัมนาครั้งที่ 3 ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ แต่ผมนาย Kevin Koilover Group ขอตัดแบ่งส่วนการบรรยายไว้เท่านี้ก่อนจากนั้นจากนั้นจะทยอยถอดเทปการบรรยายเพื่อนำเสนอต่อไปครับ Kevin Koilover Group ถอดเทปจากการบรรยายครั้งที่ 3 ช่วงต้นของ Mr.Kodama โดยความร่วมมือจาก Siam Koi Farm |