SHINTARO KOI FARM

    ฟาร์ม ชินทาโระ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านมูชิกาเมะ จังหวัดนีอิงาตะ ของญี่ปุ่น ที่แห่งนี้ปัจจุบันบริหารงานโดย Mr. Masaru Saito แต่ก่อตั้งโดยพ่อของเค้าคือ Mr.Shousuke ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีบทบาทในลักษณะเป็นผู้ช่วยเหลือให้คำปรึกษาในเวลาที่ Mr.Masaru ต้องการ เช่นเดียวกับภรรยาของ Masaru คือ คุณ Hiromi ก็มีบทบาทเป็นเสมือนเลขาของเค้าเช่นกัน
 


โฉมหน้าของนาย Masaru Saito หรือ Maker of dreams
   ในสมัยเริ่มแรกของฟาร์ม ที่ยังบริหารโดยนาย Shousuke ช่วงนั้น Shintaro koi farm จะผลิตลูกปลาประเภท กิน-มะซึบะ,ยามาโตะ-นิชีกิ และปลาประเภทผิว metallic หรือที่เราเรียกว่าผิวมัน ซะเป็นหลักใหญ่
   ในขณะเดียวกันนั้น ทางฟาร์ม Yamamatsu ของ Mr.Toshio และ Toshiyuki จะผลิตลูกปลา Yamabuki ogon, Koromo และ matsunosuke sanke เป็นหลัก     Mr.Masaru ผู้ดำเนินการคนปัจจุบันนั้น ได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตั้งแต่ในวัยเยาว์ โดยพ่อของเขารวมทั้งจากคุณ Toshio คุณ Toshiyuki Sakai จากฟาร์ม Yamamatsu และคุณ Sadao Igarashi จากฟาร์ม Marusada ด้วยเช่นกัน     ปัจจุบันก็เป็นเวลาล่วงเลยมาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่นาย Masaru ได้เข้ามาบริหารงานของฟาร์มรวมทั้งได้เปลี่ยนแนวทางของฟาร์ม โดยเชื่อคำแนะนำของนาย Toshio รวมทั้งได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของคุณ Toshio ใน Isawa ด้วยการตัดสินใจขายพ่อแม่พันธุ์ปลาของพ่อของเขา คือประเภทผิวมันเงา hikari ออกไป และทำการซื้อพ่อแม่พันธุ์ Go-Sanke หรือ Big three จากนาย Toshio แล้วทำการผลิตเฉพาะลูกปลา Go-sanke แทน
     ปัจจุบันนี้คุณแทบจะไม่เจอปลาประเภท Hiraki ในสต๊อกของ Masaru เลย กลับแทนที่โดย Sanke ประมาณ 85% Showa 10% และ Kohaku อีกประมาณ 5% ความเปลี่ยนแปลงในฟาร์มนั้นเรียกได้ว่าเกิดขึ้นโดยทันที ลูกปลาที่ผลิตได้นั้นเหมือนกันกับที่ผลิตได้ใน Yamamatsu และใน Isawa ของคุณ Toshio แทบจะไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยเครื่องหมายการค้า โครงสร้างลำตัวที่ยาวและใหญ่หนา มีเพียงอย่างเดียวที่แตกต่างนั่นก็คือ ลักษณะสีของปลาในวัยเด็กนั้น ยังไม่สดใสได้อย่างเช่นปลาของคุณ Toshio ที่ผลิตใน Isawa ได้


ปลา Doitsu Yamato nishiki ของ Shintaro เป็นปลาประเภท metalic ที่บุกเบิกโดยรุ่นพ่อของตระกูล Saito

    ปลาของฟาร์ม Shintaro ในขณะsizeยังเล็กนั้น สีสันค่อนข้างจะจืดชืด เมื่อเทียบกับปลาเล็กทั่วๆไป ดังนั้นปลาเล็กของฟาร์มนี้ มักจะสร้างความผิดหวังให้กับผู้มาเยือนในครั้งแรก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อปลาของ Shintaro เติบโตขึ้น เม็ดสีตามธรรมชาติอันสดใสของ Matsunosuke Bloodline ก็จะแสดงออกมา หลังจากนั้นปลาเหล่านี้ก็จะกลายเป็นปลาคุณภาพตามตำราระดับโลกไปในที่สุด ปัจจุบันนี้ในเดือนมิถุนายนของทุกๆปี Masaru จะเพาะพันธุ์ปลาโดยใช้พ่อแม่พันธุ์ Sanke จำนวน 4 ชุด , Showa 1 ชุด และ kohaku อีก 1 ชุด เค้าเองมีบ่อดินจำนวน 20 บ่อ ตั้งอยู่ตามไหล่เขาใน Mushigame ในการเพาะพันธุ์ในแต่ละคอก ลูกปลาจำนวน 95% จะถูกทำลายทิ้งในการคัดช่วงแรกๆ และเพื่อคัดให้เหลือแต่เฉพาะปลาระดับสุดยอดเท่านั้น ลูกปลาที่เหลืออยู่ 5% จากการคัดรอบแรก จะถูกทำลายไปอีก 99 %




Sanke สายเลือดเยี่ยม ญาติสนิท Matsunosuke จาก Yamamatsu
ขนาดของปลา Shintaro ในอายุ 8 เดือนโดยเฉลี่ยนั้น จะมีขนาด size ที่ใหญ่เกินหน้าเกินตาต่างไปจากลูกปลาของฟาร์มต่างๆในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้เนื่องจากการคัดลูกปลาทิ้งแบบไร้ปราณี อีกทั้งปริมาณอาหารที่เพียงพอ รวมทั้งปริมาณลูกปลาที่ไม่หนาแน่น ทำให้ลูกปลาของ Shintaro นั้นเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงหน้าร้อนที่อยู่ในบ่อดิน อาหารที่ให้ปลาในช่วงนี้ปรกติคุณ Masaru จะใช้อาหารแบบจม เพื่อให้เหล่าลูกปลานั้นได้กินทั้งอาหารเม็ด และแร่ธาตุที่ผสมตัวอยู่ในโคลนก้นบ่อ เค้าจะใช้อาหารลอยน้ำเพียงบางครั้งที่เค้าต้องการจะตรวจสอบสภาพของปลาในบ่อเท่านั้น ในช่วงแรกๆที่เค้านำลูกปลาที่เพาะได้ลงบ่อดิน คุณ Masaru ใช้เวลาถึงวันละ 5 ชั่วโมง ในการให้อาหารลูกปลาวันละ 2 ครั้ง จุดเด่นปลาของ Shintaro ที่นอกเหนือไปจากรูปร่างที่ใหญ่โตบึกหนาแล้วก็คือ เกล็ด Fukurin ที่ทำให้ผิวปลานั้นมีความปราณีตสวยงามกว่าเกล็ดธรรมดา จนทุกวันนี้กรรมการผู้ตัดสินปลาที่ไม่เคยชินกับเกล็ดแบบ fukurin ยังคงสับสนนึกว่าปลาบางตัวของ Shintaro เป็นปลาเกล็ด kinrin Mr.Masaru Saito นั้นมีฉายาที่คนในวงการเรียกว่า " Maker of Dreams " ชื่อนี้อาจจะดูเป็นคำที่เยินยอเกินไปซักหน่อย จนกระทั่งคุณได้ใช้เวลาซักระยะในการพิจารณาปลาที่ Masaru ได้สร้างขึ้น

ฉายาที่เป็นที่รู้จัก " Maker of dreams "

Mr. Nigel Caddock ผู้คร่ำหวอดในวงการปลาโค่ยทางตะวันตกได้เคยกล่าวถึง Masaru ในหนังสือ Nishikoi still water ไว้ว่า เค้านั้นคือ " ลูกมือของพ่อมด " นั่นเอง และจากประสบการณ์ต่างๆที่ Masaru ได้สั่งสมมา ขณะนี้ตัวเค้าเองเรียกได้ว่าเป็นพ่อมดแห่งวงการโค่ยไปอย่างเต็มตัวเสียแล้ว คำว่า Shintaro นั้นแปลว่า ลูกชายคนแรก ตระกูล Saito นั้นต้องใช้เวลาเพาะบ่มชื่อเสียงกว่า 20 ปี กว่าจะเป็นที่ยอมรับในวงการปลาทั่วโลก หลายต่อหลายปีที่มีชาวต่างชาติเข้าออกฟาร์ม แต่พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เดินออกจากฟาร์มไปแบบมือเปล่า จนกระทั่งในปี 1996 Mr.Peter Waddington และกลุ่มของเค้าก็ได้มองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของปลาจาก Shintaro และเริ่มแนะนำออกสู่วงกว้าง ให้เป็นที่แพร่หลายในระดับนานาชาติอย่างทุกวันนี้



ไม่เพียงแต่ซันเก้เท่านั้น โคฮากุเลือด Matsunosuke ก็เยี่ยมไม่แพ้กัน
ฟาร์ม shintaro ขณะนี้ผลิตเพียง Sanke,Kohaku,Showa และ Utsuri เพียงประปราย แต่กลุ่มที่ Masaru เน้นที่สุดคือ Sanke และปลาทั้งหมดในฟาร์มของเค้านั้นมีสายเลือดมาจาก Matsunosuke แต่ลักษณะของปลานั้นเริ่มเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ Shintaro เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา เป้าหมายในชีวิตของ Masaru คือชนะรางวัลใหญ่ในงาน All Japan ให้มากที่สุด รวมทั้งเป็นผู้ร่ำรวยทั้งเงินทองและชื่อเสียงในวงการ ซึ่งมองดูแล้วก็เป็นสิ่งที่เค้าสมควรได้รับเมื่อเทียบกับ ความทุ่มเทที่ Masaru ได้ทุ่มลงไป ในปี 2000 ถือเป็นปีแรกที่ Masaru ได้เริ่มผลิตลูกปลาสายเลือดใหม่ และในฤดูใบไม้ผลิในปีถัดมานี่เอง ปลา New Generation ของ Masaru ก็เริ่มเป็นที่ประจักษ์ เมื่อขนาดย่างเข้าสู่ size 5 ปลาShintaroไม่เพียงแต่มีขนาดที่ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ทำให้เค้าประสบความสำเร็จในปลารุ่นใหม่ที่เค้าผลิตคือ



เมื่อมาถึงฤดู Ikeage นาย Masaru ก็ลงลุยเอง



ลูกหลง โงชิกิ ที่มีคุณภาพสีระดับ top เช่นกัน
    1. การฝืนธรรมชาติโดยใช้การออกแบบทางพันธุกรรมเข้าช่วย สิ่งนี้อาจจะฟังดูพื้นๆ แต่จริงๆแล้วมันยากมาก มันต้องใช้เวลานานนับปีในการพัฒนา และทำความเข้าใจ ในการจับคู่พ่อแม่พันธุ์

    2. การคัดทิ้งลูกปลาแบบไร้ความเสียดาย เค้าคัดสรรจนเหลือจำนวนที่น้อยจริงๆ จากนั้นทุ่มความสน ใจในการดูแลไปที่ปลาจำนวนน้อย ที่เหลืออยู่ทั้งหมด

    3. การพัฒนา เค้ามักทำอะไรในแนวทางที่แปลกใหม่เช่น ในปี 2001 เค้ามีบ่อดินในครอบครองอยู่ 30 บ่อ แล้วเค้าทดลองใช้บ่อดินบ่อนึง เพียงเพื่อปล่อยปลาลงไป 3 ตัว ผลที่ได้ก็คือเค้าได้โคฮากุที่สวยในระดับสุด ยอดขึ้นมา 2 ตัว ในแต่ละวันเค้าคอยไล่ตามความฝันของเค้าเสมอ ในฤดูหนาว Masaru จะนำปลาของ เค้ามาเก็บไว้ในโรงเรือนปรับอากาศ และเริ่มอัดอาหารให้ลูกปลาอย่างบ้าคลั่ง ผลที่ได้ก็คือปลาในฟาร์มของ เค้าโตเร็วอย่างน่าทึ่ง

ผลลัพธ์ทุกอย่างจากความทุ่มเทของตระกูล Saito ก็คือ เค้าได้ Sanke ในระดับโลก และชาวตะวันตกเริ่ม เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆถึงความงามของปลาจาก Shintaro สีแดงอันปราณีตที่ดูเป็นอมตะของปลาตระกูลนี้ รวมทั้งความสนุกที่ได้ดูพัฒนาการปีต่อปีของปลา Shintaro สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้อีกอย่างคือ เมื่อท่านสัง เกตุในนิตยสาร Nishikigoi International เล่มต่อเล่ม ท่านจะเห็นถึงพัฒนาการได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเชื่อคำบอกเล่าเหล่านี้ แล้วมาที่ Shintaro เพื่อพิสูจน์ด้วยสายตาของท่านเอง ด้วย วิธีช้อนปลาตัวนึงใส่ถัง แล้วยื่นหน้าของท่านเข้าไปมองในระยะใกล้ประมาณ 1 ฟุต แล้วท่านจะเข้า ใจว่า Masaru ทำไมถึงมีฉายาว่า " Maker Of Dreams "


Sanke ตัวเด่น โครงสร้างหนาอวบ คุณภาพดำที่รอการพัฒนาสู่ระดับสุดยอด

 


ภาพโรงเรือนของฟาร์ม Shintaro


บรรยากาศโรงเก็บปลาของนาย Masaru Saito


กลุ่มปลา Nisai คุณภาพระดับ Showclass


เมื่อปลาได้อายุ คุณภาพแดงที่สดใส รวมทั้งคุณภาพดำระดับสุดยอดก็เจิศจรัสออกมา


ความล่ำบึกอย่างน่าทึ่งของปลา Shintaro


แถมด้วยโคฮากุคุณภาพเยี่ยมปิดท้าย

Joe Koikichi 14 สิงหาคม 2548