คบคนให้ดูหน้า ซื้ออาหารปลาให้ดูวันหมดอายุ

    หลายคนคงจะรู้ดีอยู่แล้ว หรือคนอาจท่องจำได้อย่างขึ้นใจเสียด้วยซ้ำว่า ปัจจัยต่างๆที่จะทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ สวยขึ้นได้นั้นมีอะไรบ้าง เช่นสายพันธุ์ที่ดี คุณภาพน้ำที่ดี การดูแลที่เหมาะสม แน่นอนว่า การดูแลที่เหมาะสมนั้นย่อมรวมเอา เรื่องของอาหารที่ใช้เข้าไปด้วยอย่างแน่นอน เป็นโชคดีของคนรักปลาคาร์พในประเทศไทย ที่ในบ้านเรามีอาหารปลาให้เลือกมากมายทั้งที่ผลิตในประเทศและผลิตจากต่างประเทศ อีกทั้งยังแบ่งออกเป็นหลายคุณภาพหลากราคาให้เลือกซื้อไปบำรุงดวงใจของเราที่แหวกว่ายอยู่ในบ่อ
    แน่นอนว่า เวลาเราไปเลือกซื้ออาหารปลาก็มักจะดูที่ฉลาก ดูรุ่น ดูยี่ห้อ แล้วก็ราคา จากนั้นก็ถึงเวลาควักเงินจ่าย ดูเหมือนเท่านี้ใช่ไหมครับ ? แล้วนาย Kevin คนนี้มาเขียนเรื่องให้อ่านเสียเวลากันทำไม ?
     สิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ มักจะไม่เกิดขึ้นกับคนในเมืองหลวงเมืองฟ้าอมรหรอกครับ แต่มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆกับคนเลี้ยงต่างจังหวัด เรื่องนั้นก็คือ อาหารหมดอายุ เนื่องจากในกรุงเทพนั้น กำลังซื้อตลอดจนการหมุนเวียนอาหารปลาในร้านค้านั้นน่าจะสูงกว่าในต่างจังหวัดอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอาหารปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศ นั่นแหละต้องระวังให้ดี มิฉะนั้นแล้ว ไปๆ มาๆ อาหารนำเข้าราคาแพงอาจเป็นตัวทำลายปลาของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง ก่อนอื่นผมขอแนะนำในระดับยื่นคำขาดเลยก็ว่าได้ว่า ห้ามนำอาหารที่หมดอายุแม้แต่วันเดียวไปให้ปลากิน เพราะผลเสียที่ได้รับอาจมากกว่าที่คุณคิดอย่างคาดไม่ถึง เพราะนอกจากปลาจะป่วยให้เห็นซึ่งเป็นผลระยะสั้นแล้ว ในระยะยาวสุขภาพของปลาก็จะทรุดโทรมลงอย่างหาสาเหตุไม่ได้

     แล้วก็มาถึงตำแหน่งในการดูว่าอาหารปลาหมดอายุอย่างไร สำหรับอาหารปลาที่ผลิตในประเทศนั้น การบอกวันหมดอายุ อาจบอกเป็นภาษาไทย(อ่านง่าย) หรือภาษาอังกฤษ ว่า EXP. Date (อันนี้ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก) ซึ่งอาหารสำหรับสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับคน จะนับวันหมดอายุ 1 ปี จากวันที่ผลิต โดยระบุลำดับเป็นเดือนและปีที่หมดอายุ เช่นหากพบ EXP.Date 0304 นั่นก็แสดงว่า อาหารปลาดังกล่าวจะหมดอายุในเดือนมีนาคม ปี 2004 หรือบางทีอาจระบุเป็นพุทธศักราชก็ได้ข้อมูลที่กระจ่างชัดเช่นกัน ส่วนอาหารสำหรับปลาสวยงามนั้นส่วนใหญ่จะนับวันหมดอายุเป็น 3 ปีจากวันที่ผลิต และอาหารปลาที่มักจะมีอายุสั้นกว่าปกติมักจะเป็นอาหารปลาที่มีการผสมจุลินทรีย์ลงไปในอาหารด้วย



ตัวอักษร 2 ตัวแรก อ่านว่า shoo mi แปลว่า รับประทาน 2 ตัวหลัง อ่านว่า kikan แปลว่า ครบกำหนด เมื่อสองอันมารวมกันแปลเป็นไทย แปลว่า ควรบริโภคก่อนกำหนดหมดอายุ ในเดือนพฤษภาคม ปี 2004 หากไม่เข้าใจระบบการเขียนแบบญี่ปุ่นจะทำให้ซื้ออาหารที่ใกล้หมดอายุเต็มที โดยเข้าใจว่าอาหารซองนี้จะหมดอายุในปีหน้าคือปี 2005 ซึ่งเป็นข้อที่ควร


การซื้ออาหารปลาไม่เพียงแต่ต้องจำแบรนด์, รุ่น
หรือแค่ขนาดที่ต้องการใช้




แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องดูและทำความเข้าใจก็คือเจ้าตัวเลขไม่กี่ตัว
ที่พิมพ์ไว้ตามมุมซองหรือบรรจุภัณฑ์
 
    คราวนี้ก็มาถึงอาหารนำเข้าซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาหารนำเข้าสำหรับปลาคาร์พดีๆ ดังๆ มักจะผลิตในประเทศญี่ปุ่นเสียเป็นส่วนมาก คราวนี้ก็จะมีวิธีการดูที่แตกต่างไปเล็กน้อย เนื่องจากเราอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก (ดูภาพประกอบ) ตัวอักษร 2 ตัวแรก อ่านว่า shoo mi แปลว่า รับประทาน 2 ตัวหลัง อ่านว่า kikan แปลว่า ครบกำหนด เมื่อสองอันมารวมกันแปลเป็นไทย ก็แปลว่า ควรบริโภคก่อนกำหนดหมดอายุ ที่ ...... ซึ่งนอกจากภาษาที่เราอ่านไม่ออกแล้ว ก็ขอเรียนรับใช้เพิ่มเติมว่าญี่ปุ่นมีวิธีการเขียนเรียงตัวเลขในระบบ ปี เดือน นอกจากนี้ หากพบว่า ตัวเลข สองหลักแรกเป็นเลขที่ไม่เกี่ยวพันกับปี ค.ศ. เอาเสียเลย นั้นหมายความว่า ผู้ผลิตนั้นๆติดชาตินิยมอยู่เอาการด้วยการพิมพ์ปีที่เป็นการนับแบบญี่ปุ่นลงไป ซึ่งปัจจุบันเป็นปีเฮเซ (เรียกชื่อและนับตามปีที่จักรพรรดิ์แต่ละองค์ขึ้นครองราชย์ซึ่งก่อนปีเฮเซเป็นปีโชว่ะ) ซึ่งปัจจุบันที่ญี่ปุ่นถือเป็นปี เฮเซ 17 (ณ.พุทธศักราช 2547) โดยการนับแบบนี้จะเริ่มนับหนึ่งใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนองค์พระจักรพรรดิ์ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ผลิตอาหารเพื่อส่งออกนั้นหาได้ค่อนข้างน้อยที่จะระบุเป็นปีเฮเซ และส่วนใหญ่จะระบุเป็นปีคริสตศักราช เช่นหากพบตัวเลข 0407 ก็แสดงว่าอาหารซองนั้นจะหมดอายุในเดือนมิถุนายนปี 2004 แต่สำหรับอาหารปลาแบรนด์ติดตลาดโลกจะมีการบ่งบอกเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังไม่ทิ้งลายเดิมคือเอาปีมาไว้ก่อนเดือน (ดูภาพประกอบ) ซึ่งหากเป็นการเรียงฝรั่งจะนิยมเอาเดือนมาไว้หน้าวันที่ แล้วค่อยตามด้วยปี ค.ศ.
 
รูปซ้าย อาหารปลาทองของฮิการิรุ่นนี้ดูแล้วเข้าใจง่ายหน่อยเพราะมีภาษาอังกฤษเป็นตัวช่วย แล้วยังบอกปี ค.ศ. แบบเต็มๆ ทำให้ไม่สับสนว่า เลขชุดไหนเป็นปีเป็นเดือน

    เห็นไหมครับแค่เพียงความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถประกันสุขภาพให้ปลาที่เลี้ยงไว้ได้ พอรู้อย่างนี้แล้วคราวหน้าอย่าลืมตรวจสอบอายุของอาหารปลาด้วยนะครับ อย่างน้อย คุณก็จะได้อาหารปลาใหม่ที่สุดจากที่มีไว้ให้เลือกในร้าน ซึ่งของผลิตใหม่ๆย่อมคงสภาพคุณค่าอาหารไว้มากกว่าอาหารที่ผลิตมาก่อนอย่างแน่นอน

Good Koikeeping
Kevin Koilover Group