Feed อาหาร เราสามารถแบ่งประเภทอาหารของปลาคาร์พ ตามลักษณะออกเป็น 2 ประเภท 1. อาหารสด ได้แก่ กุ้งสด หนอนนก ไรน้ำจืด ดักแด้ ไรทะเล พืชผัก เป็นต้น อาหาร เหล่านี้หากจะเปรียบเทียบกับอาหารอีกกลุ่มหนึ่งคือ อาหารสำเร็จแล้ว อาหารสดมักจะมีข้อดีตรงที่ย่อยง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของอาหารสดก็คือ อาจมีเชื้อโรค ปรสิตที่ปะปนมาในอาหารที่อาจเป็นอันตรายต่อปลาได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงอาจให้อาหารสดบ้าง เป็นบางครั้งบางคราว และต้องทำการฆ่าเชื้อโรค โดยแช่ในน้ำด่างทับทิมก่อนประมาณ 5 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่งก่อนเลี้ยงปลา |
|
![]() |
2.
อาหารสำเร็จรูป เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต และถูกอัดมาเป็นแท่งหรือเม็ด
ซึ่งมีคุณสมบัติในการลอยน้ำ หรือจมน้ำ อีกทั้งมีสาร อาหารต่างๆ ตามความต้องการของปลา อาหารสำเร็จรูปนอกจากจะมีข้อดีเรื่องสารอาหารแล้ว
ยังสร้างความสะดวกให้แก่ผู้เลี้ยงปลาด้วยการเลือกซื้อ อาหารสำเร็จรูป ควรซื้ออาหารที่ผลิตมาใหม่ๆ ไม่ควรเก็บนานเกินกว่า 3 เดือน เนื่องจาก คุณค่าสารอาหารจะสูญสลายตามระยะเวลาที่ผ่านไป โดยอาจถูก ออกซิไดส์ด้วยออกซิเจนในอากาศ แสงแดด และอุณหภูมิที่สูงอีกทั้งยังอาจจะเกิดปัญหาเรื่องมดมอด หรือเชื้อราขึ้นได้ ก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูป ผู้เลี้ยงควรจะต้องตรวจสอบ วันเดือนปีทีผลิต วันหมดอายุ (ถ้ามี) ความคงรูปของอาหารว่า ลอยอยู่ในน้ำได้นานไม่ต่ำกว่า 10 นาที และรวมถึงสูตรของอาหาร ผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือได้ |
สารอาหาร ที่ปลาแฟนซีคาร์พต้องการ มีดังนี้ โปรตีน มีความจำเป็นในการสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเช่นเดียวกับในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างอวัยวะภายในเม็ดเลือด ผิวหนัง และเกล็ด สำหรับปลาขนาดเล็ก จะมีความต้องการปริมาณโปรตีนในแต่ละวัน สูงกว่าปลาขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามการเร่งให้ปลามีการเจริญเติบโตจนมากเกินไป กลับจะมีผลเสียด้านภูมิต้านทานโรคที่ต่ำลง อาหารที่ดีไม่ควรมีโปรตีนต่ำกว่า 25% คาร์โบไฮเดรตมีความจำเป็นในด้านเป็นแหล่งให้พลังงานแก่ร่างกาย อาหารปลาแฟนซีคาร์พไม่ควรมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงเกินกว่า 20% แต่หากปลาแฟนซีคาร์พได้ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงเกินไป จะถูกร่างกาย เปลี่ยนเป็นไขมันเก็บไว้ในร่างกาย ไขมันเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย แต่อาจได้จากคาร์โบไฮเดรตที่ถูกเปลี่ยนไปได้อีกด้วยอาหารปลาสำเร็จรูป ไม่ควรมีไขมันเกิน 10% |
|
| วิตามินและเกลือแร
นอกเหนือจากสารอาหารหลักข้างต้นแล้ว วิตามินและเกลือแร่ เป็นสารอาหารที่ช่วยให้การทำงานของร่างกาย
การเผาผลาญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ วิตามินที่ปลาคาร์พต้องการ ได้แก่ วิตามินซี B12 Biotin Choline Folic
Acid Inositol Niacin(B3) Pantothenic RiboflavinThiamine วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินเค วิตามินดี
ส่วนแร่ธาตุที่ปลาคาร์พต้องการ ได้แก่ อลูมินั่ม แคลเซียม คลอไรด์ โคบอลท์ ทองแดง ไอโอดีน แมกนีเซียม สังกะสี กำมะถัน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม โซเดียม เหล็ก
แร่ธาตุนอกจะอยู่ในอาหารแล้ว ปลายังสามารถรับแร่ธาตุจากน้ำที่ใช้เลี้ยงด้วย อย่างไรก็ตามหากมีการเลี้ยงปลาในอัตราที่มีความหนาแน่นสูง การเติมแร่ธาตุ
ลงในอาหารก็มีความจำเป็น ความสำคัญของแร่ธาตุก็คือ ช่วยในการผลิตฮอร์โมน เอนไซม์เป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูกและระบบประสาท |
| ความชื้นของอาหาร
มีความสำคัญต่อความสามารถในการย่อยของปลา หากอาหารปลามีความชื้นต่ำเกินไปจะถูกย่อยได้ไม่ดี ตกค้างในกระเพาะอาหาร
ก่อให้เกิดแก๊สภายในระบบการย่อยอาหารของปลาได้ อันเป็นสาเหตุของการตายอย่างฉับพลันได้อย่างหนึ่ง อาหารปลาที่ดีควรมีค่าความชื้นอยู่ประมาณ 7-13% |
| กลิ่นและการยอมรับอาหารของปลา
แม้ว่าอาหารปลายี่ห้อนั้นๆจะแจกแจงรายละเอียดส่วนผสมของอาหารไว้ดีเพียงใดก็ตาม แต่หากปลาไม่ยอมกินหรือกินน้อยแล้ว
ประโยชน์ที่ได้จากการให้อาหารก็จะต่ำด้วย ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตการยอมรับอาหารของปลาในขณะเลี้ยงด้วย ส่วนกลิ่นของอาหารนั้น
ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญเนื่องจาก แหล่งที่ให้โปรตีนของส่วนผสมในอาหารที่ดี ควรจะมาจากสัตว์คือ ปลาป่นหรือกุ้งมากกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง
เนื่องจากมีกรดอะมิโนต่างๆ ครบถ้วน สมบูรณ์กว่า การทดลองสูดกลิ่นอาหารปลา จะช่วยให้ผู้เลี้ยงทราบได้ว่า น่าจะมีส่วนผสมของปลาป่นหรือไม่ |
| เส้นใยอาหาร
ความต้องการเส้นใยอาหารนั้นค่อนข้างจะระบุความต้องการ สำหรับปลาแต่ละชนิดยาก แต่เส้นใยอาหาร
ก็ยังคงมีความจำเป็นต่อการทำงานของลำไส้ แต่หากมีมากเกินไปก็อาจจะไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารในลำไส้ได้ |
|
นอกจากนี้ยังอาจมีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูไลน่าที่จะช่วยทำให้สีแดงบนตัวปลา มีความเข้มมากขึ้น ซึ่งอาหารปลาที่จำหน่ายอยู่ในตลาดจะกำหนดไว้ที่
3% , 5% หรือ 10% หรืออาจมีส่วนผสมของสารอาหารเร่งสีประเภทอื่นๆ เช่น แอสตร้าแซนติน เป็นต้น |
| Feeding การให้อาหารปลาแฟนซีคาร์พ เพื่อเสริมสร้างให้ปลามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคนั้น นอกจากขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของอาหารแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจสนับสนุนหรือขัดขวางการเจริญเติบโตของปลาได้ เช่น คุณภาพน้ำ สายพันธุ์ อุณหภูมิ ความหนาแน่นของปลาที่เลี้ยงในบ่อ เป็นต้น |
| การให้อาหารปลาแฟนซีคาร์พ มีหลักเกณฑ์ดังนี้ |
|
|