
หลังจากที่นาย Kevin เขียนเรื่องการสร้างบ่อ และเรื่องสรรพเพเหระเกี่ยวกับการเลี้ยงปลามาเสียนาน วันนี้ผมขออนุญาติเขียนเรื่องที่เป็นความเห็นส่วนตัวเสียหน่อยเถอะครับ แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกกันก่อนว่า บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมจริงๆ โดยที่ทีมงาน fancycarp.com ท่านอื่นไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยก็ได้ ดังนั้นหากบทความนี้ ผู้อ่านท่านใดอ่านแล้วรู้สึกไม่เป็นที่สบอารมณ์ กรุณาตำหนิติติงมาที่นาย Kevin แต่เพียงผู้เดียวนะครับ จากการที่ผมได้ตระเวนเยี่ยมเยียนคนรักปลาหรือกระทั่งฟาร์มปลาต่างๆ อยู่พักหนึ่งก็ได้ พบเห็นว่ายังมีความเชื่ออยู่หลายอย่างที่ผมเห็นว่าเป็นการ "หลงประเด็น" ซึ่งบางครั้งแล้วทำให้เสียเงินเสียทอง เสียเวลาและความรู้สึกไปโดยใช่เหตุ อย่ากระนั้นเลยครับ ลองมาฟังนาย Kevin คนนี้โม้ให้ฟังบ้างดีกว่า ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่คนรักปลามักจะหลงประเด็นกัน ไม่แน่นะ หนึ่งในนั้นอาจเป็นคุณก็ได้ใครจะไปรู้? ขวา คนรักปลามักบอกว่ากำลังมองหาตัวเมียไปเลี้ยงกันใช่ไหมครับ |
![]() |
|
ประเด็นแรก: ทำไมต้องเลือกปลาตัวเมีย? เชื่อได้เลยครับว่า นักเลี้ยงปลาส่วนใหญ่เวลาที่ไปมองหาปลาตัวโปรดตัวใหม่ตามฟาร์ม หรือร้านค้า ส่วนมากมักจะต้องพลิกดูเพศแล้ว "ลุ้น" และ "เล็ง" ว่า เจ้าปลาตัวโปรดตัวนั้นเป็น "ตัวเมีย" หรือเปล่า? แน่นอนครับ ปลาตัวเมียเป็นที่นิยมมากกว่าปลาตัวผู้อยู่เหลือหลาย (แล้วราคาก็สูงกว่ากันเป็นเงาตามตัว) ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าโดยธรรมชาติแล้วปลาตัวเมียจะมีความขาวที่ดีกว่าปลาตัวผู้ รูปร่างก็ดูดีกว่า นอกจากนี้ ปลาตัวเมียยังมีโอกาสที่จะเลี้ยงให้ได้ขนาดจัมโบ้มากกว่าปลาตัวผู้เสียด้วย ดังจะเห็นได้ว่าปลาที่เข้ารอบในรุ่นใหญ่ๆ โดยเฉพาะแกรนด์แชมป์ของแต่ละงานประกวดนั้น ล้วนเป็นปลาตัวเมียทั้งสิ้น |
| เอาล่ะหลังจากที่ผมได้อธิบายบอกกล่าวถึงเหตุผลที่ปลาตัวเมียเหนือกว่าปลาตัวผู้หลายๆ
อย่างในด้านความสวยงามแล้ว ผมอยากให้ผู้อ่านกลับมาพิจารณาที่บ่อเลี้ยงหรือปัจจัยต่างๆที่ตนเองมีอยู่ว่า เพียงพอที่จะดึงเอาศักยภาพที่ปลาตัวเมียพึงจะมีเหนือกว่าปลาตัวผู้
ออกมาได้หมดหรือไม่ เช่น: หากว่าบ่อเลี้ยงของคุณมีขนาดเล็กและตื้น ซึ่งแน่นอนต่อให้คุณนำปลาตัวเมียสายพันธุ์ดีขนาดไหนมาเลี้ยงก็ไม่มีทางจบลงที่ปลาขนาดจัมโบ้เป็นแน่แท้ ถ้าเป็นอย่างนี้ยอมรับสภาพดีกว่า หันมาเอาดีทางเลี้ยงปลาตัวผู้ไปเลยดีไหมครับ หากว่าคุณเป็นประเภท เสือปืนไว ใจร้อน และขี้เบื่อ ไม่ชอบจำเจอยู่กับปลาตัวใดตัวหนึ่งนานๆ ผมขอเรียนให้คนรักปลาใจร้อนทราบว่า ปลาตัวเมียที่นักเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ต้องการเป็นเหลือหานั้น มีการพัฒนาที่ช้ากว่าปลาตัวผู้เป็นไหนๆ ปลาตัวเมียบางตัวอาจใช้เวลาสองปี สามปี หรือบางตัวก็ใช้เวลากว่าสี่ถึงห้าขวบปี กว่าจะงามสะพรั่งได้ดั่งใจ (แต่ก็คุ้มค่าการรอคอย) คราวนี้หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนใจร้อน รอไม่ไหว ผมว่าเลี้ยงปลาตัวผู้เถอะครับ พร้อมสะพรั่งเร็วกว่ากันเป็นไหนๆ แต่ต้องทำใจนะครับว่า ในตอนจบมันจะสวยสู้ปลาตัวเมียไม่ได้ หากว่าที่บ้านคุณให้อาหารปลาที่มีส่วนผสมของข้าวโพดเป็นประจำ ผมก็ไม่ได้ห้ามอะไรหรอกครับ แต่ขอแนะนำว่า ก็ไม่จำเป็นซื้อปลาตัวเมียกลับบ้านไปทำให้เกิดการ "เสียของ" หรอกครับ เพราะข้าวโพดที่ผสมอยู่ในอาหารปลาจะทำให้ความขาวในปลาตัวเมียที่คุณเลือกสรรมาแล้ว กลายเป็นสีขาวอมเหลืองในไม่ช้า เสียจุดเด่นของปลาตัวเมียไปอย่างน่าเสียดาย และหากเป็นคุณเป็นคนที่มีรสนิยมไปทางปลาไทยแล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำให้คุณเลือกปลาตัวผู้ไว้ก่อนเลยครับ เพราะว่าปลาไทย (ส่วนใหญ่) ณ.ที่ปี พ.ศ.2545 ถึงแม้จะเป็นปลาตัวเมียส่วนมากก็มักจะไปไม่ถึงขนาดปลาจัมโบ้หรอกครับ นอกจากนี้เลี้ยงๆ ไปก็มักจะแสดงอาการท้องย้อยเสียรูปทรงไปอีกด้วย ดังนั้นหากเลือกปลาไทยตัวผู้แล้ว ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป |
![]() วิธีสังเกตุเพศของปลาเล็ก แบบมืออาชีพชาวญี่ปุ่นเค้าดูที่ครีบหน้านี่แหละครับ ยาวๆ เรียวๆ อย่างนี้พอเดาได้ว่าเป็น ปลาตัวผู้ |
อีกเรื่องที่อยากจะเพิ่มเติมไว้ก็คือ สำหรับท่านที่นิยมพลิกดูเพศปลา Tosai เพื่อต้องการหาปลาตัวเมีย เชื่อไหมว่า Mr.Toshiyuki Sakai แห่งฟาร์ม Yamamatsu กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าในการจำแนกเพศปลาTosai นั้น ตัวเขาเองกระทำได้โดยมีความแม่นยำสูงสุดเพียง 70% เท่านั้น โดยตัวเขาไม่ได้พลิกดูที่ช่องเพศ แต่เป็นการดูลักษณะของครีบหน้า และรูปร่างประกอบกันเสียมากกว่า ซึ่งความเห็นนี้ก็เห็นพ้องต้องกันกับ Mr.Mamoru Kodama เจ้าของฟาร์ม Dealer ระดับปรมาจารย์แห่ง Miyoshiike Koi Farm ในส่วนตัวของผมแล้วมีความเห็นว่า การพลิกดูเพศของปลา Tosai นั้น นอกจากจะส่งผลดีเพียงแค่ช่วยได้ทางจิตใจของผู้เลือกว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว อย่างอื่นผมเห็นจะหาผลดีไม่เจอ นอกจากจะทำให้ปลางามตัวน้อยมีโอกาสที่จะบาดเจ็บได้จากการจับพลิกดูที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งบางครั้งคุณอาจทำร้ายพวกเค้าได้โดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้นี่ครับ หากผมต้องการจะเช็คเพศของปลาTosai ผมจะดูลักษณะรูปร่าง,ครีบ ความพร้อมของสี แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังยึดถือตำราพี่ไทยของเราอยู่นะครับ แต่ผมว่าลองขอถุงพลาสติกใสๆ สักใบแล้วใส่เจ้าปลาน้อยผู้ต้องสงสัยลงไป จากนั้นก็ยกขึ้นดู จะดีกว่าไหม เอาเป็นว่าตำราไทยเราก็ไม่ทิ้ง แต่ก็ไม่ควรทำให้ปลาสวยต้องบอบช้ำโดยไม่ตั้งใจใช่ไหม |
![]() |
![]() |
| วิธีเดาเพศปลาแบบนี้ "บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น" |
|
ประเด็นที่สอง: เลือกปลา Tosai พร้อมแล้ว เพราะดูสะดุดตา เวลาที่ไปเลือกซื้อปลา Tosai ตามฟาร์ม ผมสังเกตุเห็นว่า Koi Hunter มือใหม่ส่วนใหญ่มักจะเลือกปลาที่มีสีแดงจัดๆ เข้าไว้ก่อนหรือไม่ก็เลือกปลาที่มีสีดำอันทรงพลังไปแทบทุกจุด หรือเรียกง่ายๆ ว่าเลือกปลาที่พร้อมแล้วนั้นแหละครับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าดูสะดุดตากว่าก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่ปากก็บอกว่าอยากได้ปลาตัวเมียไปเลี้ยงกันอยู่ดีนั่นแหละ แต่เชื่อหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ เป็นการสวนทางกับความต้องการ เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วปลาตัวผู้นั้นจะพร้อมเร็วและมีสีสันสดใสกว่าปลาตัวเมีย ปลาตัวผู้มักจะพร้อมเต็มที่ภายในปี-สองปีแรก ส่วนปลาตัวเมียนั้นต้องรอเวลานานกว่านั้น ดังนั้นการเลือกปลาปลา Tosai ที่มีสีแดงอมส้ม (แต่ต้องเลือกคุณภาพที่ คม ชัดและลึก นะครับ) หรือสีดำที่เป็นสีดำแบบฝังอยู่ในเนื้อ ซึ่งบางทีอาจเป็นการเลือกที่ขัดความรู้สึกพื้นฐานเรื่องความงามอยู่บ้าง แต่ปลาที่ได้มักจะเป็นปลาเพศเมียที่คุณๆ ต้องการ ว่าแต่ว่าคุณทนร้องเพลงรอได้สักสองสามปีไหมล่ะ? |
![]() |
![]() |
| เวลาเห็นปลา Tosai อยู่รวมกันมากๆ แล้ว ส่วนใหญ่มักเลือกปลาตัวที่พร้อมแล้วและมีสีสันที่สะดุดตาใช่ไหมครับ |
![]() โคฮากุตัวนี้มีชั้นสีและลักษณะสีที่ยังไม่พร้อมอยู่หลายจุด ดังนั้นอาจพอสันนิษฐานได้ว่าเป็นปลาตัวเมีย |
![]() ลูกปลาโชว่ะตัวนี้ สีดำยังพัฒนาไปได้เพียงเล็กน้อย ก็พอเดาได้ว่ามีโอกาสเป็นปลาตัวเมีย |
ประเด็นที่สาม: บอกว่าจะไปเลือก "หัวปลา" แล้วได้ "หัวปลา" กลับบ้านกันหรือเปล่า? สิ่งที่ผมได้พบเห็นและ Koi-hunter พูดเป็นเสียงเดียวกันในวันที่ปลาเข้าวันแรกนั้นก็คือ "จะไปเลือกหัวปลามาเลี้ยง" ผมว่าคำว่า "หัวปลา" ในความหมายของนักเลี้ยงปลาบางท่านอาจไม่ตรงกับผมเสียเลยทีเดียวนะ "หัวปลา" นั้นตามความหมายแล้ว นอกจากว่าจะเป็นปลาที่สวยในรูปแบบของลวดลายบนตัว และคุณภาพสีแล้ว แต่ก็ควรจะเป็นปลาที่กินเก่งและโตไวอีกด้วย ดังนั้นนอกจากจะเลือกปลาแบบมองหาตัวสวยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องตั้งเงื่อนไขไว้ด้วยก็คือ รูปร่างของปลาที่จะต้องไม่เล็กกว่าปลาในครอกเดียวกันจนเกินไป แล้วถ้าจะให้ดีผมว่าพยายามมองหาปลาตัวที่ใหญ่ที่สุดในครอกไว้ก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาความสวยงามในเรื่องของลวดลายมาเป็นอันดับสอง สำหรับปลาที่สีสวยสีเข้มแต่ตัวค่อนข้างเล็กกว่าใครเพื่อนนั้น ผมขอแนะนำให้ทำเป็นมองไม่เห็นดีกว่า อยากให้ลองเปลี่ยนมาเลือกปลาในรูปแบบนี้ผมว่าปัญหาเรื่องปลาที่ซื้อมาแล้วโตช้า หรือเลี้ยงไม่โตก็น่าจะลดลงไปได้เยอะ กรณีนี้ใช้ได้ทั้งกับการเลือกปลาไทยและปลานอกครับ นอกเสียจากว่าคุณมีเหตุผลบางประการที่ไม่ต้องการให้ปลามีขนาดใหญ่มากจนเกินไป ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ให้ใช้วิธีตรงกันข้ามครับ ขวา หากจะพิจารณาหา "หัวปลา" ไปเลี้ยงแล้วละก็
ปลาตัวใหญ่ที่อยู่มุมบนด้านขวานั้นแหละ "หัวปลา" ที่มองหากันอยู่ |
![]() |
![]() ไทโช ซันโชกุ ตัวนี้ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นสุดยอดปลาแห่งปี 1998 (แกรนด์แชมป์ของงาน ZNA) ไหนครับ หน้ารูปตัวยู? |
ประเด็นที่สี่: อย่ายึดติดกับตำราเรื่องลวดลาย "เอากฎเกณฑ์การดู pattern ปลามาให้ผมหน่อยสิครับ ผมจะเผาทิ้งซะให้เรียบ" ผมว่าทุกวันนี้นักเลี้ยงปลาในบ้านเรายึดติดกับตำราและกฎเกณฑ์ pattern ของปลาจนเกินไป แทนที่จะมองหาปลาคุณภาพดี เช่นในปลาโคฮากุ มักจะมองหาปลาที่มีลวดลายแบบเป็นตอน (Danmono) สามตอน สี่ตอน ห้าตอน ส่วนปลาสองตอน และตอนเดียวกลับถูกมองข้ามไป หรือว่าหากเป็นโคฮากุหรือซันเก้ ที่หน้าจะต้องเป็นรูปเกือกม้า ที่โคนหางต้องเปิดข้อหางนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นถือว่าไม่เข้าตำรา นอกจากนี้ ที่ครีบทุกครีบรวมทั้งครีบหางด้วย จะต้องไม่มีสีแดงปะปนอยู่โดยเด็ดขาด หรือสำหรับปลา กลุ่ม Showa และ Utsurimono ที่ส่วนหัวจะต้องมีสีดำพาดผ่านเป็นรูปตัววาย (Y-shape) ตัววี (V-shape) หรือเป็นแบบทะแยงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากผู้ใดที่ยึดถือความคิดเช่นนี้อย่างเคร่งครัด ผมถือว่าเป็นนักเลี้ยงปลาที่เข้าข่ายน่าสงสารเลยทีเดียวครับ เพราะนอกจากคุณจะพลาดโอกาสเป็นเจ้าของปลาที่มีคุณภาพดีไปเลี้ยงที่บ้านแล้ว คุณยังหมดโอกาสที่จะพัฒนารสนิยมการเสพความงามปลาแสนสวยชนิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งส่วนตัวผมแล้วถือว่าเป็น "ทางตัน" ของการเลือกปลาเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นผมอยากให้ใครที่มีความคิดเช่นนี้ทำใจว่า ปลาคาร์พเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความผิดปกติของธรรมชาติ ดังนั้นการที่จะหาปลาที่ถูกต้องตามตำราทุกตัวนั้นคงเป็นไปได้ยาก เอาเป็นว่าลองเปิดใจให้กว้างแล้วมองหาความสมดุลย์ลงตัวในลวดลายที่เกิดขึ้นโดยจิตรกรเอกที่ชื่อว่า "นายธรรมชาติ" สิครับ แล้วคุณจะพบว่าความงามที่อยู่นอกเหนือไปจากตำรานั้น มันงดงามเสียยิ่งกว่าในตำราเสียนี่กระไร หากหลายคนอยากจะค้านคำกล่าวของผมในข้อนี้ ผมอยากให้คุณพิจารณาปลาตัวดังๆ ระดับโลกสิครับ จะเห็นได้ว่ากว่าครึ่งเป็นปลาที่มี Unique Pattern ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมยังคงย้ำเตือนให้เลือกปลาที่มีคุณภาพสีผิวที่ดีไว้ก่อนเหมือนเดิมนะครับ |
![]() ส่วนโคฮากุ รองแชมป์ของงานเดียวกันตัวนี้ ก็ไม่ได้มีหน้ารูปตัวยูสักหน่อย แต่กลับเป็นแบบ Hanasuki ที่ตำราแทบทุกเล่มว่ากันไว้ว่า "ไม่น่าพึงประสงค์" |
| ที่เป็นเช่นนี้ก็อาจสืบเนื่องมาจากลวดลายของปลา (Pattern) สามารถถ่ายทอดความงามให้เห็นกันได้ง่ายๆ แม้แต่การตีพิมพ์ลงในหน้ากระดาษ ดังนั้นการชื่นชมความงามของลวดลายบนตัวปลาจึงเป็นวิธีการเสพความงามของตัวปลาที่คนรักปลาทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดและทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วที่สุด แต่นั้นแหละก็เลยเป็นการสนับสนุนให้เกิดการหลงประเด็นที่ว่า ใครอ่านลวดลายของปลาได้เด็ดขาด หรือแม่นยำในกฎเกณฑ์ข้อห้ามต่างๆ ในลวดลายของปลา แล้วก็ถือว่าเป็น "เซียนปลา" ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งนี้ถือเป็นเพียงปฐมบทแห่งการเสพความงามของอัญมณีที่มีชีวิตชนิดนี้เท่านั้นเอง การแยกแยะปลาที่มีคุณภาพดี (ในทุกองค์ประกอบ) ออกจากปลาที่มีคุณภาพด้อยกว่าหรือการมองหาปลาที่มีคุณภาพดีต่างหากครับ เป็นสิ่งที่เราจะต้องพยายามฝึกฝนกัน ไม่ใช่การเน้นหัดดูแต่เพียงลวดลาย และหากจะให้ดีควรอ่านให้ได้ถึง "อนาคตอันรุ่งโรจน์หรือเสื่อมถอย" ของปลาตัวนั้นๆ ด้วย จึงเรียกได้ว่า "ไม่หลงประเด็น" ในการเลือกปลามาเลี้ยง |