หนอนสมอที่กำลังใช้ปากเกาะอยู่โคนครีบหางด้านบนส่วนแผลบริเวณปลายหางเป็นบาดแผลที่เกิดจากการเกาะดูด




หนอนสมอเมื่อมองแบบขยาย

สำหรับเนื้อหาเรื่องนี้ มีต้นเหตุอันเนื่องมาจากการอัพเกรดบ่อ ก็เพราะว่าในบ่อกรองช่องแรกนั้น ผมสะสมปลาไทย ปลาหมอสีเอาไว้สิครับ ก็เลยต้องช้อนแยกไว้ต่างหากก่อน พอได้จับเจ้าแรดน้อยขึ้นมา ก็ทำผมตกใจมาก เพราะไม่เคยเห็นตัวอะไรน่าเกลียดขนาดนี้มาก่อน เป็นเส้นๆ แทงเข้าไปในเนื้อเยื่อของเจ้าปลา ทีแรกก็คิดเอาแบบง่ายๆ ว่า ปลาคงมีหนวดกระมังแทงออกมาจากตามลำตัว แต่พอสังเกตนานๆ เข้า ก็เข้าใจทันทีว่า นี่แหละคือหนอนสมอ ก็เลยต้องแยกปลาแรดออกมาจากปลาหมอตัวอื่นๆ แล้วใช้ยาพื้นบ้านที่ผมมีก็คือ "ด่างทับทิม" นี่แหละครับ ละลายน้ำแบบเข้มข้นจนแทบไม่เห็นปลาที่แช่อยู่เลย จากนั้นก็ต้องนำหัวฟู่มาแช่ให้ออกซิเจนด้วยนะครับ เพราะว่า เจ้าด่างทับทิมนี้จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในน้ำ ทำให้ปลาขาดอากาศได้


ผมแช่ปลาแรดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจับขึ้นมาดูแต่หนอนสมอก็ไม่หลุดออกไปโดยง่าย แต่ที่แน่ๆ รู้สึกว่าจะตายแล้ว จากนั้นจึงนึกถึงอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่คนเคยเรียนสายวิทย์รู้จักกันดีคือ ฟอร์เซบส์ หรือปากคีบนี่แหละ ทำการคีบดึงหนอนสมอออกมา มันก็หลุดแบบตายๆ ออกมาโดยง่ายครับ


แค่นี้ยังไม่พอ ไหนๆ ก็จัดการปรสิตออกแล้ว ควรป้องกันการติดเชื้อทางบาดแผลเพิ่มเติม ผมจึงต้องแยกปลาแรดออกมาพร้อมทั้งแช่ยาปฏิชีวนะรักษาเพิ่มเติมด้วย เพื่อเป็นการไม่ประมาท จากความรู้ที่มีอยู่นะครับ ปกติดีมีลินที่เราคิดกันว่าใช้รักษาและกำจัดปรสิตได้นั้น ดีมิลินไม่สามารถใช้ได้ครอบคลุมปรสิตทุกชนิดหรอกครับ บางชนิดที่สามารถกำจัดได้ ก็กำจัดได้เพียงในระยะที่ปรสิตเป็นตัวอ่อนว่ายอยู่ในน้ำเท่านั้น กรณีหนอนสมอนี้ก็เช่นกันครับ ผมก็ใช้ดีมิลินเหมือนกันแต่ก็ยังพบหนอนสมอ เกาะตามลำตัวปลาเช่นกัน
Koi Lover จึงควรหมั่นระมัดระวังปลาของตนบ้างนะครับ และอย่าไว้วางใจกับยาที่ตนใช้อยู่เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ควรรู้จักวิธีการใช้ และข้อจำกัดของยาแต่ละตัวด้วย




ฟอร์เซบและซากหนอนสมอที่ดึงออกมาแล้ว



รอยแผลจากการเกาะดูดที่เกิดขึ้น จะเป็นช่องทางให้เชื้อโรคประเภทอื่นแพร่เข้าสู่ปลาได้