Check List & Questionnaire for Sick Koi

    ยามปลาป่วย หลายคนคงจะหัวเสียเพราะกลัวจะเสีย "หัวแก้วหัวแหวน" ที่เรารักเราชอบไป จนบางท่านสติเสีย สิ่งที่รู้มาว่า ควรตรวจสอบก่อนเบื้องต้น ก็ไม่ได้ทำ ยิ่งไปกว่านั้น ยาอะไรใครว่าดี ก็ใส่เข้าไป จนบางทีอาจจะเรียกว่า "เสียสติ" ไปเลย แทนที่ปลาจะหายป่วย กลายเป็นป่วยหนักกว่าเดิม เพราะนอกจากอาการป่วยดั้งเดิมแล้ว ยังต้องมาเจอกับอาการ Overdose จากยาหรือสารเคมีตัวใหม่ที่ใส่เพิ่มลงมาอีก
     Check List ศัพท์คำนี้ หากเป็นผู้บริหารหรือคนทำงานในสายบริหารธุรกิจ คงจะรู้จักดีว่า มันคืออะไร นอกจากจะช่วยตรวจสอบจุดต่างๆ เบื้องต้นแล้ว ยังใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาปลาป่วยได้ในเบื้องต้น หรือเป็นการเตรียม Information เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาแก่สัตวแพทย์ หรือพวก Koi Health Advisor เช่นผมได้
     เกริ่นกันพอควรแล้ว เรามาดูกันหน่อยครับว่า มีอะไรบ้างใน Check List ที่ผมคิดว่า คุณจำเป็นต้องเช็คก่อนส่งปลาถึงมือหมอ หรือก่อนคุยกันเกี่ยวกับปัญหาปลาป่วย และหลายปัญหาคุณแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองครับ

ภาพซ้าย ชุดวัดพีเอชมีหลายยี่ห้อให้เลือก ดูสเกลที่ค่อนข้างละเอียดหน่อยก็ดีครับ ปกติควรมีค่าที่วัดได้อย่างน้อยอยู่ในช่วง 5.0 - 9.0 หรือกว้างกว่านั้น ข้อสำคัญต้องอ่านฉลากวิธีใช้ให้ถูกต้องด้วย
 
1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบ่อและระบบการกรอง

1.1 ขนาดบ่อเลี้ยง (คิว,ลบ.ม.)
1.2 ขนาดบ่อกรอง (คิว,ลบ.ม.)
1.3 ความลึกของบ่อ ณ จุดตื้นที่สุด และจุดลึกที่สุด
1.4 ชนิดของมีเดียที่ใช้ในบ่อกรอง
      - หินพัมมิส
      - มาตาลา
      - ปะการัง
      - เปลือกหอยนางรม
      - ฟิวเตอร์แมท
      - ใยแก้ว
      - ไบโอบอล
1.5 ลักษณะสะดือบ่อ
      - สะดือก้นบ่อ
      - สะดือกลางน้ำ
      - สะดือหรือท่อน้ำล้น
1.6 สถานที่ตั้งของบ่อ
      - กลางแจ้ง
      - แนวชายคาบ้าน
      - ใต้ชายคาบ้าน
      - โดนฝนหรือไม่
      - โดนแดดหรือไม่
      - ทำเลที่ตั้งบ่อ อยู่ใกล้กับจุดอันตรายหรือไม่ เช่น อยู่ใกล้โกดัง
        เก็บสารเคมี ใกล้ทุ่งนา น้ำท่วมง่ายหรือไม่
1.7 จำนวนและขนาดปั้มน้ำที่ใช้
1.8 จำนวนรอบการกรอง
1.9 จำนวนและขนาดปั้มลมที่ใช้
1.10 ลักษณะการเติมอากาศในบ่อเลี้ยงและบ่อกรอง
      - ใช้หัวทรายกี่หัว
      - ใช้ออกซิเจนริงขนาดใด
      - มีการเติมอากาศในบ่อกรองหรือไม่
1.11 จำนวนปลาที่เลี้ยง
1.12 ขนาดปลาที่เลี้ยง
 
2. ค่าชี้วัดคุณภาพน้ำทั่วไป

2.1 ค่าความเป็นกรด ด่าง (พีเอช) - ค่าที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 7.0 - 8.0 แต่ปลาอาจจะทนได้ตั้งแต่ 6.5 - 9.0
      แต่หากมีค่าสูงมาก ความเป็นพิษของแอมโมเนียจะสูงขึ้นด้วย
2.2 ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนีย - ค่าที่เหมาะสมควรเป็น ศูนย์ และควรตรวจวัดหลายช่วงเวลา
2.3 ค่าความเข้มข้นของไนไตรท์ - ค่าที่เหมาะสม จะต้องไม่เกิน 0.1 พีพีเอ็ม (มิลลิกรัมต่อลิตร)
2.4 ค่าความเข้มข้นของไนเตรท - ค่าที่เหมาะสม จะต้องไม่เกิน 50 พีพีเอ็ม (มิลลิกรัมต่อลิตร)
2.5 ระดับอุณหภูมิของน้ำ (องศาเซลเซียส) - ค่าที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 28 องศาเซลเซียส
2.6 ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ (มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ พีพีเอ็ม) - ค่าที่เหมาะสม ไม่น้อยกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
      ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับอุณหภูมิของน้ำ ระบบการเติม
      อากาศ ความเข้มข้นของสารละลายต่างๆ ในน้ำ ความหนาแน่นของปลา
2.7 ลักษณะสภาพน้ำทั่วไป - ลักษณะที่ดีที่เราสังเกตเห็นได้ คือ ต้อง ใสไม่มีสี ไม่มีตะกอน กลิ่นเหม็น ไม่มีฟอง
      หรือคราบไขมัน


ชุดนี้สำหรับคนที่โปรหน่อย ตัววัดค่าปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ควรวัดหลายเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่ระดับออกซิเจนมักจะต่ำที่สุด
 


สภาพน้ำที่เราสังเกตเห็นได้ ก็จะช่วยบอกเราว่า คุณภาพน้ำดีหรือไม่เพียงใด
มีฟอง มีเมือกมากหรือไม่


สภาพปลาเอง กรณีไฟช็อตไฟรั่วแบบนี้
ละเลยไม่ได้เด็ดขาด ลำตัวจะเป็นรูปอักษร S ครับ
ถ้าเป็นในปลาเล็กยังหายได้ แต่ปลาใหญ่กว่า
30 เซนติเมตร ค่อนข้างยากหน่อย


ลักษณะปลาติดเชื้อภายในที่ไตจะมีอาการบวม
และมีเกล็ดตั้ง เรียกว่า โรคเกล็ดตั้ง
 


ปลาดอยส์ ก็มีสิทธิ์เป็นโรคเกล็ดตั้งได้เช่นกัน


การติดเชื้อภายในอย่างรุนแรง แต่ไม่มีเกล็ดตั้ง แต่มีการอักเสบรอยปื้นแดงให้เห็นภายนอก อาจจะเกิดได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ต้องอาศัยความชำนาญของสัตวแพทย์เท่านั้น จึงจะวินิจฉัยได้


หูดปลาจากเชื้อไวรัส ไม่แน่ใจว่า ภาษาที่เรียกกันคือ สิว หรือไม่ ติดต่อได้นะครับ ฉะนั้นต้องแยกปลาป่วยมาทำการรักษาก่อน รอจนหายดีจริงๆ จึงค่อยนำกลับไปปล่อยรวม ตัวที่เป็น ก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้ใหม่เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
 


จำนวนปลาที่ตาย อาจจะบอกนัยสำคัญอะไรบาง
อย่าง เช่น ขาดอากาศ เครื่องปั้มลมไม่ทำงาน
หรือไฟฟ้าดับ มีสารเคมีเป็นพิษลงน้ำ น้ำในบ่อ
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่หากมอง
เรื่องการติดเชื้อก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ครับ แต่
น้อยมาก และไม่น่าจะตายพร้อมๆ
กันเป็นใบไม้ร่วง
3. ข้อมูลการเลี้ยงและการดูแลปลา

3.1 อาหารที่ใช้เลี้ยง
      - อาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารเม็ดที่จำหน่ายตามฟาร์ม อาหารกบ อาหารเม็ดปลาดุก ฮิคาริ อาหารปั้น
      - อาหารสด เช่น ไรน้ำเค็ม กุ้งสด
3.2 ปริมาณอาหารและจำนวนมื้อที่ให้
3.3 อาหารเสริมอื่นๆ
      - วิตามินผง อีเอ็ม ไคโตรซาน โปรตีนเสริมบางชนิด
3.4 การเปลี่ยนถ่ายน้ำ
      - เปลี่ยนถ่ายน้ำตลอดเวลา โดยเติมน้ำใหม่… …..% ทุกวัน
      - เปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นประจำทุก……วัน โดยเติมน้ำใหม่ ………%
      - ประเภทของน้ำใหม่ที่ใช้เติม น้ำบาดาล หรือ น้ำประปา
3.5 การทำความสะอาดบ่อกรอง
      - ความถี่ในการทำความสะอาดบ่อกรอง
      - คุณทำความสะอาดบ่อกรองครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
3.6 การใช้ยา หรือสารเคมีที่ใช้
      - ยาหรือสารเคมีที่ใช้เป็นประจำ
      - ยา หรือสารเคมีที่ใช้ในช่วงก่อนปลามีปัญหา
3.7 มีการนำปลาใหม่เข้ามาเลี้ยงในบ่อในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่
      - แหล่งที่ซื้อ
      - กักโรคก่อนปล่อยลงบ่อเลี้ยงหรือไม่
      - ระยะเวลาในการกักโรค
      - วิธีการกักโรค
      - ยาหรือสารเคมีที่ใช้ในการกักโรค
 
4. ข้อมูลด้านอาการปลาป่วย

4.1 ข้อมูลเฉพาะตัวปลาป่วย
      - เพศ
      - อายุ
      - ขนาด
      - จำนวนปลาป่วย
      - ระยะเวลาที่ป่วย
4.2 พฤติกรรมปลาที่ผิดปกติ
      - กระโดดจากผิวน้ำ
      - ไม่กินอาหาร
      - ลอยหัวอยู่ผิวน้ำหรือบริเวณจุดจ่ายอากาศ
      - หุบครีบ
4.3 ลักษณะการว่ายที่ผิดปกติ
      - ว่ายกระตุก
      - ว่ายควงสว่าน
      - ว่ายแฉลบตามกำแพงหรือก้นบ่อ
      - ไม่ว่ายน้ำ ลอยอยู่นิ่งๆ
4.4 ลักษณะภายนอกที่ผิดปกติ
      - เหงือกบาน
      - ลำตัวคด
      - แผลแดง
      - ครีบกร่อน
      - จ้ำแดงตามตัว
      - แผลรูบวม แดง ข้างลำตัว
      - แผลรูขนาดเล็กตามลำตัว หลัง ฝาเหงือก ครีบ
      - ปากแหว่ง กุด
      - ท้องบวม ไม่มีเกล็ดตั้ง
      - ท้องบวม มีเกล็ดเผยอหรือ ตั้งขึ้นคล้ายหนามทุเรียน
      - มีฝ้าขาวเหลืองบริเวณลำตัว
      - มีปุยสีขาวบริเวณลำตัว
      - มีจุดสีขาวเล็กๆ ทั่วไปบนลำตัว


ปากเปื่อย อาจจะเกิดจากการกระแทกบาดเจ็บ
แล้วค่อยมีการติดเชื้อตามมา ปล่อยนานๆ
ไปอาจจะเป็นปากนกแก้วครับ




หนอนสมอ หากเกาะที่ตัวปลาตามครีบ ลำตัวหรือหาง เราจะมองเป็นเป็นเส้นๆ สีดำหรือน้ำตาลติดอยู่
      - มีเส้นสีดำหรือสีน้ำตาลบนครีบ หรือลำตัว
      - มีจุดน้ำตาลบนครีบหรือลำตัว
      - มีเมือกมาก
      - สีบนลำตัวเข้มขึ้นหรือจางลง
      - ตาโปน
      - ผอมลง หลังลีบ
      - มีตุ่มหรือก้อนเนื้อเกิดขึ้นตามลำตัว
5. ข้อมูลอื่น

5.1 การปฐมพยาบาลหรือการรักษาเบื้องต้นที่ได้ทำไปแล้ว
5.2 เคยเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนหรือไม่
      และทำการรักษาอย่างไร
5.3 อุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งภายในบ่อ เช่น UV Sterilizer, Protein
      Skimmer
 


การแยกแยะ New Hole Disease หรือโรครูใหม่
กับโรครูเก่าค่อนข้างยาก เพราะต้องพิจารณาถึงจำนวนรู ขนาดและตำแหน่งที่เกิด เพราะมิฉะนั้นหากเลือกยาปฏิชีวนะมาใช้ผิด ก็จะเสียเวลาและ
ปลาอาจจะตายได้ภายในไม่กี่วัน
    Check List ตัวนี้ อาจจะยาวไปหน่อย แต่เชื่อเหอะว่า ไม่ยากเกินความเข้าใจของคุณ แชร์ประสบการณ์กันนิดครับ ปัญหาส่วนใหญ่เรื่องปลาป่วยมักจะมีสาเหตุหลักๆ มาจากการดูแลที่ไม่ดีพอหรือความประมาทของผู้เลี้ยง ตามที่ผมพบบ่อยมากที่สุด ดังนี้ครับ
    - รักษาคุณภาพน้ำไม่ดีพอ เลี้ยงปลาแน่น ไม่ขยันเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือทำความสะอาดบ่อกรอง
    - ไม่กักโรคเมื่อนำปลาใหม่มาเข้าบ่อ จุดตรงนี้พบเป็นปัญหามากเช่นกัน เราวางใจใครไม่ได้หรอกครับ
    - น้ำฝนลงบ่อ บ่อหลายคนอยู่ใต้ชายคารับน้ำฝนเต็มๆ หรือบางคนอยู่กลางแจ้งก็รับเต็มๆ บางคนอ้างว่าใช้
      สแลนกันฝนแล้วทำไมปลาป่วย อันนี้ผู้เลี้ยงคงต้องลองตักน้ำเทผ่านสแลนบางๆ ดู แล้วคงได้คำตอบ
    - มั่วใช้ยาและสารเคมีสารพัดโดยไม่รู้จริงเลยสักนิด อย่าทำเลยประเภทเอาด่างทับทิมอุดแผล หรือเอาสาร
      เคมี และยาหลายชนิด มาเทรวมๆ ในบ่อเดียวกัน สงสารปลาเหอะครับ

    ต้องขอขอบคุณอาจารย์ Navaka Koi อาจารย์ตัวจริงทั้งในห้องเรียนและในชีวิตจริง ที่ช่วยให้คำแนะนำ
การนำเสนอบทความนี้ให้ทำให้อ่านง่ายขึ้นและชัดเจนยิ่งกว่าต้นฉบับ

Pat Koilover Group 28 ตุลาคม 2546