การเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พให้สมบูรณ์



รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์
ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 022578887

   ปลาแฟนซีคาร์พ (Fancy Carp) หรือ กอย(Koi) เป็นปลาสวยงามที่มีผู้นิยมเลี้ยงกันมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยประเทศญี่ปุ่นถือว่า เป็นประเทศที่มีการผลิตปลาชนิดนี้จำนวนมาก มีสีสันต่าง ๆมากมาย เป็นที่ต้องการของนักเลี้ยงปลาเพื่อให้เกิดความสวยงามกับที่อยู่อาศัยและเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน แต่ตามลักษณะภูมิประเทศ ประเทศไทยน่าจะมีความเหมาะสมในการเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้มากกว่าประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือ มีอุณหภูมิสูงกว่า ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญอาหารได้ดีและรวดเร็ว (Metabolism) ทำให้ปลามีอัตราการเติบโตดี ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาคาร์พจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ดำเนินธุรกิจส่งปลาไปต่างประเทศ ซึ่งนำรายได้เข้าประเทศปีละมาก ๆ ประกอบกับในขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการส่งออกปลาสวยงาม จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้เพาะเลี้ยงที่จะหาปลาคาร์พที่มีรูปร่าง สีและสุขภาพดี เพื่อนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป

การเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พให้สมบูรณ์ จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆดังนี้

1. สถานที่เลี้ยง ควรอยู่ในบริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดทั้งวัน เพราะอาจจะมีสาหร่ายเกิดขึ้น ทำให้น้ำขุ่น ควรรับแดดในตอนเช้า นอกจากนี้ควรอยู่ห่างไกลจากยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลง รวมทั้งยาฆ่าปลวก บ่อกรองไม่ควรอยู่ติดกับบ้าน เพราะอาจจะมีเสียงดังรบกวนจากมอเตอร์ปั้มน้ำ และปั้มลม

2. คุณภาพน้ำ ควรเหมาะสมสำหรับปลาคาร์พ เช่น ควรมีค่าออกซิเจนในน้ำมากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร พีเอชอยู่ในช่วงระหว่าง 7 - 7.5 ไม่มีแก๊ซพิษเช่น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ควรมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ และควรทำความสะอาดบ่อกรองบ่อย ๆ เพราะธรรมชาติของปลาถ้าคุณภาพน้ำดี จะโตเร็วและมีสุขภาพแข็งแรง
 
   3. สายพันธุ์ปลา ควรเลือกซื้อปลาคาร์พจากฟาร์มที่มีการจัดการที่ดี มีสายพันธุ์ที่เชื่อถือได้กล่าวคือ มีใบรับรองการปลอดโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เมื่อได้ปลาใหญ่มาแล้ว ไม่ควรนำไปปนกับปลาเก่าทันที ควรกักไว้ดูอาการอย่างน้อย 4 อาทิตย์ ไม่ควรเลี้ยงปลาหนาแน่นเกินไป ความหนาแน่นที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงประมาณ 2 - 3 ตัวต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของปลาด้วย ปลาตัวเมียที่ถึงฤดูวางไข่ และมีท้องขยายใหญ่ น่าจะแยกให้วางไข่ โดยนำไปใส่ในบ่อใหม่พร้อมกับปลาตัวผู้ เพื่อให้เกิดการผสมพันธุ์ และวางไข่ ป้องกันการเกิดเนื้องอกของรังไข่ที่ชื่อว่าโรค "โชมัน"

4. อาหารและการให้อาหารปลาคาร์พ เนื่องจากปลาคาร์พเป็นปลากินพืช โปรตีนที่ใช้ควรมาจากพืช ควรใช้อาหารเม็ดลอยน้ำที่มีคุณภาพ มีใบรับรองการผลิตที่ถูกต้องจากหน่วยงานของรัฐ การผลิตอาหารเม็ดลอยน้ำ วัตถุดิบทุกชนิดต้องผ่านความร้อน เพื่อให้อาหารสุก จะได้ทำเป็นเม็ดพองลอยน้ำได้ง่าย แต่ขบวนการดังกล่าว จะทำให้วิตามินและแร่ธาตุเสื่อมสลายไป ทำให้ปลาได้รับอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ มีผลทำให้ปลาอ่อนแอ เติบโตช้า มีอาการป่วยและติดเชื้อโรคได้ง่าย ทางแก้ไขที่ดี ควรเสริมวิตามินสำหรับปลาคาร์พในอาหารก่อนให้ปลากิน

5. การควบคุมป้องกันและรักษาโรค การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด กล่าวคือ ควรเลือกซื้อปลาที่มีสุขภาพแข็งแรง น้ำมีคุณภาพดี อาหารมีส่วนประกอบครบถ้วน โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุควรให้มีเพียงพอ สาเหตุของโรคในปลาคาร์พส่วนใหญ่เกิดจาก คุณภาพอาหารไม่เหมาะสม เช่น ขาดวิตามิน หรือมีสารพิษในอาหาร เช่น อัลฟ่าท็อกซิน รวมตลอดทั้งคุณภาพน้ำไม่เหมาะสม ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะของโรคที่เรียกว่า โรคไม่ติดเชื้อ ส่วนโรคติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากพยาธิภายนอก เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส หนอนสมอ เห็บปลา ซึ่งจำเป็นจะต้องตรวจและใช้ยาฆ่าพยาธิ สำหรับเชื้อแบคทีเรียก็เป็นสาเหตุที่สำคัญ โดยเฉพาะเชื้อแอโรโมแนส ไฮโดรฟิลล่า (Aeromonas hydrophilla) เชื้อซูโดโมแนส (Pseudomonas) เชื้อไมโครแบคทีเรียม โดยจะทำให้ปลามีอาการเบื่ออาหาร ตกเลือด เกล็ดพอง เหงือกอักเสบ ครีบฉีกขาด และบางรายมีอาการท้องบวม การแก้ไขควรให้กินยาปฏิชีวนะ หรือเอายาใส่น้ำ นอกจากนี้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลาคาร์พตายทีละมาก ๆ ก็คือ เชื้อไวรัส เช่น กรณีโรคเคเอชวี (KHV = Koi Herpes Virus) โรคสปริงไวรีเมีย (SPV = Spring Viremia of Carp)

จะเห็นว่า การเลี้ยงปลาคาร์พให้สมบูรณ์ จะต้องมีการควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ให้เหมาะสม เพื่อให้การเลี้ยงปลาดำเนินไปด้วยดี บรรลุตามวัตถุประสงค์ สามารถผลิตลูกปลาออกจำหน่าย หรือคัดไว้เลี้ยงเอง อันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่า ปลาแสดงอาการป่วย ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ อย่าปล่อยให้ปลาตายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อจะได้เป็นลู่ทางในการป้องกันโรคต่อไป
 


ไม่เพียงแค่การเลี้ยงปลาคาร์พไว้ตามบ้านเท่านั้น แต่ยังนิยมเลี้ยงไว้ตามวัด และสวนสาธารณะหลายแห่งในญี่ปุ่น


บ่อปลา ร่วมกับน้ำตกช่วยสร้างสีสัน ความร่มเย็นและบรรยากาศที่สดชื่นให้แก่บ้าน หรือสถานที่


น้ำใส ไม่ใช่ว่า จะปลอดภัยสำหรับปลาคาร์พเสมอไป
 


อวัยวะสำคัญของปลาที่มักโดนปรสิตรุมคุกคามอยู่ประจำ


นอกจากการมีคุณภาพน้ำที่ดีแล้ว การเติมอากาศอย่างเพียงพอก็เป็นสิ่งจำเป็น


หากผู้เลี้ยงไม่คอยหมั่นสังเกตปลาอย่างใกล้ชิดแล้ว แผลที่อยู่ในระดับต่ำอาจจะมองเห็นได้ยาก
Pat Koilover Group