
|
แรงดลใจของเรื่องนี้ ก็คือ Ochiba shigure ตัวโปรดและ Platinum Ogon
ตัวโปรดอีกตัวที่โตเร็วเหลือเกิน แต่ผู้เขียนคิดว่า แม้ว่าตัวจะตาย ขออย่าให้ตายเปล่า ยกเป็นอุทาหรณ์สำหรับ koilover ทุกคนที่จะได้พึงระวังกันต่อไป เรื่องเริ่มด้วยเมื่อประมาณปลายเดือน มีนาคมที่ผ่านมา เจ้า Ochiba shigure ที่ผมอุตส่าห์หอบหิ้วมาจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายปี 1999 จนป่านนี้ก็มีอายุ 3 ปีแล้ว ซึ่งมักจะเป็นปลาตัวที่ค่อนข้างเชื่องกว่าตัวอื่น ไม่ค่อยกลัวคน ว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำเป็นประจำ ปลาเพศเมียตัวนี้ ก็มีอาการท้องอยู่นานสองนานแล้ว ผมก็พยายามไล่โดยใช้ตัวผู้ภายในบ่อ แต่ก็ยังไม่เป็นผล ถึงฤดูร้อนปีนี้ ก็กะว่า จะไล่ไข่ใหม่อีกรอบหลังจากที่ไม่ออกเมื่อหนาวที่ผ่านมา ผมสังเกตเห็นว่า ท้องมันใหญ่กว่าปกติ จึงเข้าใจว่า มันคงได้เวลาที่จะต้องผสมพันธุ์อย่างจริงจังเสียที แต่ที่น่าแปลกคือ มันเริ่มไม่กินอาหาร (ซึ่งผมเคยเจอเหมือนกันครับว่า ปลาท้องแล้ว มันไม่ยอมกินอาหาร พอจับแยกมาต่างหากไม่ต้องรอตัวผู้ ตัวเมียกลับไข่ได้เอง) ก็เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ผ่านไปไม่กี่วัน สีตามลำตัวปลาเริ่มเปลี่ยนครับ เป็นสีอ่อนลง ผมก็รู้สึกแปลกใจว่า ปลาเป็นอะไรไปเนี่ย และที่ซ้ำร้ายคือโคนเกล็ดที่ติดกับครีบหาง มีการเปิดเผยอออกมา ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน รู้สึกแปลกใจครับ ผมได้อีเมล์สอบถามและส่งรูปให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม koilover แต่ก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนเช่นกัน ในที่สุดก็ตัดสินใจว่า คงต้องเอาปลาลองมาไล่ไข่ให้ออกดีกว่า เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น ขณะมาไล่ไข่ ผมสังเกตลักษณะภายนอกที่เปลี่ยนไปอีกคือ บริเวณหัวปลา มีลักษณะปูด โปนขึ้นมา ทำให้ผมนึกว่า ปลาท้อง จะเจ็บป่วยง่าย ลักษณะปูดโปนที่เกิดขึ้น จะใช่การติดเชื้อไวรัสประเภทหูดหรือเปล่า แต่พอเช็คกับข้อมูลดูลักษณะแล้ว กลับไม่ใช่ จึงเริ่มทำการไล่ไข่ต่อไป แต่ยังไม่ทันไรเลย เกล็ดปลาบริเวณลำตัวเริ่มเผยอออก เท่านั้นแหละครับผมถึงบางอ้อเลยว่า ทั้งหมดที่ผ่านมาคงต้องติดเชื้อแบคทีเรียที่ไตแน่เลย เพราะนั่นคือ อาการเกล็ดพองครับ |
![]() รูปนี้ถ่ายไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนำมาลงเรื่องโครงสร้างปลา จะเห็นว่า สีลวดลาย มีลักษณะเข้มแบบน้ำตาลแก่ |
![]() ภาพทั้งตัวระหว่างการรักษาที่บ้าน จะเห็นว่าสีผิวตามลำตัวปลา เปลี่ยนไปออกเหลืองมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ผู้เลี้ยงเข้าใจผิดว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของปลา หรือที่เรามักเรียกกันว่าสีตก |
![]() รูปนี้ เป็นรูปหัวของ Ochiba ในสภาพปกติ ถ่ายไว้หลายเดือนก่อนเช่นกัน |
![]() ภายหลังติดเชื้อ จะมีการปูดโปนบริเวณหัว |
![]() จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นอีกว่า มีลักษณะปูดโปนบริเวณหัวปลา คล้ายปลาทองหัววุ้น ซึ่งทำให้ผู้เขียนเข้าใจผิด คิดว่า เป็นลักษณะหูดจากเชื้อไวรัส Lymphocystis หรือ Carp pox แต่ไม่อันตรายมากนัก แต่ภายหลังพบว่า ไม่ใช่ทั้ง 2 โรค |
|
วิธีการรักษา ผมเริ่มใช้ยาในกลุ่มควิโนโลนแช่ปลา ซึ่งเคยได้ผลดีกับปลาที่ป่วยจากโรคนี้ในระยะเริ่มต้น
โดยเฉพาะปลาของคุณเก๋า แต่เมื่อทำการรักษาไปสัก 3 วัน อาการดังกล่าวกลับไม่ทุเลา แต่เป็นมากขึ้น จึงคิดว่า น่าจะลองใช้ยาผสมผสาน
โดยตัดสินใจปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งที่เคยทำการฉีดยาปลามาก่อน ซึ่งผมได้เลือก Cef-3 ซึ่งมีตัวยา Ceftriazone
มีประสิทธิภาพครอบคลุมแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและลบในลักษณะวงกว้างมาก ปกติเขาใช้ยานี้ในการฉีดเพื่อรักษาโรครู (Ulcer) กันครับ พอผ่านไปสัก 5 วัน ผมสังเกตว่า ปลาไม่มีอาการดีขึ้นเลย ผมได้พยายามค้นหาข้อมูลมาทำการรักษาเพิ่มเติม และได้ทราบมาว่า คุณหมอที่รู้จักที่ USA เขาใช้วิตามินซีฉีดเข้าไปในตัวปลา เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วย ผมจึงตัดสินใจทดลองทำดู จะให้กินก็ไม่ได้ปลาไม่กินอาหารแล้ว ผมได้ฉีดวิตามินซีแบบน้ำเข้าที่โคนครีบเช่นกันโดยใช้อัตราส่วนที่หมอกำหนดไว้ |
![]() ภาพขณะทำการรักษาที่บ้าน จะเห็นว่าเกล็ดมีการตั้งขึ้น และท้องบวมออกด้านข้าง |
![]() ภาพเกล็ดตามลำตัวที่เริ่มตั้งขึ้นทีละน้อย |
![]() ปลาตัวเมียนี้ มีไข่แก่ ทำให้เกิดการย้อยหรือแอ่นของลำตัวลงมา แม้ว่าจะ พยายามไล่ไข่หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล ทำให้โครงสร้างของปลาเสียไปได้ |
![]() สภาพเกล็ดบริเวณโคนหาง มีการปริแยกออก ซึ่งเป็นจุดแรกๆ ที่ทำให้ผู้เขียนสับสนว่า ปลาเป็นอะไร เข้าใจผิดคิดว่า เป็นเรื่องของสายพันธุ์ หรือเป็นเรื่องของความอ้วนของปลาที่มากเกินไป |
![]() สภาพหางปลา Ochiba shigure ในภาวะปกติเกล็ดจะเรียบเสมอกันไปจรดโคนหาง |
ระหว่างนั้น Platinum ogon ในบ่อตัวหนึ่ง
เริ่มมีอาการว่ายขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่ผิวน้ำ ผมก็เลยสังเกตอาการและจับขึ้นมาทำการรักษา พบว่ารอยต่อระหว่างเกล็ดสุดท้ายกับโคนครีบหาง มีรอยแตกแบ่งสีแดง
และบริเวณครีบท้องและครีบทวารมีการตกเลือดเป็นแห่งๆ จึงตัดสินใจใช้ควิโนโลนแช่ รักษาโรคเช่นกัน พอวันรุ่งขึ้นปลาไม่ดีขึ้น จึงไม่แน่ใจว่า จะเป็นเชื้อตัวเดียวกันกับ
Ochiba shigure หรือเปล่า จึงใช้ Cef-3 และวิตามินซีฉีดร่วมด้วยกัน พอวันที่ 3 ตอนเช้า ผมรู้สึกว่า อาการต่างๆ ไม่ดีขึ้นเลย
เกล็ดบริเวณโคนหางเริ่มแตกเป็นหนามทุเรียนไล่ขึ้นไปจากโคนหาง พอดีเป็นช่วงเวลาที่รถผมซ่อมเสร็จ จึงนำส่งสถานรักษาปลาแห่งหนึ่ง (ขอไม่เปิดเผยนะครับ) ผลการตรวจสอบ ซึ่งคุณหมอได้ทำการขูดเมือก (Swab) ตามลำตัวปลา และที่เหงือกไปส่องกล้อง พบว่า Ochiba shigure มีการติดเชื้อภายใน และยังมีปรสิตที่เหงือกด้วย (Secondary infection) ส่วน Platinum ogon นั่น มีแต่การติดเชื้อภายในเท่านั้น แต่อยู่ในลักษณะอาการตกเลือดที่โคนหาง ครีบแตกเป็นริ้วๆ และมีเลือดซึมออกมา มีการเจาะเลือดเพื่อส่องกล้องครับ พบว่า Ochiba shigure มีปัญหาเลือดจางเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้า Platinum ogon อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะดูเพียงลักษณะกายภาพเรื่องความเข้มของสีเลือดก็ตาม ผมขอเสริมอีกนิดครับ เรื่องปลาเกล็ดพอง (dropsy) นั้น เมื่อเป็นมากๆ จะมีอาการท้องบวม และตาโปนร่วมด้วยครับ ปัญหาอยู่ที่มีอาการติดเชื้อที่ไตครับ ทำให้ไตไม่สามารถขับน้ำออกมาทางทวารได้ ทำให้มีการคั่งของน้ำที่เข้าไปในตัวปลาตามเนื้อเยื่อต่างๆ สุดท้ายก็มีอาการเกล็ดตั้งอย่างที่เห็น |
|
คุณหมอได้รับ case ปลาของผม admit เพื่อทำการศึกษา
และผมได้ทำตามที่คุณหมอแนะนำคือ ให้คุณหมอนำไปเพาะเชื้อแบคทีเรียว่า เป็นประเภทใด เพราะเนื่องจากยาที่ใช้รักษานั้นไม่ได้ผลเลย ซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย หลังสิ้นสุดวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับคุณหมอท่านนั้น ซึ่งผลได้ออกมาว่า จากการเพาะเชื้อแบคทีเรียนั้น ไม่พบเชื้อแต่ประการใด เป็นไปได้ว่า เป็นการติดเชื้อไวรัสครับ ซึ่งยังไม่มียารักษา นอกจากหวังว่า มันจะสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านด้วยตัวเอง Ochiba shigure แสนรักได้ตายจากไปตั้งแต่วันที่ผมนำปลาส่งให้คุณหมอรักษา ส่วน Platinum ogon ได้ตายเช้าวันพฤหัสที่ 18 เมษายนที่ผมโทรสอบถามผลการเพาะเชื้อวันนั้นเอง ซึ่งนั่นทำให้ผมต้องหันกลับไปมองเหมือนกันครับว่า จะทำยังไงเอาชนะเชื้อไวรัสพวกนี้ได้เหมือนกับแบคทีเรียที่เอาชนะได้แล้ว เพราะแทบจะไม่มากล้ำกลายปลาในบ่อนานแล้ว งานนี้ผมได้ข้อคิดที่นำมาฝากเพื่อนๆ หลายคนครับ
|
![]() |
ซ้าย ถ่ายรูปเมื่อวันแรกที่พบว่า Platinum ogon ตัวนี้ในบ่อมีอาการว่ายผิดปกติ
แถมเกล็ดโคนหางมีแนวปริออกเป็นรอยแยกจากครีบหาง คล้ายอาการตกเลือด ขวา ขณะที่พบว่ามีอาการผิดปกตินั้นมีการตกเลือดบริเวณครีบท้องทวารและครีบทวารด้วย |
![]() |
![]() Ogon ภายหลังการแช่ยา 1 วัน อาการลุกลามมากขึ้น เกล็ดโคนหางเริ่มปริแตกกว่าก่อนแช่ยารักษา |
![]() Ogon ภายหลังการแช่ยา 2 วัน พร้อมทั้งการให้ยาฉีดด้วย เกล็ดโคนหางเริ่มปริมากขึ้นเรื่อยๆ จนคล้ายหนามทุเรียน |
![]() Ogon ภายหลังการแช่ยา 3 วัน พบว่า มีการตกเลือดบริเวณโคนหางด้วย สังเกตจากเกล็ดโคนหางมีลักษณะสีแดงเรื่อๆ ไล่ขึ้นไปทางส่วนท้อง นั่นแสดงว่า การรักษาที่ผ่านมาไม่ได้ผลเลย |
ขวา ดูกันชัดๆ
ลักษณะการตกเลือดบริเวณครีบท้องทั้งสองข้าง ผมต้องขอขอบคุณ คุณหมอท่านหนึ่งที่ปิดทองหลังพระซึ่งทำการรักษาปลาของผมอย่างดีที่สุดแล้ว และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทำให้ผมได้ข้อคิดหลายอย่าง แม้ว่าในที่สุดปลาของผมทั้งสองตัวจะตาย แต่ผมเชื่อว่าการตายของมันไม่สูญเปล่า และผมคิดว่าเรื่องนี้มันสำคัญมาก และก็ไม่อยากให้เกิดแก่ koilover คนอื่น แนวทางต่อไปนั้น ผมเชื่อว่า ธรรมชาติย่อมมีหนทางออกไว้ให้เสมอครับ ยาพิษ ก็ต้องมียาแก้พิษ หนามยอก ก็มีหนามบ่ง มีเทพก็ต้องมีมารคู่กัน ฉันใดฉันนั้น ธรรมชาติที่ว่า ผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อครับว่า ที่ผมคิดไว้คืออะไร Pat Koilover group 22 เมษายน 2545 |
![]() |