"เกลือ" เค็ม แต่ดี
![]() |
สารเคมีเก่าแก่ที่เป็นที่รู้จักกันมานานนม ตั้งแต่คนรุ่นเก่า
จนถึงคนรุ่นปัจจุบัน ตั้งแต่ปลาตัวแรกที่เริ่มเลี้ยง จนถึงปลาตัวล่าสุดที่ว่ายในบ่อ ล้วนแต่เกี่ยวพันกับ "เกลือ" กันทั้งนั้น ความมหัศจรรย์ของ "เกลือ" หรือภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า "Salt" นั้น กำลังจะถูกเปิดเผยแก่ท่าน ณ ที่นี้แล้ว เกลือ หากเอ่ยชื่อมันเฉยๆ ให้หลายๆ คนฟัง ถ้าเราได้ยินคงนึกถึงเกลือบนโต๊ะ พอพูดถึงชาวบ้านธรรมดา บางคนก็นึกถึงเกลือเม็ด บางคนก็นึกถึงเกลือหน้าดินที่ชาวภาคอีสานเขาขุดหน้าดินมาต้ม หรือที่เรียกว่า เกลือสินเธาว์ หากคุยกับนักวิชาการสายวิทยาศาตร์ ก็คงนึกถึงว่า เป็นสารประกอบที่เกิดจากการเอากรดและด่างมาทำปฏิกิริยากัน ผมจึงขอสรุปเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันครับว่า เกลือที่เราพูดถึงคือ Sea Salt ครับ ไม่ใช่เกลือที่ใช้ในครัว ไม่ใช่เกลือสินเธาว์ และไม่ใช่เกลือชนิดอื่นๆ ที่เราพอจะนึกถึง เป็นสารประกอบทางเคมีที่เราเรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ NaCl ไงล่ะครับ ซึ่งพอมันละลายน้ำแล้ว จะเกิดการแตกตัว เป็นธาตุ 2 ตัว คือ Na+ และ Cl- ทำไมจึงต้องเป็น "เกลือทะเล" เกลือตัวนี้หาได้ง่าย และคงสภาพในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติม additive ต่างๆ ลงไปเหมือนเกลือปรุงอาหารที่เติมไอโอดีน ซึ่งอาจจะทำปฏิกิริยากับยาหรือสารเคมีตัวอื่นที่เราใช้ร่วมกันได้ เกลือทะเล ยังเป็นเกลือที่ละลายน้ำแล้ว ไม่ทำให้พีเอชของน้ำเปลี่ยนไป เกลือเม็ด พยายามเลือกที่สะอาดๆ หน่อย |
ก่อนเราจะเจาะลึกในขั้นต่อไป คงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานอีกนิดคือ เรื่องการออสโมซิส
หมายถึง การเคลื่อนที่ของสารละลาย จากความหนาแน่นต่ำ ไปยังความหนาแน่นสูง โดยผ่านเนื้อเยื่อตัวกลางที่ยอมให้สารละลายดังกล่าวซึมผ่านได้ ซึ่งปกติปลาน้ำจืด
รวมถึงปลาคาร์พด้วย จะมีระดับความเข้มข้นของสารละลายต่างๆ ในตัวปลาอยู่ที่ประมาณ 0.9 % แต่น้ำในบ่อหรือน้ำจืดทั่วไป 0.02 % (ขณะที่น้ำทะเล
จะมีระดับความเข้มข้นของสารละลายประมาณ 3 %) น้ำในบ่อเลี้ยงจะพยายามไหลผ่านเข้าไปสู่ตัวปลา ผ่านทางเหงือกอยู่ตลอดเวลา
จนกว่าระดับความเข้มข้นระหว่างภายในตัวปลาจะเท่ากับระดับความเข้มข้นของสารละลายภายนอกตัวปลา ไตจะทำหน้าที่ขับน้ำส่วนเกินเหล่านี้ออกจากตัว
และเกล็ดก็ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่ตัวปลาด้วยครับ การขับน้ำออกจากตัวปลา และการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้ามามากเกินไป
พวกนี้ทำให้ปลาต้องใช้พลังงานจากการเผาผลาญอาหาร วันหนึ่งๆ ไตจะทำหน้าที่ขับน้ำออกจากตัวปลาประมาณว่า 20% ของน้ำหนักตัว
ขณะที่เราปัสสาวะวันหนึ่งๆ ประมาณ 2 % เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว (เห็นไหมล่ะครับว่า ไตสำคัญแค่ไหน)
|
![]() เกลือที่มีสีแบบนี้ แสดงว่า อาจจะมีแร่ธาตุตัวอื่นเจือปนไม่ควรใช้ |
![]() เกลือปรุงอาหาร มักจะมีไอโอดีนผสมอยู่ ก็ไม่แนะนำให้ใช้ครับ |
![]() เกลือเม็ดหรือเกลือทะเลนี่แหละคือ คำตอบ |
![]() หากใครเคยจ่ายตลาด จะเห็นได้เลยครับว่า ปลาตัวนี้เหงือกซีดจากการที่มีแอมโมเนียสูงเกินไป |
![]() เกลือเม็ดที่ผสมยาสำเร็จขายเป็นถุง จะเชื่อได้อย่างไรว่า ยาไม่โดนแสงไม่ถูกความร้อนจนเสื่อมแล้ว |
![]() Epistylis ปรสิตชนิดหนึ่งที่ทนเกลือไม่ได้ |
![]() สำหรับคนชั่งไม่ค่อยเป็น การใช้เครื่องมือวัดระดับความเค็มอำนวยความสะดวกได้ดี แต่อย่าลืมทำความสะอาดหลังใช้แล้วทุกครั้ง และอย่าลืมเช็ค % ความผิดพลาดของเครื่องมือด้วยครับ |
ข้อดี 9 ประการที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้เกลือเม็ด
หรือเกลือทะเล ก่อนจบฝากไว้สักนิดว่า
|