มารูเต็งโคฮากุตัวนี้ ได้รับรางวัลระดับแชมเปี้ยนโดยรูปร่างและ pattern ได้จังหวะอย่างลงตัว



Kohaku ที่มีขนาดของลายเป็นแบบ Komoyo จะเห็นว่า ขาดความสง่างาม เหมือนคนที่สวมเสื้อ ไม่สวมกางเกง แต่ใส่ถุงเท้า



Komoyo Kohaku อีกตัวหนึ่ง ที่มีหลายตอนแต่ว่าขาดความโดดเด่น มือใหม่มักจะชอบเลือกปลากลุ่มนี้



โคฮากุตัวนี้ มีสีแดงติดที่ปากที่เราเรียกว่า
Kuchibeni ที่มีหลายคนนิยมเพราะ มีลักษณะคล้ายกับทาลิปสติก



มีผู้รู้ เคยกล่าวว่า
Kuchibeni มี 2 แบบครับ แบบแรก Kuchibeni แท้ เวลาปลาหุบปาก จะไม่เห็นสีแดงเลย แต่จะเห็นสีแดงเมื่อปลาเปิดปากเพื่อฮุบน้ำเข้าปาก เพราะสีแดงซ่อนอยู่ในขอบ ปากด้านใน ส่วน Kuchibeni แบบไม่แท้ คือ สีแดงจะอยู่บริเวณขอบปากด้านนอก มองเห็นสีแดงอยู่ตลอดเวลา แบบแรกจะมีความสวยงามมากกว่า



Katamoyo Kohaku แบบ 2 ตอนจะเห็นว่า มีลวดลายแดงอยู่ฝั่งเดียวขาดความสมดุลย์ไม่ควรเลือก



โคฮากุตัวนี้ มีจุดด้อยตรงความบางของลายแดงบนหลัง จนเห็นลายเกร็ด หากเลี้ยงไปนานๆ เมื่อปลาโตขึ้น สีจะบางไม่เข้ม



โคฮากุตัวนี้รูปร่างดีมาก เป็นแบบซันดัง โคฮากุ อาจมีข้อเสียบ้างตรงข้อหางที่ขาดช่องไฟ แต่สีแดงมีคุณภาพสูง



ยนดัง โคฮากุ หรือ โคฮากุ
4 ตอน รูปร่างเยี่ยม มีลวดลายที่หัว จัดว่าเป็นแบบ มารูเต็ง



นิดังโคฮากุ ไม่ต้องบอกเรื่องของคุณภาพว่าเยี่ยมแค่ไหน แต่น่าเสียดายอาจหายากสำหรับในบ้านเราครับ




          มีคำกล่าวคำนึงอยู่ว่า คนที่เลี้ยงปลาคาร์พนั้น "เริ่มที่การเลี้ยงโคฮากุก่อนแล้วสุดท้ายก็ต้องมาจบที่โคฮากุ" โคฮากุนั้น เรียกได้ว่าเป็น "ราชินีแห่งปลาคาร์พ" ปลาคาร์พหลายชนิดสามารถใช้พื้นฐานการเลือกโคฮากุ มาใช้เป็นพื้นฐานในการเลือกร่วมกันได้

          โคฮากุจะมีขนาดของลวดลาย
2 แบบคือ komoyo และ omoyo ลายที่เรียกว่า โคโมโยะ นั้นหมายถึง ลวดลายสีแดงที่หลังนั้นมีขนาดเล็กไม่แผ่เต็มแผ่นหลัง หรือหมายความว่า สัดส่วนสีแดงเมื่อเทียบกับสีขาวนั้น มีสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก ซึ่งลวดลายเล็กๆ ดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ถูกตาต้องใจของนักเลี้ยงใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนัก ซึ่งลวดลายแบบที่เรียกว่าโคโมโยะนี้ เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยดีในโคฮากุครับ ต่อมาขนาดลวดลายแบบที่เรียกว่า โอโมโยะ หมายถึงว่าสัดส่วนสีแดงที่หลังเมื่อเทียบกับสีขาวนั้น มีสัดส่วนที่มากและใหญ่พอดีๆ กับพื้นที่หลัง ลวดลายที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวนี้ ส่วนมากจะถูกเลือกโดยนักเลี้ยงที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญมากแล้ว เหตุผลเพราะว่า เมื่อปลามีขนาดใหญ่ ลวดลายสีแดงที่ใหญ่จะทำให้ปลามีความสมดุลย์ของสัดส่วนในเรื่องสีที่สวยงามมากกว่าลวดลายขนาดเล็กๆ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อเวลาที่เราไปเลือก

          สำหรับปลาขนาดเล็ก เราต้องเน้นเลือกปลาเฉพาะตัวที่มีขนาดของลวดลายสีแดงที่หลังที่ใหญ่ และมีพื้นที่ของสีแดงมากกว่าสีขาวเป็นอันดับแรกๆ เนื่องจากเมื่อปลาโตขึ้นปลาตัวนั้นจะได้ไม่เสียสมดุลย์ในเรื่องของสี เพราะสีแดง ยังคงดูเต็มพื้นที่หลังอยู่ เพราะสีขาวที่หลังนั้นมีประโยชน์สำคัญหลักก็เพื่อเพียงแค่คั่นหรือตัดแบ่งลวดลายให้สีแดงเด่นชัดเป็นกลุ่มก้อนเท่านั้น

          ลวดลายของโคฮากุนั้นจะแบ่งใหญ่ๆ ได้
2 ลักษณะคือลวดลายแบบ moyo และ danmoyo ลายแบบโมโยะนั้นหมายถึง ลายแบบไม่มีขั้นตอนเช่น "อิโป้งฮิ โคฮากุ" หมายถึง โคฮากุที่มีลายสีแดงตอนเดียวตั้งแต่หัวจรดหาง ส่วน ดังโมโยะ นั้นก็หมายถึงลวดลายแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งลายแบบดังโมโยะนี้ปัจจุบันได้รับความนิยมและแลดูมีความสวยงามมากกว่าแบบไม่มีขั้นตอน ตัวอย่างสำหรับ ดังโมโยะ ก็เช่นปลา นิดัง, ซันดัง, ยนดัง, โงวดัง ซึ่งก็หมายถึงปลาลาย 2 ตอน, 3ตอน, 4 ตอน, 5 ตอน ตามลำดับ

          ต่อมาเรามาดูว่าลวดลายสีแดงของโคฮากุต้องเป็นลายอย่างไรถึงจะเรียกได้ว่าเป็นโคฮากุที่สวย ก่อนอื่นเรามาเริ่มที่หัวก่อน ที่หัวปลานั้นจำเป็นจะต้องมีสีแดงถ้าไม่มีสีแดงปลา ตัวนั้นจะเป็นปลาที่ถูกคัดทิ้งเป็นอันดับแรกๆ ปลาที่ไม่มีสีแดงที่หัวนั้นเรียกว่า "โบสึ โคฮากุ" ที่หัวปลานั้นลายแดงต้องไม่ลงไปที่แก้มปลา ในขณะเดียวกันต้องไม่ลามไปชนริมฝีปาก ถ้าปลาตัวใดมีแดงที่คลุมไปทั้งหน้าคือ ตั้งแต่หัวลงไปที่แก้มลามมาที่ปาก ลายอย่างนี้ เรียกว่า "เมงคะบุริ โคฮากุ" หรือคล้ายปลาใส่หน้ากาก ส่วนปลาตัวใดที่มีลายแดงที่หัวลามมาที่ปาก แต่ไม่เลยลงมาที่แก้มจะเรียกว่า "ฮานะซึกิ" หรือ "ฮานะจึกิ" ซึ่งลวดลายทั้ง เมงคะบูริ และ ฮานะจึกิ นั้นเป็นลวดลายที่ไม่ได้ รับการยอมรับในเรื่องความสวยงามครับ

          ลายที่หัวที่เหมาะสม และได้รับการยอมรับนั้นต้องเป็นลายที่มีลักษณะเป็นตัว
U ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้ ที่บริเวณหน้าผากที่เรียกว่า "คัทสึเบระ" แต่ต้องไม่เลยลูกตาลงมาที่แก้มและต้องไม่ลามมาชนปากครับ หรือถ้าจะมีเส้นหรือจุดแดงที่ริมฝีปากก็ไม่เป็นการผิดอะไร อย่างที่เรียกว่า "คุจิเบนิ โคฮากุ" แต่รอยปากแดงดังกล่าวต้องมีขนาดที่เหมาะสม กับลายที่หัวด้วยจึงจะสวยงาม ต่อมาก็คือช่วงรอยต่อที่หัวกับช่วงไหล่นั้น ถ้าช่วงดังกล่าวมีสีแดงที่ติดต่อกันก็ควรจะเป็น ลายแดงที่มีลักษณะคอดเล็กลงก่อนแล้วค่อยไปขยายใหญ่ที่ช่วงไหล่ โดยมีเหตุผลว่าเพื่อให้ลวดลายดังกล่าวไม่ดูทื่อจนเกินไป แต่เรื่องนี้ไม่ได้เน้นมากนักเพียงเพื่อเอาไว้ประกอบการตัดสินใจครับ

          ต่อมาที่ลายบริเวณลำตัวทั้งสองฝั่งนั้นควรมีความสมดุลย์กันกล่าวคือ แดงทั้งสองฝั่งนั้นต้องมีสัดส่วน
50/50 หรือ ใกล้เคียง โคฮากุที่มีแดงหนักไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งนั้นจะดูไม่สวยงาม โดยเฉพาะเมื่อเวลาปลาว่ายหันข้างที่ไม่มีแดงมาหาเรา ปลาที่มีแดงฝั่งเดียวนั้นเรียกว่า "คะตะโมโยะ"

          ในสมัยก่อนนั้นยังมีกฏเกณฑ์อีกข้อหนึ่ง คือ แดงนั้นจะต้องไม่ลามลงท้องหรือเลยเส้นประสาทข้างตัวลงมาที่ท้อง แต่ปัจจุบันนี้กฏเกณฑ์ดังกล่าวนี้ได้ค่อยๆ เสื่อมความสำคัญลงไปเรื่อย จนในปัจจุบันนี้เราจะสามารถพบปลาโคฮากุ ระดับ
grand champion ของโลกซึ่งมีลายแดงลามลงเกินเส้นประสาทข้างตัวได้ ความสำคัญจริงๆ แล้วอยู่ที่ ความสมดุลย์เป็นหลักมากกว่า

          ส่วนความเห็นส่วนตัวผมเองนั้น ก็เห็นว่าปลาที่มีแดงพาดลงมาแค่เส้นข้างตัวพอดีนั้น จะขาดความสวยงามมากขึ้น เมื่อปลาตัวใหญ่ และอ้วนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาปลาหันข้างให้เราที่ท้องจะดูโล่งเกินไป ผมจึงชอบที่จะให้ ลายแดงพาดลงมาเลยเส้นข้างตัวมาสักหน่อย เหลือพื้นที่โชว์ท้องขาวด้านใต้เอาไว้นิหน่อย เพื่อเน้นให้เห็นขอบเขตของพื้นแดงที่ท้องชัดเจนเพื่อความสวยงาม ลายแดงที่พาดลงท้องเฉพาะลายที่เป็นปื้นใหญ่ๆ นั้นเรียกว่า "มากิ กะ โอกิอิ" ส่วนลายแดงที่พาดลึกลงท้องไปเลยโดยไม่หยุดโชว์ท้องขาวนั้นเรียกว่า "มากิ กะ ฟูคะอิ" หรือถ้าปลาตัวใดที่ท้องมีจุดแดงเป็นสะเก็ดๆ เต็มท้องจะเรียกว่า "นิบัง"

          ตอนสุดท้ายก่อนถึงครีบหางนั้น ต้องมีการหยุดแดงก่อน เพื่อโชว์พื้นขาวเว้นวรรค กับรอยต่อครีบหางเอาไว้นิดหน่อย เหตุผลก็เพื่อที่จะได้เห็นขอบข่ายแบ่งขั้นตอนเว้นวรรคชัดเจนเช่นเดิม สมมุติในปลาขนาดใหญ่ซัก
50 เซนติเมตร ก็ควรมีช่องเว้นวรรคดังกล่าวประมาณ 2 เซนติเมตร ก่อนถึงครีบหางโดยประมาณ ส่วนในปลาขนาดเล็กก็ต้อง กะย่อส่วนลงไปตามสเกล ช่วงเว้นวรรคดังกล่าวเรียกว่า "โอโดเม่ะ" ส่วนถ้าปลาตัวใดมีสีแดงลามไปที่ครีบหาง โดยที่ไม่มีการเว้นวรรคขาวจะเรียกว่า "สึบงฮากิ" ที่แปลว่า ใส่กางเกงขายาว หรือถ้าปลาตัวใดมีช่วงเว้นวรรคขาว ก่อนถึงครีบหางมากเกินไปก็จะเรียกว่า "บงกิริ" หรือใส่กางเกงขาสั้น ซึ่งทั้ง สึบงฮากิ และ บงกิริ นั้น เป็นลักษณะที่ไม่ดีของโคฮากุไม่ควรเลือก

          ต่อมาที่เรื่องครีบของโคฮากุ ครีบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ ครีบอก ครีบท้อง ครีบกระโดงหลัง ครีบหาง ครีบทวาร ทั้งหมดไม่ควรมีสีแดงใดๆ ขึ้นอยู่เลยโดยเฉพาะที่ครีบอก ครีบกระโดงและครีบหาง

          ส่วนที่ตาของปลาไม่ควรติดสีแดงอยู่เลย สีแดงทั้งตัวของโคฮากุในปัจจุบัน ควรจะมีสีที่ออกโทนสว่างตา ไม่แดงเข้มคล้ำ ในปลาเล็กนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นปลาที่มีสีแดงดั่งเลือกนก แต่ขอให้มี
kiwa sashi ที่คม เข้าเกณฑ์ มีสีที่หนาแน่นไม่โชว์เกล็ดเป็นตารางๆ ที่เรียกว่า "โคเคสึกิ" มีสีแดงที่ออกโทนสว่างตา ถึงแม้ว่าจะไม่แดงเข้มแป๊ดนักก็ไม่เป็นไร ถ้าปลามีเชื้อสายที่ดีได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ก็สามารถมีแดงที่พัฒนาเข้มขึ้นเรื่อยๆ ได้

          ปัญหาที่พบบ่อยในการเลี้ยงโคฮากุนั้นคือเรื่อง จุดสีดำคล้ายขี้แมลงวัน ข้อสันนิษฐานเกิดเนื่องจากน้ำไม่มีคุณภาพที่ดีพอ และมักจะเกิดกับโคฮากุที่มีสีแดงที่เข้มคล้ำเป็นส่วนมาก และจุดดำดังกล่าวเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถที่หายไปได้ ถ้าถูกเลี้ยงอยู่ในสภาพน้ำที่ดีขึ้นมากๆ

          เทคนิคการเลือกที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถนำไปใช้ในการเลือก ด๊อยซ์โคฮากุ ได้แต่มีข้อเพิ่มเติมที่ว่า ดอยซ์โคฮากุนั้นส่วนใหญ่จะสวยในช่วง
2 ปีแรกหรือประมาณไม่เกิน 50 เซนติเมตรหลังจากที่ได้เลี้ยงไปสักพัก สีจะจางลง ไม่เข้มดั่งเช่นปลาเล็ก ปัญหานี้แม้กระทั่งในญี่ปุ่นก็ประสบเช่นกัน โดยจะสังเกตุได้จากงานประกวดปลาทั่วไปว่า ดอยซ์โคฮากุที่ได้รับรางวัลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปลาเล็ก แต่เมื่อมองไปในปลาขนาดใหญ่แล้ว แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยที่จะได้รับรางวัล

Joe เขียน / Pat เสริมบทและรูปภาพ , Koilover Group 26/04/2001




นิดังโคฮากุ แบบ 2 ตอน ที่มีขนาดของลวดลายพื้นแดง เป็นสัดส่วนใหญ่ แบบ Omoyo เมื่อเทียบกับพื้นขาว จะเห็นว่ามีความสวยและโดดเด่นมาก


อินาซึมะ โคฮากุ แบบตอนเดียว ซึ่งมีลวดลายคล้ายลายสายฟ้าฟาด มีความสวยงามและมีจังหวะ


ซันดังโคฮากุ เป็นปลาแบบ 3 ตอน โดยมีลวดลายที่หน้าเป็นแบบเมงคาบุริ มีลายแดงลงมาที่แก้ม และลามมาที่ปากคล้ายคนสวมหน้ากาก
 


ซันดังโคฮากุตัวนี้ มีข้อเสียก็ตรงที่ บริเวณอก มีพื้นขาวมากเกินไป อีกทั้งปลายหางเป็นลักษณะ สึบงฮากิ ขาดช่องไฟ หรือพื้นขาวก่อนถึงข้อหาง


ซันดังโคฮากุตัวนี้ มีข้อด้อย 3 จุดใหญ่ คือ บริเวณครีบอกมีสีแดง สองพื้นแดงบริเวณอก มีขอบไม่ชัดเจนและปลายหางเป็นลักษณะสึบงฮากิ ขาดช่องไฟ หรือเว้นวรรคก่อนถึงข้อหาง


ซันดังโคฮากุ ตัวนี้ มีจุดด้อยหลายจุด เช่นขาดลักษณะพื้นแดงบริเวณหัวแบบ U shape และสัดส่วนของพื้นแดง เป็นแบบ Komoyo
 


โคฮากุ ที่มีลายแดงลามมาที่ปากเรียกว่า ฮานะซึกิ เป็นลายที่ไม่ค่อยจะได้รับความนิยม และตัวนี้ยังมีปลายหางแบบ บงกิริ ที่มีช่องเว้นสีขาวมากเกินไป


ฮานะซึกิ อีกตัวหนึ่ง แต่ตัวนี้มีคุณภาพที่ต่ำกว่าตัวทางซ้ายมือ เพราะลายแดงลามที่แก้มบางส่วนด้วย


นิดัง โคฮากุตัวนี้แม้ว่าลวดลายแดงบนหลังจะใช้ได้ แต่บริเวณหัวขาดลายแดง เหมือนคนหัวล้านครับ เกือบเป็นโบสึโคฮากุแล้ว
 


ข้อห้ามอีกประการหนึ่ง คือ ครีบอกต้องไม่มีสีแดงครับ หากครีบอก หรือครีบหาง ครีบทวาร มีสีแดง เซียนปลาจะไม่เลือกซื้อเด็ดขาด



โคฮากุตัวนี้ มีลักษณะลวดลายก้ำกึ่ง ระหว่างอิโปงิ และอินาซึมะ อีกทั้งพื้นขาวก็ขาดคุณภาพ มีลักษณะออกสีเหลืองกึ่งน้ำตาลที่เรียกว่า Yellowish


ปลาตัวเล็ก แม้ว่าช่องว่างสีขาวอาจจะดูค่อนข้างแคบมาก แต่เมื่อปลาโตขึ้นลำตัวจะขยายออก ช่องไฟดังกล่าวจะกว้างขึ้นแลดูสวยงาม
 


นิดังโคฮากุตัวนี้ มีรางวัลประดับอยู่ระดับประเทศครับ แม้ว่าจะมี 2ตอน แต่ลวดลายและโครงสร้างไม่ธรรมดา


โคฮากุ size 7 เป็นปลาที่ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในการประกวดปลาแฟนซีคาร์พที่จัดครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ปี 1984


โคฮากุ size 6 ได้รับรางวัล อันดับ 1 ในการประกวดปลาแฟนซีคาร์พที่จัดครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ปี 1984 เจ้าของคือคุณ สิริ จันทรัตน์
 


โคฮากุ size 5, size 4 และ กินรินโคฮากุ size 2 ตามลำดับ ปลาทั้งสามตัวนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในแต่ละรุ่น ในการประกวด Nishikigoi Show ครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร ปี 1984 จะเห็นพัฒนาการของการพัฒนาสายพันธุ์ โดยนักเพาะพันธุ์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันปลาโคฮากุลักษณะบางตัว เราสามารถหาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และบางลวดลาย เรามักจะพบเห็นอยู่เสมอๆ ในการเลือกซื้อปลานำเข้าจากฟาร์มต่างๆ ในบ้านเรา
 

ซันดังโคฮากุ ตัวนี้ก็จัดว่า เป็นปลาคุณภาพอีกหนึ่ง เพราะมีสีแดงที่เข้ม เหมือนเลือด สีขาวที่ขาวดั่งหิมะ รูปร่างดีคล้ายกระสวยทอผ้า ลายที่หัว  จัดว่าเป็นแบบ U shape ครับ ไม่เกินตาและไม่เกินรูจมูก