ยามาบูกิโอกอนตัวนี้อาจจัดได้ว่าเป็น Ideal koi เนื่องจากมีความเข้มของสีเหมือนดั่งทอง และมีความเข้มของสีทั่วตัวเท่ากัน สำหรับสีเหลืองที่ครีบอก มีโทนสีที่ใกล้เคียงกับบริเวณลำตัวมาก ตลอดจนมีความเงาแวววาวของเกล็ดตั้งแต่หัวจรดหาง



โอกอนรุ่นเก่าที่มีสีลักษณะแบบเหลืองด้านเข้มไม่สามารถเลี้ยงในที่ๆ มีน้ำอุ่นได้ เนื่องจากจะมีสะเก็ดดำคล้ายขี้แมลงวันเกิดขึ้นที่ผิวปลา ทำให้ปลาขาดความสวยงามไป พร้อมทั้งจะมีสีออกคล้ำขึ้นเมื่อน้ำอุ่นขึ้นด้วย



โอกอนตัวนี้หากเปรียบเทียบกับตัวบนจะเห็นว่า คุณภาพแตกต่างกันทั้งในด้านของสีสัน โดยตัวล่างนี้มีสีที่หัว/หน้าผากไม่เท่ากับสีบริเวณลำตัวและสี ที่ครีบอกที่ออกขาว ถือเป็นจุดด้อยที่เห็นได้ชัด และความเงามันของเกล็ดก็ยังไม่สม่ำเสมอทั่วทั้งตัว ถ้าเปรียบเทียบระหว่างตัวบนรูปแรกและตัวนี้ จะเห็นว่า ภาพรวมด้านรูปร่างตัวบนสวยกว่ามาก เพราะเป็นลักษณะกระสวยทอผ้าอย่างชัดเจน แต่ตัวล่างนี้ มีลักษณะท้องย้อยให้เห็นด้วย


          Ogon แท้จริงแล้วมีสองชนิดคือ โอกอนและยามาบูกิโอกอน โอกอนนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1946 โดย Mr.Sawata Aoki โอกอนดังกล่าวนี้ เป็นโอกอนที่สีออกโทนทองเข้ม และไม่สามารถเลี้ยงในที่ๆ มีน้ำอุ่นได้ เนื่องจากจะมีสะเก็ดดำคล้ายขี้แมลงวันเกิดขึ้นที่ผิวปลาทำให้ปลาขาดความสวยงามไป พร้อมทั้งจะมีสีออกคล้ำขึ้นเมื่อน้ำอุ่นขึ้นด้วย ต่อมาได้มีการพัฒนาโดยนำโอกอนไปผสมพันธุ์กับคิกอย (Kigoi) ออกมาได้เป็นยามาบูกิโอกอนเมื่อปี 1957 หรืออีก 11 ปีต่อมา ยามาบูกิโอกอนจะมีสีออกโทนเหลืองมากกว่าโอกอน และจะไม่มีปัญหาเรื่องเม็ดขี้แมลงวันและเรื่องสีคล้ำขึ้นเมื่อเลี้ยงในน้ำที่อุณหภูมิสูง เราที่คนไทยส่วนใหญ่มีกันจะเป็น Yamabuki ogon เป็นโอกอนที่มีสีเหลืองเงาและ Platinum ogon ซึ่งมีสีขาวเป็นเงาวาว ส่วนในประเทศญี่ปุ่นเริ่มที่จะไม่ผลิต Ogon ที่เป็นแบบดั้งเดิมออกมา แต่จะผลิตแต่ Ogon ที่เป็นแบบเงาวาวและมีเกล็ดกินรินด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับในไทยนั้น เรายังคงสามารถเห็น Ogon แบบเก่าๆ ได้อยู่ ในการเลือกซื้อ Ogon นั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดของโอกอน โดยจะไม่กล่าวถึงเรื่องของรูปร่าง เนื่องจาก เรื่องของรูปร่างเป็นพื้นฐานเดียวกันกับปลาทุกประเภทและได้กล่าวไปแล้ว ในเรื่องพื้นฐานเบื้องต้น ส่วนสำคัญที่สุดที่ว่าคือ หัวปลาเน้นมากๆ ในเรื่องความเนียน,สะอาด,เคลียร์,เนียน นั้นหมายถึง จะต้องไม่มีจุดตะปุ่มตะป่ำที่หัวปลา เพราะปลาประเภท Hikarimono ทุกประเภท จะมีปัญหาที่หัวคล้ายกับสีปูดออกมาลักษณะเหมือนกับเวลาที่เราพ่นสีแล้วเราไม่ได้ทำความสะอาดพื้นผิวที่เราจะพ่นก่อน หรือเหมือนกับมีฟองอากาศเวลาพ่นสีกับอะไรก็ตาม หรือลักษณะสีตัวถังรถที่โดนสนิมกินจากภายในอะไรทำนองนี้ อันนี้ก็พยายามยกตัวอย่าง ให้พอจะนึกภาพออกได้ง่าย และจะต้องไม่มีสีอื่นแปลกปลอมเข้ามาด้วยเช่นสีแดง หรือจุดดำ และเรื่องต่อมาก็เรื่องของความมีมันวาวของเกล็ดทั่วทั้งตัวโดย เมื่อเวลาเรามองดูปลานั้น จะเหมือนกับทั่วทั้งตัวของปลา นั้นมีความเงาที่สม่ำเสมอเรียบทั้งตัว ยกตัวอย่างก็คล้ายกับรถที่มีที่เงาทั่วทั้งคัน ไม่ใช่เงาแค่ฝากระโปรง หรือหลังคานั่นเอง ต่อมาก็เรื่องของความเข้มของสีปลาจะต้องเหลืองเข้มข้นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และโอกอนที่ดีนั้น ครีบอกของปลานั้นจะต้องมีสีเหมือนกับตัวปลา คือต้องเหลืองเหมือนตัวปลาในความเข้มของสีที่เท่ากัน เทคนิคในการเลือกนั้นวิธีที่ดีที่สุดของการเลือกปลาประเภทสีเดียวเช่นนี้คือ การช้อนปลาทุกตัวในฟาร์ม หรือร้านที่เราไปซื้อมารวมกันไว้ในภาชนะเดียวกันให้หมด แล้วคัดเอาตัวที่สมบูรณ์ที่สุดเอาไว้เพียงเท่าจำนวนตัวที่เราต้องการ แต่ถ้าไม่สมบูรณ์ซักตัวเลย ก็ต้องคิดเอาเองแล้วครับ หรืออาจจะเลือกซื้อปลาในขนาดที่ใหญ่ขึ้น เช่น 30 หรือ 40 เซนติเมตรขึ้นไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง เพราะได้ผ่านการพิสูจน์มาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ส่วนลักษณะทั่วไปของปลาประเภทนี้นั้นคือ เป็นปลาที่นิสัยเชื่องได้ง่าย และส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่กินเก่งและโตเร็วมาก ปัญหาก็คือเมื่อโตเร็วมากก็มีโอกาสที่สีอาจจะบางลงและแตกกระจายได้ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากของปลามักแตกกระจายเป็นสีขาว แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของสายพันธุ์ประกอบกันด้วย และปัญหาที่มักจะพบได้บ่อยที่สุดในปลาประเภทนี้คือ การก่อ เกิดขึ้น ของจุดสีแดงหรือสีส้มอันไม่พึงประสงค์ เนื่องจากอาหารเร่งสีที่เร่งมากเกินไปคือ อาจมีเปอร์เซ็นต์สไปรูไลนา หรือสารเร่งสีตัวอื่นๆ สูงเกินไป หรืออาจเป็นเพราะสายเลือดที่ไม่ดีหรือนิ่งพอ และถ้าตัวไหนไม่มีจุดแดง ส้ม หรือขี้แมลงวันเกิดขึ้นเลย ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเร่งสีได้อย่างสบายใจ เพราะอาหารเร่งสีที่ผสมสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เราใช้กันนั้น ถนัดที่สุดก็ในการทำให้ปลาเหลือง ถนัดซะยิ่งกว่าการทำให้ปลาแดงซะอีกครับ
 


Joe Koilover Group 26/07/2001





รูปขวา ข้อพึงระวังในการเลี้ยงโอกอนนั้นก็คือ เมื่อปลาโตขึ้นสีสันที่เคยเรียบเนียนในอดีตอาจจะเปลี่ยนแปลงไป จุดที่เห็นได้ชัดเจนคือบริเวณหน้าผาก ที่จะปรากฎลักษณะความกระดำกระด่างของสีเข้มบ้างอ่อนบ้าง และที่ซ้ำร้ายอาจปรากฎจุดขี้แมลงวันที่เป็นสีแดง หรือสีส้มให้เห็น ซึ่งอาจจะจางลงหรือหายไปได้ หากมีการให้อาหารที่ไม่มีส่วนผสมของสารอาหารเร่งสีแต่โอกาสดีเช่นนี้หาไม่ได้ง่ายนัก เพราะเมื่อเกิดจุดสีขึ้นมาแล้ว การควบคุมอาหารมักจะช่วยได้เพียงแค่ทำให้จุดสีเหล่านี้จางลง นอกจากนี้สายพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน บางครั้งพบว่า แม้จะมีการควบคุมเรื่องอาหารแล้ว จุดขี้แมลงวันก็ยังมีโอกาสขึ้นมาได้อีก
 


โอกอนมักจะถูกกล่าวถึงว่าเป็นปลานำ คือ เป็นปลาที่มักจะเชื่องกว่าปลาคาร์พสายพันธุ์อื่นๆ มักจะว่ายขึ้นมากินอาหารก่อนตัวอื่นๆ ทำให้ปลาตัวอื่นกล้าและตามที่จะขึ้นมากินอาหารจากผู้เลี้ยง โอกอนแม้ว่าจะไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Big Tree แต่ผู้เลี้ยงเกือบทุกรายต่างก็มีโอกอนไว้ครอบครอง


ยามาบูกิโอกอนที่มีขนาดใหญ่มีโอกาสที่จะมีจุดขี้แมลงวันสีแดงหรือสีส้มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะมีสายเลือดที่ไม่ดีนัก หรือได้รับอาหารเร่งสีในปริมาณที่มากเกินไป โอกาสที่จุดขี้แมลงวันจะหายไปค่อนข้างเป็นไปได้ยาก จึงควรเลือกปลาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และระวังในการให้อาหารเร่งสี
 
 
โอกอนทั้งสามตัวจะเห็นว่ามีความเข้มของสีเหลืองแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 60 -70 เซนติเมตร แต่ตัวที่จัดว่าสวยงามที่สุดในด้านของสีสันก็คือ โอกอนตัวที่อยู่ตรงกลาง เพราะมีความเข้มของสีเหลืองดั่งทองตามคำนิยาม