ไทโชซันเก้ตัวนี้ถือเป็นปลาคุณภาพระดับแชมเปี้ยน ซึ่งถูกเพาะพันธุ์โดย matsunosuke farm จะมีเกล็ด fukurin เกิดขึ้นเมื่อปลาโตขึ้น คุณภาพแดงคงไม่ต้องกล่าวถึงว่าดีแค่ไหน ส่วนดำก็เป็นแบบ tsubo sumi ความขาวก็ขาวดั่งหิมะจริงๆ และสุดท้ายรูปร่างจัดว่ายอดเยี่ยมแบบอุดมคติ



ไทโชซันเก้ลวดลายแบบนี้หลายคนชอบ จากการสังเกตปลาซันเก้ที่ผ่านมา แต่ลวดลายแบบนี้ขาดความมีเสน่ห์ เพราะเรียบง่ายเกินไป sumi ส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฎชัดเจน เป็น Ato sumi ต้องรอเวลาเมื่อปลาโตขึ้น จะค่อยๆ ชัดขึ้น



ไทโชซันเก้ตัวนี้ คุณภาพพื้นแดงไม่ดีนัก ขาดความเข้มและหนา อีกทั้งแพทเทิ่นแดงที่กระจายกระจาย มีสัดส่วนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นขาว ทำให้ขาดความโดดเด่น ส่วนพื้นดำจัดว่าเป็น Tsubo sumi และ Ato sumi



ไทโชซันเก้ตัวนี้มีลักษณะด้อยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแพทเทิ่นแดงที่ขาดหาย โดยเฉพาะช่วงหาง สีดำที่ปรากฎจัดอยู่ในแบบ Kasane sumi และ Tsubo sumi แต่ด้วยลักษณะพื้นดำที่เกิดมีขนาดเล็กๆ และกระจัดกระจายเป็นจุดๆ ทำให้แลดูขาดความสวยงาม คล้ายขี้แมลงวัน ซึ่งไม่เป็นที่นิยม



ไทโชซันเก้กินริน ขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร ตัวนี้แม้ว่า พื้นแดงบนหัวจะไม่ตรงกับลักษณะตามข้อกำหนดแบบโคฮากุ แต่ทว่ามีลวดลายแบบเอกลักษณ์ ส่วนสีดำบนศีรษะแบบ Kasane sumi แม้ว่าจะเป็น sumi แบบไม่ดีนัก แต่ก็ขึ้นอยู่บริเวณไหล่ ส่วน sumi จุดอื่นๆ ถือว่าเป็น Tsubo sumi ขึ้นบนพื้นขาวทำให้เกิดความโดดเด่นมีน้ำหนักไปด้านซ้ายถ่วงดุลกับ Kasane sumi ด้านหน้า



ไทโชซันเก้ตัวนี้ มีจุดดำแบบ Kasane sumi ขึ้นบนพื้นสีแดง ซึ่งถือว่าไม่ค่อยดีนัก เพราะขาดความโดดเด่น ขาด contrast น้ำหนักดำกลับไปถ่วงอยู่ช่วงหลังด้านหางมากเกินไป



ซันเก้ตัวนี้มีจุดเด่นตรงด้านรูปร่างในเกณฑ์มาตรฐาน คล้ายกระสวยทอผ้าแบบญี่ปุ่น (ไม่ใช่รักบี้) พื้นแดงและพื้นดำ มีจังหวะสอดคล้องกัน หากตรงข้อห่างมีแพทเทิ่นแดงเกิดขึ้น เสริมตรงข้อหางขึ้นมา จะถือว่ายอดเยี่ยมเลยครับ



ซันเก้ตัวนี้มีจุดเด่นตรงด้านรูปร่างในเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีแพทเทิ่นแดงทิ้งน้ำหนักไปด้านซ้ายมากเกินไป แต่ถูกถ่วงดุลย์ด้วยแพทเทิ่นดำด้านขวา อย่างไรก็ตามน้ำหนักโดยรวมยังถ่วงดุลย์ด้านซ้ายอยู่ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อติ



ซันเก้ตัวนี้ยอดเยี่ยมในระดับแชมเปี้ยน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง  กระโหลกใหญ่ไหล่กว้างข้อหางหนา พื้นดำแบบ  Tsubo sumi  ในแบบ power sumi  ยังซ่อน Ato sumi  ไว้บางจุด  ซึ่งรอการ เผยโฉมต่อไป

          ก่อนอื่นต้องขออนุญาตย้ำเตือนและบอกกล่าวกับท่านผู้อ่านก่อนครับว่า พื้นฐานการเลือกปลา ไทโชซันโชกุนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านได้โปรดอ่านหรือทำความเข้าใจกับหัวข้อ พื้นฐานการดูปลาทั่วไปเสียก่อน เพื่อเข้าใจหลักการและพื้นฐานการดูปลาที่ถูกต้องเสียก่อน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับท่านผู้อ่านเอง ส่วนสิ่งที่จะบอกต่อไปก็คือ พื้นฐานการดูปลาไทโชซันโชกุนี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้อ่านเรื่องเทคนิคการดูปลาโคฮากุก่อนเช่นกัน เพราะลวดลายสีแดงที่ได้มาตรฐานของโคฮากุนั้น ก็เป็นลวดลายสีแดงที่ได้มาตรฐานเดียวกันกับไทโชซันโชกุนั่นเองครับ ปลาไทโชซันโชกุหรือซันเก้นั้น ในที่นี้จะขอเรียกว่า " ซังเขะ " เพื่อการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง มีต้นกำเนิดเริ่มต้นมาจากการนำเอา โคฮากุมาผสมกับชิโร่ะ-เบคโกะ และเป็นปลาที่เกิดในสมัย ไทโช และเป็นปลา 3 สีหรือ ซันโชกุ จึงมีชื่อเรียกว่า ไทโชซันโชกุ ต่อมาเรามาดูถึงลวดลายที่ถูกต้องได้มาตรฐานของซังเขะว่าเป็นอย่างไร อย่างที่ได้เกริ่นนำมาแต่ข้างต้นแล้วว่า ลวดลายสีแดงของซังเขะนั้น มีมาตรฐานเดียวกันกับ โคฮากุแทบทุกประการ แตกต่างกับเพียงอย่างเดียวคือ ส่วนสีแดงต่อพื้นที่บนหลังปลาของซังเขะนั้น ควรจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าโคฮากุ อันเนื่องมาจากเหตุผลที่ว่าปลาไทโชซันโชกุนั้นเป็นปลาที่มี 3 สีคือ ขาว แดง ดำ มีสีดำเพิ่มขึ้นมาอีกสีหนึ่งนี่คือ ส่วนที่ต่างจากโคฮากุ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องลดสัดส่วนสีแดงลงมา เพื่อรองรับสีดำที่เพิ่มขึ้นนั่นเองครับ

ลายแดงบนตัวปลาที่ได้มาตรฐานโดยคร่าวๆ มีดังนี้ครับ ลายแดงที่หัวปลาจะต้องไม่มีแดงลามมาชนปาก แดงจะต้องไม่เลอะตาและไม่ลงแก้ม จะต้องไม่มีแดงขึ้นบนครีบทั้งหมดบนตัวปลา โดยเฉพาะครีบอกและครีบหาง ถ้าสามารถที่จะไม่มีแดงขึ้นเลยทุกครีบจะเป็นการดีที่สุดครับ แดงที่หลังจะต้องมีความสมดุลย์กันทั้งสองฝั่ง ไม่เทน้ำหนักแดงไปข้างใดข้างหนึ่ง แดงที่โคนหางจะต้องหยุดโชว์ขาวก่อนถึงครีบหางเล็กน้อย เพื่อการแบ่งสัดส่วนปลาที่ชัดเจน เอาล่ะครับทีนี้ก็ได้คร่าวๆแล้วนะครับ ส่วนถ้าจะเอาแบบลึกๆก็อ่านในเรื่อง เทคนิคการเลือกโคฮากุ ได้เลยครับ

ส่วนต่อมาก็มาถึงเรื่องดำครับ ขนาดของจุดสีดำที่ดีนั้นมีอยู่ 2 แบบคือ
kozumi หมายถึงจุดดำที่มีขนาดเล็กๆ ซึ่งจุดดำขนาดเล็กนี้เป็นที่นิยมอย่างมากเมื่อช่วงสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ ส่วนขนาดจุดดำอีกแบบคือ ozumi หมายถึง จุดดำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันจุดดำแบบนี้มักเป็นที่นิยมมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามจุดดำแบบ kozumi หรือจุดดำขนาดเล็กนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นจุดดำที่ไม่ดีแต่อย่างไร เพียงขอให้มีความคมชัดเข้มข้น เงางามเหมือนหมึกดำจีนเป็นใช้ได้ครับ โดยจุดดำเล็กๆนั้นจะทำให้ปลาดูมีความอ่อนโยนสุภาพ ส่วนจุดดำขนาดใหญ่นั้น จะทำให้ปลาดูหนักแน่นและดุดันมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเป็นจุดดำขนาดเล็กหรือจุดดำขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลอีกประการหนึ่งเช่นกันครับ ต่อมามาพูดถึงเรื่องของจำนวนของจุดดำที่เหมาะสมครับ จำนวนของจุดดำนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรจะมีมากจนเกินไป จุดดำนั้นควรมีช่องไฟระหว่างจุดที่พอเหมาะไม่ควรคาบเกี่ยวกันหลายๆ จุด และทั้งสองฝั่งทั้งด้านซ้าย และขวาของหลังปลานั้น ควรมีน้ำหนักของจุดดำทั้งสองฝั่งที่สมดุลย์กันไม่เทไปด้านใดด้านหนึ่งจนเกินไป ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นต่อน้ำหนักของสีแดงและสีขาวบนหลังปลาด้วยประกอบกันไป ปลาระดับแชมป์บางตัวมีจุดดำเพียง 5-6 จุดก็สามารถเป็นปลาระดับสุดยอดได้ ขอเพียงจุดดำดังกล่าวมีความสมดุลย์และมีคุณภาพเป็นใช้ได้ครับ ตำแหน่งที่มีจุดดำโผล่ขึ้นมานั้นมีอยู่ 3 ประเภทคือ Kasane sumi (คาซาเน๊ะ ซูมิ) หมายถึง จุดดำที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นสีแดง ซึ่งจุดดำดังกล่าวเป็นจุดดำที่ไม่ค่อยจะดีนัก เนื่องจากว่าการที่ดำทับอยู่บนแดงนั้น ความคมชัดโดดเด่นของสีดำจะหายไป และยังจะดูหลอกตาทำให้สีแดงบริเวณนั้นดูมืดทึบขึ้นอีกด้วย ส่วนตำแหน่งดำอีกประเภทหนึ่งก็คือ Tsubo sumi (ซึโบ ซูมิ) ซึ่งหมายถึงจุดดำที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นขาว จุดดำแบบนี้เป็นจุดดำที่ดีมาก และเป็นจุดดำแบบที่ต้องการของนักเลี้ยงปลาในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ในการเพาะพันธุ์ปลานั้น จะให้ลูกปลาที่ได้มีจุดดำประเภทนี้เป็นส่วนใหญ่นั้นค่อนข้างทำได้ยากมาก tsubo sumi นั้นมีข้อดีคือ มีความโดดเด่นชัดเจนเพราะขึ้นมาจากพื้นขาวสีจึงตัดกัน และยังมีความลึกและความมั่นคงของสีที่ดีกว่า kasane sumi อีกด้วยแต่อย่างไรก็ตาม kasane sumi ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเอาเสียเลยตลอดไป ต้องขึ้นอยู่ว่าขึ้นมาในตำแหน่งที่สวยงามถูกที่ และมีความคมชัดสวยงามมากน้อยเพียงไรประกอบกันไปด้วยครับ ส่วนจุดดำแบบสุดท้ายคือจุดดำที่ยังฝังตัวอยู่ใต้ผิวหรือจุดดำที่จะขึ้นมาในภายหลังหรือเรียกว่า Ato sumi (เอโต ซูมิ) จุดดำแบบนี้นั้นต้องใช้การเพ่งพินิจพิจารณา และใช้ประสบการณ์ในการคาดเดาการเกิดขึ้นค่อนข้างมากทีเดียว ตำแหน่งที่ ato sumi ฝังตัวอยู่นั้นก็ควรจะเป็นจุดที่เป็นพื้นขาวและเป็นตำแหน่งที่คิดว่าเมื่อจุดดังกล่าวขึ้นมาแล้วจะเสริมสร้างความสมดุลย์และความสวยงามให้กับปลาตัวนั้น ไม่ใช่จะมาบั่นทอนความสมดุลย์และความสวยงามของปลาลงไป จุดดำแบบ ato sumi เป็นจุดที่สร้างสเน่ห์น่าติดตามให้กับปลาตัวนั้นๆ และรวมทั้งสร้างความหวังให้กับผู้เลี้ยงได้มากทีเดียวเชียวครับ จุดที่ควรจะมีสีดำอย่างยิ่งและไม่ควรขาดคือ บริเวณไหล่ปลา จะสังเกตุได้ว่าปลาในระดับประกวดโดยส่วนใหญ่ จะมีจุดสีดำขนาดใหญ่อยู่ที่บริเวณไหล่เสมอ ยิ่งถ้าบริเวณครีบอกมีเส้นขีดดำตามรอยครีบซักข้างละ 2-3 เส้นด้วยแล้วละก็ จะยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับปลาตัวนั้นได้มากทีเดียว อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันได้อีกส่วนหนึ่งว่าปลาตัวนั้นมีดำที่มั่นคงและมีคุณภาพ ส่วนบริเวณหัวของปลานั้นไม่ควรจะมีสีดำอยู่เลยแม้แต่จุดเดียว ปลาซังเขะโดยเฉพาะที่มีอายุไม่ถึง 1 ปี หรือปลา tosai นั้นดำจะยังไม่พร้อมดีนัก ปลาตัวเมียส่วนใหญ่ที่อายุเท่านี้จะมี ato sumi ฝังตัวอยู่โดยเฉพาะบนพื้นขาว ส่วนปลาตัวผู้โดยส่วนใหญ่นั้นดำจะมีความพร้อมและ finish ได้เร็วกว่าตัวเมีย คราวนี้ผมจะขอยกคำพูดของกรรมการสมาคม zen nippon airinkai ท่านหนึ่งซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "ปลาซังเขะตัวไหนก็ตามที่มีสีดำอยู่บนขอบในตา ปลาตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะมีสีดำที่แตกกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อน" อีกประโยคท่านได้กล่าวไว้ว่า "ปลาซังเขะที่มีสีแดงและสีดำอยู่บนครีบกระโดงหลัง สีแดงและสีดำบนหลังปลาบริเวณนั้น มีแนวโน้มที่จะแตกและบางลง หรืออาจจะจางหายไปได้" ทั้งนี้คำกล่าวนี้ตัวผมเองคิดว่าน่าจะมาจากการสังเกตและทำสถิติ ส่วนจะจริงหรือไม่อย่างไรนั้น ท่านผู้อ่านจะต้องทดลองสังเกตด้วยตัวเองครับ ต่อมาเรามาลองสรุปวิธีการเลือกซังเขะโดยเน้นไปในเชิงปฏิบัติ และก็เน้นไปที่ปลาเล็กคือไม่เกิน 1 ปีเนื่องจากปลาที่มีขนาดใหญ่นั้นดูได้ง่ายกว่าดังนี้ครับ

 

[ วิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้นั้นหมายถึงลักษณะปลาที่ดีที่สุด ซึ่งแน่นอนครับว่าหาได้ยากและราคาสูง แต่ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเป็นประโยชน์เอาไว้เป็นอุดมคติในการเลือกปลา ]

1. แน่นอนครับสำคัญที่สุดคือรูปร่างของปลา ต้องกระโหลกใหญ่กว่าเค้าเพื่อน ไหล่มีขนาดเท่าๆ กับกระโหลกหรือใหญ่กว่า โคนหางหนากว่าปลาตัวอื่นในขนาดเดียวกัน

2. เรื่องของคุณภาพสี แดงต้องแดงกว่าเค้าเพื่อน มีโทนแดงแป๊ดสว่างตาเข้มลึกไม่โชว์ให้เห็นเกล็ด เป็นเกล็ดๆ ขาวนั้นต้องขาวดั่งหิมะ โดยเฉพาะที่ปลายปากและหัวซึ่งเป็นส่วนที่มักจะเหลือง "เทคนิคคือพลิกใต้ท้องปลาดูว่ามีความขาวหรือไม่ ตั้งแต่ใต้หัวจรดใต้หาง ถ้าใต้ท้องขาวแล้ว ปลาตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะขาวค่อนข้างแน่นอน" มาถึงเรื่องดำกันบ้างปลาที่มีขนาดต่ำกว่า 15 ซม. โดยเฉพาะปลาที่ดีจุดดำจะยังขึ้นมาไม่หมด เพราะส่วนใหญ่ปลาที่จุดดำยังขึ้นมาไม่หมดจะเป็นตัวเมียซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าตัวผู้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าตัวผู้จะไม่ดีเสมอไป ถ้าตัวผู้ตัวนั้นมีรูปร่างที่ดี และมีความขาวก็สามารถเป็นปลาสุดยอดได้ กลับมาเรื่องจุดดำครับ แต่ถึงอย่างไรก็จำเป็นจะต้องมีจุดดำบางจุด ที่ขึ้นมาเต็มที่ให้เราได้เห็นบ้างแล้ว และจุดดำจุดที่ขึ้นมาแล้วนั้น ก็ต้องมีความเข้ม คม ชัด ลึก เป็นกลุ่มก้อน และเงางามเพื่อโชว์ให้เราได้เห็นถึงคุณภาพว่า มีเชื้อดำที่ดีอยู่ในตัว อันจะทำให้เราได้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า จุดดำที่ยังฝังตัวหรือ
ato sumi นั้นเมื่อขึ้นมาแล้วจะมีคุณภาพที่ดีเช่นเดียวกัน อย่าได้คาดเดาเอาเองว่าปลาตัวนั้นน่าจะมีดำที่ดี โดยที่ตัวปลาไม่ได้โชว์ให้เราได้เห็นเลยแม้แต่จุดเดียว อีกส่วนที่จะเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพดำคือ เส้นดำซักนิดหน่อยที่บริเวณครีบอกครับ

3. เรื่องของแพทเทิ่นแดงนั้นใช้หลักการดูเหมือนโคฮากุ แต่ต้องลดสัดส่วนแดงลงมาอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว และในปลาคุณภาพนั้น จุดดำต้องขึ้นมาจากพื้นขาวเป็นส่วนใหญ่หรือ
tsubo sumi แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องขึ้นมาจากพื้นขาวทุกจุดนะครับ ขอให้เป็นส่วนใหญ่เป็นใช้ได้ และจุดดำทั้งหมดนั้นจะต้องไม่เยอะเกินไปจนปลาดูมืดดำ จำนวนจุดที่เหมาะสมนั้นเป็นการยากที่จะบอกได้ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของปลาในปัจจุบันและก็ความชอบส่วนตัวด้วย สิ่งเดียวที่จะบอกได้คือ ต้องดูตัวอย่างจากปลาที่ดีที่สุดในโลกทั้งจากในหนังสือและจากงานประกวดต่างๆ ครับ

 

เทคนิคทั้งหมดที่ได้กล่าวมา สามารถนำไปใช้กับการเลือกปลา doitsu sanke ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งปลาด๊อยส์ซังเขะในปัจจุบันนั้น ได้รับการพัฒนาจากผู้เพาะพันธุ์จนมีความสวยงามเพิ่มขึ้นมาก ในขณะเดียวกันปลาด๊อยส์ซังเขะนั้น ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ปลาชนิดนี้นั้นจะมีความสวยงามมากตอนปลายังมีขนาดยังเล็กอยู่เนื่องจากไม่มีเกล็ดทำให้ปลาดูมีขอบสีที่คมชัดมาก แต่เมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ ปลาชนิดนี้มักจะพบปัญหาคือ สีแดงบางลงและไม่เข้มเท่าเดิม ขอบสีก็ไม่คมชัดเท่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยงในบ้านเรา เพราะว่าปลาโตเร็วเกินไป ต้องมีการดูแลควบคุมในเรื่องอาหารที่ดี จึงจะสามารถเลี้ยงให้มีความสวยงามได้ เราจะสังเกตุได้ว่าปลาขนาดเล็กนั้นมักจะได้รับรางวัลมากมาย แต่เมื่อลองมองไปที่ปลาขนาดใหญ่ในงานประกวดมักจะไม่ค่อยพบปลาชนิดนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 อยู่เลย อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่ท้าทายผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก ถ้าใครสามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ให้มีขนาดใหญ่แล้วยังคงความสวยงามเอาไว้ได้ ก็ต้องถือว่าผู้นั้นมีสายตาและฝีมือในการเลี้ยงที่เข้าขั้นเซียนเลยทีเดียวครับ ปัจจุบันนี้เชื้อสายของปลาซังเขะที่ถือว่าเป็นสุดยอด ต้องยกให้กับปลาจากสายของ matsunosuke หรือที่เรียกว่า matsunosuke sanke ปลาจากสายนี้นั้นโดยเฉพาะ 5 ปีหลังนี้ได้รับรางวัลมากที่สุดในการประกวดปลาไม่ว่ารายการใดก็ตามในญี่ปุ่น มีผู้เพาะพันธุ์จากฟาร์มอื่นๆ หลายแห่ง พยายามนำเอาปลาจากสาย matsunosuke มาผสมพันธุ์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

Joe Koi Kichi & Pat Koilover Group

 

 



ไทโชซันเก้ตัวนี้จัดอยู่ในระดับดี แพทเทิ่นแดงแบบ 3 ตอน เข้มหนา ส่วนสีดำ ก็จัดอยู่ในลักษณะ power sumi ครับ ดำสนิท แต่มีข้อเสียตรงที่ส่วนใหญ่เป็น kasane sumi มากกว่าที่จะเป็น tsubo sumi


ไทโชซันเก้เมื่อราว 20 ปีก่อน ยังขาดการพัฒนาในเรื่อง แพทเทิ่นเหมือนปัจจุบัน จะสังเกตเห็นพื้นแดงที่ไม่หนาเข้ม แต่บางจนเห็นร่องเกล็ด นอกจากนี้ตัวนี้ยังมีข้อด้อยตรงที่เป็น Kasane sumi อีกด้วย และจัดว่าเป็นแบบ ozumi มีขนาดใหญ่ครับ


ซันเก้ตัวนี้  มีแพทเทิ่นแดง แบบ อินาซึมะ Inatsuma หรือลาดสายฟ้า แต่มีจุดด้อยตรงคุณภาพของพื้นแดงที่บางและสีไม่เข้มจัด นอกจากนี้ sumi ที่เห็นยังไม่ปรากฎ power sumi ให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะมีกระโหลกที่ใหญ่และไหล่กว้างส่วน ข้อหางอาจจะยังไม่ใหญ่ ลักษณะแบบนี้ ยิ่งมีครีบอกเล็ก แนวโน้มน่าจะเป็นเพศเมีย



ซันเก้ดอยส์ตัวหนึ่งขนาดประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งมี kosumi และ ozumi ร่วมกันจะเห็นว่าขนาดของ kosumi จะมีขนาดเล็กกว่า แต่ไม่ใช่เล็กจนกลายเป็นขี้แมลงวัน หรือฝุ่นผงในลักษณะนั้นหากตัวนี้หลงมารับรองวันแรกที่ปลาเข้า ก็คงไม่เหลือให้จับ


ซันเก้ดอยส์ ตัวนี้ขนาดประมาณ 40 เซนติเมตร หายากครับ หากจะเลี้ยงได้ดีและมีคุณภาพเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นความแดง ขาว และดำ


"ปลาซังเขะตัวไหนก็ตามที่มีสีดำอยู่บนขอบในตาปลาตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะมีสีดำที่แตกกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อน"  หากจะพิสูจน์ว่า คำกล่าวนี้จะเป็นจริงหรือไม่ รูปนี้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งครับที่พอจะเป็นตัวอย่างได้ และอยากให้นักเลี้ยงปลาได้ทำการสังเกต คำกล่าวจากประสบการณ์นักเพาะพันธุ์ญี่ปุ่น จริงหรือไม่



ซันเก้ที่ดีไม่ควรมีจุดดำบริเวณหัวครับ และหากพื้นดำที่เราคาดว่าจะ เกิดขึ้นมีลักษณะ กระจัด กระจายเป็นจุดย่อยๆ คล้ายๆ ฝุ่นทรายไม่เป็นกลุ่มก้อน ก็ไม่ควรเลือกครับ เพราะจะกลายเป็นขี้แมลงวันเกิดขึ้นได้


ซันเก้ตัวนี้เป็นปลาสมัยยุค 80 ซึ่งเคยได้รับรางวัลในงานประกวด แต่หากในปัจจุบัน  ก็คงจะพลาดรางวัลงามๆ จะเห็นแนวโน้มการพัฒนาระหว่างอดีต และปัจจุบัน ได้ดี


ซันเก้ตัวนี้ ก็เป็นปลาในอดีต คุณภาพแดงในอดีตโดยรวม ยังสู้ปัจจุบันไม่ได้ ซึ่งต้องขอยกให้เป็นความดีของนักพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งต่างพัฒนาปลา ให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ รวมกับเทคโนโลยีการเลี้ยงดูการให้อาหารที่ดีขึ้นกอปรกัน



ซันเก้ตัวนี้เป็นปลาเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ซึ่งหลักเกณฑ์ความนิยมยังเน้นตามหลักมาตรฐาน แต่ในปัจจุบัน หลักเกณฑ์ดังกล่าว คลายความเข้มงวดลง นักเพาะพันธุ์ต่างผลิตปลาที่มีลวดลายแปลกใหม่ แต่ยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กว้างๆ เช่น เรื่องความสมดุลย์ ความเข้มและหนาของสีแดงและดำ และรูปร่างยังคงต้องเป็นแบบกระสวยทอผ้าเช่นเดิม


มารูเต็งซันเก้ตัวนี้ จัดว่ายอดเยี่ยมครับ สำหรับขนาด 30 เซนติเมตร ทุกอย่างสอดคล้องและลงตัว เป็นที่น่าสังเกตว่า ไทโชซันเก้ ควรมี sumi เกิดขึ้นบริเวณไหล่ครับ แม้ว่าตัวนี้จะไม่มีเส้นดำบริเวณครีบอกปรากฎให้เห็น แต่ก็ไม่ถือเป็นข้อด้อยแต่อย่างไร หากมีขึ้นยิ่งจะเพิ่มความมีเสน่ห์ในตัวปลานี้ให้มากด้วยคุณค่า


ซันเก้ตัวนี้ถ้าสังเกตพื้นแดงตอนหลัง จะมีช่องไฟห่างจากข้อหาง มากเกินไป เมื่อปลาโตขึ้น ช่วง ห่างดังกล่าว จะยิ่งห่างขึ้น  ทำให้ แลดูแพทเทิ่นนี้ไม่สมบูรณ์