สังเกตว่า แพทเทิ่นดำส่วนใหญ่ขึ้นบนพื้นแดงมากกว่าพื้นขาว นั่นเป็นข้อด้อย แต่แพทเทิ่นแดง ดำและขาวบนหัว อยู่ในระดับดีครับ ส่วนรูปร่างคงไม่ต้องกล่าวถึงเลย
          โชวะ-ซันโชกุ โชวะนั้นเป็นปลาที่มีวิวัฒนาการค่อนข้างจะสั้น เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยโชวะของประเทศญี่ปุ่น กล่าวกันว่าเกิดจากปลาคาร์พโคฮากุผสมกับคิ-อุจจึริ ในช่วงแรกๆ นั้นโชวะค่อนข้างจะมีพื้นสีขาวที่ติดเหลืองและมีพื้นแดงที่สีค่อนข้างจะแดงอมเหลือง ทั้งนี้เนื่องจากว่าปลามีเชื้อสายของ คิ-อุจจึริอยู่ในตัว แต่ต่อมาได้มีความพยายามที่จะผสมและปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้น เพื่อให้ปลาโชวะนั้นมีพื้นขาวที่ขาวขึ้นและแดงที่สดเข้มขึ้นมา คนๆ แรกที่ถือว่าทำได้สำเร็จและได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากคือนาย โทมีจิ โคบายาชิ โดยเค้าได้นำโคฮากุสายพันธุ์ โทโมอิง มาผสมเข้ากับโชวะดั้งเดิม อันถือเป็นต้นกำเนิดของโชวะสมัยใหม่ที่เราได้ยลโฉมมาจนถึงทุกวันนี้ โชวะนั้นถือเป็นปลาคาร์พในกลุ่ม โกะซังเขะ หรือ 1 ใน 3 ปลาหลักที่มีโอกาสจะได้รับรางวัลสุดยอดของงานประกวดต่างๆ โดยเฉพาะในงาน ALL JAPAN SHOW หรืองาน ALL JAPAN SHINGOKAI ซึ่งถือเป็นงานประกวดปลาคาร์พที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก รางวัลดังกล่าวนั้นก็คือรางวัล GRAND CHAMPION ประจำงานนั่นเอง
     ปลาโชวะในวัยเด็กนั้นจะได้รับการคัดสรรหรือการคัดทิ้งขั้นแรกๆ ที่เร็วกว่าโคฮากุหรือซังเขะ เนื่องจากปลานั้นยังมีสายเลือดที่ไม่ค่อยนิ่ง ปลาตัวไหนที่หมดอนาคตจะแสดงให้เห็นเด่นชัดได้เร็วกว่าปลาโคฮากุและซังเขะ ลูกปลาโชวะที่ยังมีขนาดไม่ถึง 4 นิ้วนั้น จะมีสีดำที่ลำตัวที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด ดูแล้วไม่สวยงามเอาเสียเลย แต่ต่อมาดำที่เลอะอยู่บนตัวนั้นจะค่อยๆ จางหายไป และจะมีดำที่แท้จริงกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าดำที่กลับมาของปลาทุกตัวจะดีเสมอไป ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของปลาตัวนั้นๆ ด้วย ปลาโชวะในขนาดเล็กที่พร้อมขายหรือขนาดประมาณ 12 ซม.ขึ้นไปนั้นเป็นปลาที่ค่อนข้างจะเลือกได้ยากมากชนิดนึง เนื่องจากปลาขนาดนี้นั้น ปลาบางตัวก็ยังมีดำเลอะเทอะเป็นสะเก็ดอยู่เต็มตัว บางตัวสะเก็ดจางหายไปแล้วแต่ว่าดำที่แท้จริงยังไม่ขึ้นมาให้เห็น หรือเห็นก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นเวลาเลือกปลาชนิดนี้ต้องใช้จินตนาการและประสบการณ์เป็นอย่างมาก นักเลี้ยงมือใหม่บางท่านอาจจะถึงกับส่ายหัวเวลาที่ได้เห็นลูกปลาชนิดนี้ตามฟาร์มต่างๆ และมักจะมองข้ามความงามที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของมันไป อันจะเป็นการปล่อยโอกาสที่จะได้ปลาดีในราคาถูกให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย
 


โชวา 3 ตอนที่มีจุดเด่นตรงที่รูปร่างที่มีแนวโน้มจะเป็นปลาจัมโบ้ได้ไม่ยาก แพทเทิ่นดำที่เข้มลึก พาดผ่านหัว ทำให้เกิดเป็นลักษณะลายฟ้าผ่า และมีสีขาวบริเวณปลายปากอยู่เล็กน้อย ทำให้เกิดสมดุลย์ของสีทั้งสามอยู่บนหัว


จุดด้อยของโชวาตัวนี้ ที่เราเห็นได้อย่างเด่นชัดคือ แพทเทิ่นแดงบนหัวที่มีน้อยมาก ภาษาตลาดเรียกกันว่า "หัวล้าน" ครับ


โชวาตัวนี้ถือว่า มีสร้อยหูบนครีบขวาที่สวยมากครับ แต่จุดด้อยของปลาตัวนี้คือ แพทเทิ่นดำส่วนใหญ่ขึ้นบนพื้นแดงแทนที่จะขึ้นบนพื้นขาว ทำให้สีแดงที่เกิดขึ้นลดความโดดเด่นของปลาลง


โชวากินริน น้ำหนักของแพทเทิ่นดำมาอยู่ที่ส่วนอกและหัวเป็นส่วนใหญ่ แต่ช่วงหางกลับไม่ค่อยมี อีกทั้งแพทเทิ่นแดงช่วงข้อหางนั้น มีระยะห่างระหว่าง Step แพทเทิ่นแดงที่ 3 กับข้อหางหรือ tail joint มากเกินไป
 
    มาตรฐานการเลือกโชวะที่ดีนั้นจะขอมาเริ่มต้นที่เรื่องของแพทเทิ่นแดงก่อน แพทเทิ่นแดงนั้นท่านสามารถนำมาตรฐานการเลือกแพทเทิ่นแดงของโคฮากุมาใช้กับการเลือกโชวะได้ นั่นก็คือแดงไม่ลามมาที่ปาก ไม่ลงแก้ม ไม่ขึ้นบนครีบต่างๆ โชว์ขาวเปิดที่ข้อหางหรือแดงไม่ลามลงเกินเส้นข้างตัว แต่ลักษณะที่ดีดังกล่าวนั้นค่อนข้างจะหาได้ยากยิ่ง อีกทั้งโชวะนั้นได้มีข้ออนุโลมในเรื่องของแพทเทิ่นแดงที่ว่า อาจจะสามารถให้แดงคลุมหน้า หรือลามลงแก้มได้บ้าง แต่แน่นอนถ้าหาได้แบบที่ได้มาตรฐานโคฮากุย่อมดีกว่า ต่อมาเรื่องของแดงที่ลำตัวของปลานั้น ปลาโชวะที่ดีบางตัวอาจจะมีแพทเทิ่นแดงที่ลำตัวไม่สมดุลย์ก็ได้ ถ้าอีกด้านนึงของตัวปลาที่ขาดสมดุลย์ไป มีสีดำเข้ามาทดแทนและถ่วงน้ำหนักของสีบนตัวปลา ให้เกิดสมดุลย์ดีขึ้นได้ หรือแพทเทิ่นแดงบนตัวปลาที่อาจจะเทน้ำหนักมาทางหัวแล้วปล่อยให้ช่วงหางว่างเปล่า ก็อาจจะเป็นปลาที่สวยขึ้นได้มาก ถ้าอนาคตจะมีดำขึ้นมาถ่วงน้ำหนักความสมดุลย์บนตัวปลาให้กลับไปอยู่ที่จุดสมดุลย์ได้ ปลาโชวะที่มีแดงอยู่ทั่วตัวปลาในเปอร์เซ็นต์ที่มากนั้นจะถูกเรียกว่า ฮิ-โชวะ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วตั้งแต่ข้างต้นว่า สีแดงของโชวะนั้นในสมัยก่อนจะไม่ค่อยมีสีที่สดแดง
ในปัจจุบันนี้ปลาโชวะนั้นก็มีโทนสีแดงอยู่กว้างๆ 2 โทนสีคือ
  1. แดงที่ออกส้มคล้ำๆ อมน้ำตาล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปลาตัวเมีย หรือถ้าเป็นตัวผู้ก็จะมีสีแดงที่เข้มขึ้นมาอีกแต่ยังคงความคล้ำอมน้ำตาลอยู่ ซึ่งลักษณะแดงแบบนี้นั้นไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะทำให้มันมีสีแดงที่สดสว่างตาขึ้นมาได้ ดังนั้นเป็นการยากมากที่จะหวังว่าปลาที่สีไม่สด จะนำมาเลี้ยงแล้วทำให้สดขึ้นได้
  2. แดงที่เป็นโทนที่สว่างตามากขึ้นอันหมายถึงสายพันธุ์ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกระดับนึง แดงนั้นจะแดงสดดูสว่างมากขึ้นกว่าเดิม และยิ่งในปลาตัวผู้จะมีสีที่สดเข้มสว่างตาดั่งเลือดนกเลยทีเดียว ขอบสีแดงของปลานั้นควรจะที่จะมีความคมชัดโดยเฉพาะ kiwa ของเกล็ดปลา แดงควรจะหนาแน่นไม่โชว์ให้เห็นเกล็ดบนตัวปลา แดงที่หัวนั้นควรจะหนามองไม่เห็นกระโหลกและมีสีที่เท่าเสมอกันทั้งตัว คือสีต้องมีโทนสีที่เข้มเท่ากันทั้งตัว ทั้งหมดนี้จะเป็นเครื่องแสดงคุณภาพที่ดีของสีแดงบนตัวปลาได้อย่างดีทีเดียว
  3.    มีเทคนิคการดูแดงที่หนาอีกวิธีหนึ่งคือ สังเกตุเวลาที่ปลากลับตัวโดยเฉพาะในอ่างหรือกาละมังแคบๆจะสังเกตุได้ง่ายคือ เวลาปลากลับตัวจะเกิดการเคลื่อนไหวเหลื่อมล้ำของเกล็ด เราต้องมองเข้าไปในร่องเกล็ดว่า เป็นร่องแดงหรือร่องสีขาว เวลาปลากลับตัวเลี้ยวขวาให้ดูร่องเกล็ดข้างตัวด้านซ้าย ถ้าสีในร่องเกล็ดยิ่งเป็นสีแดงเข้มเท่าไหร่ แสดงว่าสีแดงลงลึกลงในผิวเท่านั้น การสังเกตุนี้ค่อนข้างจะใช้ได้ดีกับปลาใหญ่มากกว่าปลาเล็ก ซึ่งปลาเล็กนั้นเกล็ดจะเล็กสังเกตุได้ยาก อีกทั้งปลาเล็กมักจะยังผอมอยู่จึงสังเกตุได้ยากหน่อย ปลาที่มีสีที่หนานั้นสีจะลงลึกถึงเนื้อ เวลาปลาเกล็ดหลุดเนื้อปลาจะยังคงมีสีแดงอยู่ที่เนื้อ อันเป็นเครื่องแสดงถึงคุณภาพสีแดงที่ดีของปลา
 


ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องรูปร่าง แพทเทิ่นดำมีน้ำหนักสมดุลย์ทั้งฝั่งซ้ายและขวา แต่หางบริเวณช่วงหาง มีแพทเทิ่นแดงให้เห็นบ้าง จะช่วยส่งเสริมให้ปลาโชวาตัวนี้อยู่ในระดับดีเลิศ


สังเกตว่า แพทเทิ่นดำส่วนใหญ่ขึ้นบนพื้นแดงมากกว่าพื้นขาว นั่นเป็นข้อด้อย แต่แพทเทิ่นแดง ดำและขาวบนหัว อยู่ในระดับดีครับ ส่วนรูปร่างคงไม่ต้องกล่าวถึงเลย


Maruten Showa ที่มี Step 3 ตอนแบบแปลกตา มีสัญลักษณ์หรือสัญญาณที่เราพอจะแน่ใจได้บ้างว่า Sumi ที่เกิดขึ้นจะเป็น Power sumi ได้แน่นอน สังเกตอย่างหนึ่งว่า โชวาตัวนี้ มักมีพื้นขาวให้เราเห็นมากกว่าตัวอื่นๆ สัดส่วนพื้นขาวที่มีมากๆ แบบนี้ เราเรียกว่าเป็น Modern Showa หรือ Kindai Showa


Doitsu Showa ขนาดประมาณ 40 เซนติเมตร ถือได้ว่า ผู้เลี้ยงมีความสามารถสูงในการเลี้ยงปลาและรักษาคุณภาพแพทเทิ่นสีต่างๆ ให้มีคุณภาพได้จากเล็กจนโต
 
    ต่อมาลองมาดูเรื่องของดำกันบ้างโดยจะเริ่มที่เรื่องเกี่ยวกับคุณภาพดำก่อน ดำของโชวะนั้นได้มีการจำแนกสายออกเป็น 2 สายกว้างๆ คือ
  1. ดำสาย อาซากิ มากอย ( Asagi magoi ) เป็นดำที่ดีในระยะยาว ดำจะมีลักษณะเข้มข้นมันเงา และค่อนข้างจะต้องการเวลาระยะนึงในการพัฒนาคุณภาพจนกว่าจะถึงขีดสุด
  2. ดำสาย เทตสึ มากอย ( Tetsu magoi ) เป็นดำที่มีลักษณะไม่เงา มีลักษณะดำด้าน สีคล้ายกระทะเวลาไหม้ หรือสีคล้ายโคลนตม ดำลักษณะนี้โดยสามัญสำนึกแล้วน่าจะมีคุณภาพดีสู้ดำจากสาย อาซากิ มากอยไม่ได้ อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งเซียนปลาในญี่ปุ่นที่เป็นกรรมการและสมาชิกของสมาคม ZNA ก็ยังถกเถียงกันเองว่า ปลาโชวะที่ดีนั้นควรจะตัดสินที่คุณภาพและลวดลายดำของปลาตัวนั้นๆ เอง หรือว่าควรจะตัดสินโดยพิจารณาว่าดำของปลาตัวนั้นมาจากสายไหน แล้วท่านหละครับคิดยังไง ?
  3.    
 


ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องรูปร่าง แพทเทิ่นดำมีน้ำหนักสมดุลย์ทั้งฝั่งซ้ายและขวา แต่หางบริเวณช่วงหาง มีแพทเทิ่นแดงให้เห็นบ้าง จะช่วยส่งเสริมให้ปลาโชวาตัวนี้อยู่ในระดับดีเลิศ


สังเกตว่า แพทเทิ่นดำส่วนใหญ่ขึ้นบนพื้นแดงมากกว่าพื้นขาว นั่นเป็นข้อด้อย แต่แพทเทิ่นแดง ดำและขาวบนหัว อยู่ในระดับดีครับ ส่วนรูปร่างคงไม่ต้องกล่าวถึงเลย


Maruten Showa ที่มี Step 3 ตอนแบบแปลกตา มีสัญลักษณ์หรือสัญญาณที่เราพอจะแน่ใจได้บ้างว่า Sumi ที่เกิดขึ้นจะเป็น Power sumi ได้แน่นอน สังเกตอย่างหนึ่งว่า โชวาตัวนี้ มักมีพื้นขาวให้เราเห็นมากกว่าตัวอื่นๆ สัดส่วนพื้นขาวที่มีมากๆ แบบนี้ เราเรียกว่าเป็น Modern Showa หรือ Kindai Showa



Doitsu Showa ขนาดประมาณ 40 เซนติเมตร ถือได้ว่า ผู้เลี้ยงมีความสามารถสูงในการเลี้ยงปลาและรักษาคุณภาพแพทเทิ่นสีต่างๆ ให้มีคุณภาพได้จากเล็กจนโต
 
     คุณภาพดำของโชวะในวัยเด็กนั้นค่อนข้างจะต้องใช้ประสบการณ์และการคาดเดาอยู่บ้าง การดูนั้นควรเลือกปลาที่มีดำที่เงางามขึ้นอยู่บ้างแล้วบางจุด ไม่จำเป็นจะต้องขึ้นเยอะก็ได้ อาจจะมีดำฝังอยู่ทั้งตัวและมีเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้นที่ขึ้นมาเงางามก็ถือได้ว่า ปลาตัวนั้นมีคุณภาพที่ดีอยู่ในตัว ถ้าจะให้เปรียบเทียบอย่างเข้าใจง่ายก็เช่น สมมุติว่ามีคนคนหนึ่งซึ่งโกนหัวมาแบบติดหนังหัวเกือบทั้งหัว เหลือไว้เพียงผมอยู่กระจุกเดียวยาวซัก 10-20 ซม. แล้วให้ท่านเดาว่าคนคนนี้มีผมสีอะไร ผมตรงหรือผมหยิก คุณภาพผมของเขาเงางามซักเพียงใด ผมเชื่อว่าจะเดาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ แม้เราจะเห็นผมของเขาเพียงแค่กระจุกเดียวไม่ทั่วทั้งหัว เพราะผมส่วนอื่นๆบนหัวของเขา เมื่อขึ้นมายาวแล้ว น่าจะมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับกระจุกแรกที่เราเห็น จริงหรือไม่ครับ ? ลูกปลาโชวะในขนาดเล็กคือไม่เกิน 25 ซม.โดยประมาณมักจะมีดำฝังอยู่ ตัวที่มีดำฝังอยู่เยอะหน่อย มักจะมีแนวโน้มเป็นตัวเมีย ดำที่ฝังตัวอยู่ใต้ผิวนั้นเราเรียกว่าชิซูมิ ( Shizumi ) ดำที่เงางามเข้มข้นนั้นเราเรียกว่า ฮอนซูมิ ( Honzumi ) ดำที่มีสีคล้ายกะทะไหม้นั้นเรียกว่า นาเบะ ซูมิ ( Nabe-Zumi ) ส่วนดำที่มีสีไม่ดำออกเทาๆ เหมือนโคลนตมนั้นจะเรียกว่า โดโหระ ซูมิ ( Doro-Zumi ) สรุปว่าปลาที่ดีนั้นในวัยเด็กจะมี Shizumi ฝังอยู่บางจุด บางจุดที่ขึ้นอยู่แล้วจะเป็น Honzumi ต่อมาเมื่อโตขึ้นจุดที่เป็น Shizumi จะค่อยๆ พัฒนาเป็น Honzumi จนเมื่อถึงเวลาอันควรแล้วปลาจะมี Honzumi ทั่วทั้งตัว Honzumi นั้นนอกจากจะมีความเงางามหนาแน่นแล้ว ยังมีความมั่นคงอีกด้วย ปลาที่ดีนั้นเมื่ออยู่ภายใต้สภาวะตกใจหรือเปลี่ยนแปลงมากๆ แล้ว สีดำจะไม่ถอดหรือตกไปเช่นในเวลาที่เราเลือกปลาแล้วตักปลาขึ้นมาในกาละมังนั้น ปลาที่มีดำเป็น Honzumi สีดำจะไม่ถอดหรือจางตกลงไป การดูคุณภาพดำนั้นควรจะสังเกตุดำที่ขึ้นมาจากพื้นขาวว่ามีความเข้มข้นและดำสนิทเงางามเพียงใด ไม่ใช่ไปมองดำที่ขึ้นมาจากพื้นแดง เพราะดำที่ขึ้นมาจากพื้นแดงนั้นมักจะดูเข้มและหนากว่าความเป็นจริง เพราะมีสีสองสีทับซ้อนกันอยู่ แพทเทิ่นดำบริเวณไหล่ที่เป็นที่นิยมนั้นจะมี 2 ลักษณะคือ
แบบที่ 1. คือมีดำลากเป็นเส้นตั้งแต่ปลายปาก ลากผ่านหน้าผากมาเชื่อมกับแพทเทิ่นดำบริเวณไหล่ ลักษณะลายดำเช่นนี้มักจะพบได้มากกับ ปลาที่มีปริมาณดำบนตัวในเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าสีแดงและสีขาว ลวดลายดำดังกล่าวเรียกว่า เมงวาเระ ( Menware ) หรือ ฮาชิวาเระ ( Hachiware )
แบบที่ 2. คือมีลักษณะดำบริเวณไหล่คล้ายอักษรจีนที่หมายถึงเลข 8 มีรูปร่างคล้ายตัวอักษรตัว V ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮาชิ ( Hachi ) หรืออีกแบบหนึ่งคือตัวอักษรจีนที่หมายถึง มนุษย์ มีรูปร่างเหมือนอักษร Y ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮิโตะ ( Hito ) ประกอบกับมีดำที่ปลายปาก 1 ก้อน เรียกว่า ฮานะ-ซูมิ ( Hana-zumi ) ดำที่ปลายปากหรือฮานะซูมินี้จะทำให้ลวดลายบนตัวมีความสมดุลย์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามแพทเทิ่นดำไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัวขนาดนั้น ขอให้มีความสมดุลย์สวยงามตามบรรทัดฐานที่คนส่วนใหญ่มองกันเป็นใช้ได้
    โชวะที่ดีนั้นควรมีจุดดำที่โคนครีบอกทั้งสองข้างเรียกว่า โมโตะกุโระ ( Motoguro ) ในปลาที่ยังเล็กอยู่นั้นโมโตะกุโระอาจจะยังไม่รวมเป็นจุดเดียวที่โคนครีบอก อาจจะมีสีดำเป็นเส้นทั้งครีบแล้วเมื่อโตขึ้นซักระยะนึง เส้นดำเปล่านั้นมักจะหดรวมกันเป็นจุดเดียวที่โคน ปลาโชวะที่ดีนั้นควรจะมีลักษณะดังกล่าวทั้ง 5 ครีบคือ ครีบอกทั้ง 2 ครีบท้องทั้ง 2 และครีบทวารอีก 1 ครีบรวมเป็น 5 ครีบ การเลี้ยงโชวะนั้นบางครั้งต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่บางครั้งความอดทนที่เฝ้าอุตส่าห์รอคอย ก็ไม่เป็นผลสำเร็จคือ ดำที่ฝังตัวอยู่ใต้เกล็ดแล้วหวังว่าจะขึ้นมาดำสนิท ไม่เป็นไปดังหวังแต่กลับฝังตัวอยู่อย่างนั้นตลอดชั่วอายุขัยของมัน ปลาโชวะลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า โบเกะ-โชวะ ( Boke-showa ) ถึงแม้ว่าทางทฤษฏีแล้วสีดำดังกล่าวน่าจะขึ้นมาครบทั้งตัว จึงเป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างนึงว่าจะหาโชวะที่มีดำชัดเจนเพอเฟ็กท์ทั้งตัวนั้นเป็นเรื่องยากมาก ขนาดสายปลาชื่อดังอย่าง SAKAI โชวะของเค้ายังมีลักษณะที่ดำมักจะขึ้นมาไม่เข้มชัดตรงบริเวณไหล่ แต่ลักษณะที่ปลาคาร์พเป็นปลาที่คาดการได้ยากดังกล่าว จึงทำให้ปลาชนิดนี้มีเสน่ห์อมตะน่าติดตามและไม่เสื่อมคลายมนต์สะกดมาจวบจนทุกวันนี้


Joe Koi Kichi