มาสนุกกับการใช้ EMในอีกรูปแบบหนึ่งกันเถอะ
| จากการที่เราได้บอกเล่ากันถึงความดีในด้านต่างๆ
ของ EM แบคทีเรียสารพัดประโยชน์ที่มีส่วนในการช่วยควบคุมโรคติดต่อ ตลอดจนช่วยกำจัดกลิ่นคาวของน้ำในบ่อเลี้ยงกันจนเป็นที่สิ้นสงสัยไปแล้ว อย่างไรก็ตาม
ยังมีคนรักปลาส่วนหนึ่งที่ยังเกี่ยงงอนไม่ยอมที่จะเติมเจ้า EM ลงในบ่อเลี้ยง ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ต้องการให้น้ำในบ่อเลี้ยงเป็นสีเหลือง ทำให้แลดูไม่สะอาดตา
อีกทั้งยังบดบังความงามของปลาที่เลี้ยงอยู่ให้ดูลดทอนความงามลงไปอย่างหลีกเลี่ยงอันใดมิได้ อย่ากระนั้นเลยครับ คนรักปลาทั้งหลาย อย่าปล่อยให้สาเหตุเพียงน้อยนิด มาเป็นตัวขัดขวางให้ปลาอันเป็นที่รักของเราพลาดโอกาสที่จะได้รับสิ่งดีๆ ไปเลย วันนี้นาย Kevin มีอีกหนึ่งวิถีทางที่ทำให้เจ้าอัญมณีที่มีชีวิตเหล่านี้ ได้รับสิ่งดีๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวน้ำเหลืองอีกต่อไป วิธีนี้หากใครรู้แล้วก็อย่าหาว่านาย Kevin คนนี้เชย หรือเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเลยครับ ถือว่าผมเขียนเรื่องรับใช้คนรักปลาที่ยังไม่ทราบก็แล้วกัน เริ่มต้นนั้น ให้เราหาวิตามินเสริมที่เราต้องการจะให้ปลาคาร์พแสนรักของเราได้รับไปด้วยมาก่อนล่ะครับ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที่ผมว่า ควรให้กันเป็นประจำ ดูเหมือนจะเป็นวิตามินซี (ชนิดผงสำหรับสัตว์น้ำ) นั่นแหละครับ นอกจากนี้ก็อาจเป็นวิตามินรวมอื่นๆ ผมไม่ได้จำกัดยี่ห้อว่าต้องเป็นยี่ห้อไหนๆ นะครับ เอาที่คุณๆ ทั้งหลายมั่นใจว่าดีละกัน แต่ผมของแนะนำนิดนึงว่าเลือกชนิดหรือแบบที่ผสมสารเหนียวไว้ด้วยจะเป็นดี เนื่องจากจะสามารถจับเม็ดอาหารได้นานๆ เมื่อได้วิตามินผงหรือกระทั่งสารอันใดต่างๆ (รวมถึงสาหร่ายสไปรูลิน่า หรือกระทั่งแอสตราแซนตินก็ตาม) ที่เราต้องการให้ปลาจะได้รับมาแล้ว ก็นำมาผสมกันตามสัดส่วนที่ต้องการ จากนั้นก็เทเจ้าแบคทีเรียอเนกประสงค์ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกะประมาณว่าให้พอขลุกขลิก และปริมาณพอเพียงที่จะคลุกเคล้าอาหารได้หนึ่งมื้อที่เราจะให้ จากนั้นก็เทอาหารเม็ดสำหรับมื้อนั้นที่เราจะให้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยมือของเจ้าของเองนี่แหละอารมณ์ดี ช่วงเวลานี้อย่าแปลกใจหากจะมีสุนัขหรือแมวมาขอแบ่งปันอาหารปลากินบ้าง เพราะว่ากลิ่นมันหอมเหลือใจ หลังจากที่คลุกเคล้ากันจนทั่วแล้ว ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง |
![]() EM และวิตามินเสริม ที่เลือกมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ |
| กะเอาว่าประมาณ 10 นาที ปล่อยให้อาหารเม็ดดูดซึมเอาสารผสมสูงค่าสำหรับสุขภาพปลาอันเป็นที่รักเข้าไว้ข้างใน และสารอาหารบางส่วนจะได้เกาะติดแน่นที่ผิวของอาหารเม็ด จากนั้นก็ได้เวลาอร่อยของปลาแล้วล่ะ สำหรับคนรักปลาบางท่านที่ขี้เกียจ อาจถามผมว่าแล้วกวนครั้งเดียวทิ้งไว้ใช้หลายๆ วันได้ไหมครับ ผมขอตอบว่าอย่าดีกว่าครับ เพราะวิตามินซี (ซึ่งผมแนะนำว่าควรใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมเป็นอันดับแรก) นั้นจะสลายไปตามเวลาที่ผ่านไป แท้จริงแล้วควรใช้ให้หมดภายในเวลา 1 ชั่วโมงเสียด้วยซ้ำไป แต่หากเป็นการคลุกกับ EM เพียงอย่างเดียวเท่านั้น (ไม่มีวิตามินซีผสมด้วย) การทิ้งไว้ให้หมักกับอาหารเม็ดเป็นเวลาสักสองชั่วโมงแล้วค่อยให้ปลา จะเป็นการดีกว่าให้ทันที เพราะเจ้า EM จะไปทำให้โครงสร้างของสารอาหารเปลี่ยนไปในทางที่ถูกดูดซึมและในไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ทิ้งไว้เพียงแค่สิบนาที ก็ใช่ว่าจะทำให้ EM ด้อยค่าไปเสียเลยทีเดียว เนื่องจากว่าการที่ EM ได้เข้าไปอยู่ในลำไส้ของปลาก็จะช่วยให้ระบบดูดซึมอาหารของปลากระทำได้ดีขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ของเสียที่ปลาขับถ่ายออกมาก็จะมี EM อยู่ในนั้นด้วย ซึ่งเมื่อถูกพัดพาเข้าระบบกรอง เจ้า EM นี้ก็จะทำให้ระบบการย่อยสลายทางชีวภาพในระบบกรองของเราดีขึ้นด้วย |
![]() นำวิตามินมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีๆ เสียก่อน ผสมเก็บไว้ได้เลย |
![]() คราวนี้อยากเพิ่มอะไรลงไปก็ได้ตามใจ ในรูปจะเป็น คลอโรฟิลล์ พิงค์หรือชื่อ อย่างเป็นทางการว่า แอสตราแซนติน |
![]() เทลงไปทีหลัง เนื่องจากว่าสารเร่งสีนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ทุกเมื่อเชื่อวัน |
![]() แกว่งๆ ภาชนะที่ใส่เสียนิดหน่อย ผงวิตามินกับสารเร่งสีก็เข้ากันดี |
![]() จากนั้นก็เท EM แบคทีเรียสารพัดประโยชน์ลงไป |
![]() แกว่งๆ ไปมา หรือกวนให้เข้ากัน จนได้สารเหนียวๆ หนืดๆ อย่างที่เห็น |
![]() เทอาหารเม็ดตามจำนวนที่เราจะให้ในมื้อนั้นๆ |
![]() เทลงไปเลย |
![]() คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้สัก 10 นาที |
![]() จากนั้นก็ถึงเวลาอร่อยแล้วล่ะ |
วิธีนี้คุณทั้งหลายยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับพวกน้ำมันตับปลา
หรือกระทั่งวิตามินชนิดอื่นๆ ได้ด้วย ลองใช้กันดูนะครับ ถือเป็นอีกสิ่งดีๆ ที่คุณสามารถมอบให้อัญมณีแห่งสายน้ำในบ่อของคุณได้ Good Koikeeping Kevin Koilover Group |