![]() Dr. Teruo Higa ผู้ค้นพบอีเอ็ม ![]() |
อีเอ็ม อัพเดท จำได้ว่า ผมเคยเขียนเรื่องอีเอ็มมาแล้วครั้งหนึ่ง ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว มีข้อมูลใหม่ๆ ที่ผมได้รับเพิ่มขึ้นมาก เลยคิดว่าได้เวลาแล้วล่ะครับที่จะนำเรื่องอีเอ็ม กลับมาขัดเกลาเสียใหม่อีกทีให้มันดูทันสมัย และให้ประโยชน์แก่เพื่อนๆ ได้มากขึ้น ก่อนอื่น รู้จัก อีเอ็ม (อีเอ็ม) กันหน่อยว่า มันคืออะไร อีเอ็ม ย่อมาจาก Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง Dr. Teruo Higa ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวนมหาวิทยาลัยริวคิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบ อีเอ็ม เมื่อ พ.ศ. 2526 ท่านอุทิศทุ่มเททำการวิจัยผลว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้ใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้น ศาสนาจารย์วาคุกามิ ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยท่านเป็นประธานมูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา หรือ คิวเซ (คิวเซ แปลว่า ช่วยเหลือโลก) ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ลักษณะของ อีเอ็ม
รูปซ้าย ศาสนาจารย์วาคุกามิ ผู้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย |
ก่อนที่เราจะรู้จัก อีเอ็ม ให้มากไปกว่านี้ อยากให้เพื่อนๆ
เข้าใจหลักความจริงง่ายๆ ในธรรมชาติของจุลินทรีย์ คือ จุลินทรีย์มี 3 กลุ่ม คือ
จากการค้นคว้าดังกล่าว ได้มีการนำเอาจุลินทรีย์ที่ได้รับการคัดและเลือกสรรอย่างดีจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มารวมกัน 5 กลุ่ม (Families) 10 จีนัส (Genues) 80 ชนิด (Spicies) มาใส่ไว้ในอีเอ็ม จุลินทรีย์กลุ่มต่างๆ ได้แก่ |
| กลุ่มที่ 1
เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกเชื้อราที่มีเส้นใย (Filamentous fungi) ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการย่อยสลาย สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีออกซิเจน
มีคุณสมบัติต้านทานความร้อนได้ดี ปกติใช้เป็นหัวเชื้อผลิตเหล้า ผลิตปุ๋ยหมัก ฯลฯ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสังเคราะห์แสง (Photosynthetic microorganisms) ทำหน้าที่สังเคราะห์สารอินทรีย์ให้แก่ดิน เช่น ไนโตรเจน (N2) กรดอะมิโน (Amino acids) น้ำตาล (Sugar) วิตามิน (Vitamins) ฮอร์โมน (Hormones) และอื่นๆ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ดิน กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมัก (Zynogumic or Fermented microorganisms) ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ดินต้านทานโรค (Diseases resistant) ฯลฯ เข้าสู่วงจรการย่อยสลายได้ดี ช่วยลดการ พังทลายของดิน ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชบางชนิด ของพืชและสัตว์ สามารถบำบัดมลพิษในน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่างๆ ได้ กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกตรึงไนโตรเจน (Nitrogen fixing microorganisms) มีทั้งพวกที่เป็นสาหร่าย (Algae) และพวกแบคทีเรีย (Bacteria) ทำหน้าที่ตรึงก๊าซไนโตรเจนจากอากาศเพื่อให้ดินผลิตสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน (Protein) กรดอินทรีย์ (Organic acids) กรดไขมัน (Fatty acids) แป้ง (Starch or Carbohydrates) ฮอร์โมน(Hormones) วิตามิน (Vitamins) ฯลฯ กลุ่มที่ 5 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสร้างกรดแลคติก (Lactic acids) มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นโทษ ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศหายใจ ทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพดินเน่าเปื่อย หรือดินก่อโรคให้เป็นดินที่ต้านทานโรค ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชที่มีจำนวนนับแสน หรือให้หมดไป นอกจากนี้ยังช่วยย่อยสลายเปลือกเมล็ดพันธุ์พืชช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีและแข็งแรงกว่าปกติอีกด้วย |
| ลักษณะเฉพาะของ อีเอ็ม อีเอ็ม เป็นจุลินทรีย์ กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ หรือ เรียกว่ากลุ่มธรรมะ ดังนั้น เวลาจะใช้ อีเอ็ม ต้องคิดอยู่เสมอว่า อีเอ็ม เป็นสิ่งมีชีวิต ฉะนั้น
|
| เมื่อคุณซื้ออีเอ็มมาแล้ว มีวิธีดูแลเก็บรักษาง่ายๆ ไม่ยุ่งยากครับ
โดยหัวเชื้อ อีเอ็ม สามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือนในอุณหภูมิห้องปกติ 25 - 45 องศาเซลเซียส โดยปิดให้สนิท อย่าให้อากาศเข้า และอย่าเก็บไว้ในตู้
และอย่าทิ้ง อีเอ็ม ไว้กลางแดด ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท เพื่อไม่ให้เชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นโทษ เข้าไปปะปน
การนำ อีเอ็ม ไปขยายต่อ ควรใช้ภาชนะที่สะอาด และใช้ให้หมดในระยะเวลาที่เหมาะสม เมื่อใดที่คุณเก็บอีเอ็มไว้นานๆ แล้ว เปิดฝาดูแล้วพบว่า
|
![]() อีเอ็มและกากน้ำตาล คู่ขวัญที่ขาดกันไม่ได้ ![]() นำอีเอ็ม กากน้ำตาลและน้ำสะอาดมาผสมเข้ากันตามสัดส่วนที่ระบุไว้ |
![]() หากผสมครั้งเดียวแล้วเกรงจะใช้ไม่หมด ก็สามารถตวงแบ่งผสมอีเอ็มขยายได้ตามส่วน ![]() ผสมให้เข้ากันดีแล้ว นำใส่ขวดปิดฝาไว้ให้แน่น อย่าให้อากาศเข้าได้ |
![]() นี่แหละดูกันชัดๆ กากน้ำตาลที่ทั้งข้นและเหนียว ![]() ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 5-7 วัน ขวดบรรจุจะออกอาการตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด |
![]() |
![]() |
ลองเปิดฝาดู หากเกิดพรายฟองฟูฟ่องขึ้นมาอย่างนี้ ก็แสดงว่า "ใช้การได้แล้ว" |
จนถึงตอนนี้ คุณคงพอเข้าใจและรู้จักอีเอ็มพอสมควรแล้ว
ทำไม อีเอ็ม จึงเป็นวิธีธรรมชาติในการนำมาใช้ในการเลี้ยงปลาคาร์พได้ คำตอบก็คือ คุณประโยชน์ของ อีเอ็ม ที่มีมากมายเลย
|
| วิธีทำ อีเอ็ม แบบขยาย เพื่อความประหยัด ขอแนะนำให้ทำ อีเอ็ม แบบขยาย ซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ให้แข็งแรงและเพิ่มจำนวน โดยการใช้อาหารประเภทกากน้ำตาล หรืออื่นๆ ที่ใช้แทนกันได้ เช่น น้ำซาวข้าว น้ำตาลทรายแดง โดยมีส่วนผสมคือ อีเอ็ม : 1 กากน้ำตาล : 1 น้ำสะอาด : 20 กรณีไม่มีกากน้ำตาล แต่ใช้น้ำตาลทรายแดง จะมีอัตราส่วนการขยายเป็นดังนี้ครับ อีเอ็ม : 1 น้ำตาลทรายแดง : 1 น้ำสะอาด : 10 เมื่อผสมสัดส่วนดังกล่าวแล้ว ให้หมักไว้เป็นเวลา 7 วัน ในขวดหรือภาชนะที่ปิดฝาได้สนิท ระหว่างนี้จะเกิดฟองแก๊สขาวๆ ขึ้นมา มีกลิ่นหอม หากมีกลิ่นเหม็นแสดงว่า การขยายไม่สำเร็จ เมื่อทำการหมักไว้ครบ 7 วันแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ครับ ซึ่ง อีเอ็ม แบบขยายนี้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน (รวม 14 วัน) มีคำถามหรือกระทู้ถามกันเข้ามาว่า "ขยายหรือไม่ขยาย" แตกต่างกันยังไง ก่อนหน้านี้เป็นประเด็นร้อนเล็กๆ พอควร หลังจากที่ได้มีการตีพิมพ์ลงในวารสารของทางอีเอ็มคิวเซว่า ไม่แนะนำให้ใช้อีเอ็มแบบขยายในปลาสวยงามนั้น ด้วยความสงสัยผมจึงได้โทรติดต่อศูนย์ฝึกอบรมที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเขามีเจ้าหน้าที่ที่ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ กรณีสัตว์น้ำ ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโดยเฉพาะเช่นกัน คำตอบหลักๆ ที่ได้รับรู้ก็คือ ปัญหาหลักที่เขาพบคือ เรื่องความสะอาดครับ ผมได้เล่าวิธีการเลี้ยงปลาคาร์พให้เจ้าหน้าที่ฟังครับว่า เรามีวิธีการเลี้ยงปลาคาร์พ ซึ่งมีระบบ สถานที่เลี้ยง และวิธีการเลี้ยงอย่างไรให้แก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ฯ ได้ฝากว่า จริงๆ การใช้อีเอ็มแบบขยายนั้นใช้ได้ครับ แต่ขอให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาดในขั้นตอนการทำ ภาชนะและน้ำสะอาดที่นำมาขยาย สำหรับความเห็นของผม ผมแนะนำให้ใช้อีเอ็มแบบขยายครับ แม้ว่าจะมีข้อเสียตรงที่น้ำในบ่อจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลออกเหลือง รำคาญตา แต่ก็จะหายภายใน 5-7 วัน การที่เราทำอีเอ็มแบบขยาย เป็นการช่วยกระตุ้นให้จุลินทรีย์มันตื่น พร้อมที่จะทำงานและมีจำนวนมากพอในการปรับระบบสมดุลย์ด้วย เพราะไม่แน่นี่ครับว่า จุลินทรีย์ที่คุณซื้อมานั้น เก็บในที่เหมาะสมหรือเปล่า และมีอายุการเก็บนานขนาดไหน |
วิธีการใช้ อีเอ็ม กับปลาคาร์พ
|
| เมื่อเริ่มใช้อีเอ็มแล้ว ปลาจะเป็นยังไงบ้าง วันแรกๆ ของการเติมอีเอ็มลงในบ่อ น้ำอาจจะเปลี่ยนสีไปเป็นสีน้ำตาลออกเหลือง ปลาอาจจะตกใจ ไปรวมตัวอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของบ่อครับ คุณจำเป็นต้องกระตุ้นให้จุลินทรีย์มันทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มอากาศลงในบ่อกรองด้วยครับ น้ำจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3-7 วันขึ้นอยู่กะปริมาณที่ใช้ ลักษณะของบ่อแต่ละแห่งครับ ประสบการณ์ของผมกับเพื่อนคนอื่น พบว่าปลากินอาหารเก่งขึ้นครับ เจ็บป่วยน้อยลง หุ่นปลาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วยครับ ราคาจำหน่ายอีเอ็ม : ขวด 1 ลิตรราคา 68 บาท/ขวด 10 ลิตรราคา 680 บาท มักจะมีกากน้ำตาลจำหน่ายต่างหากด้วย |
|
สำหรับเพื่อนที่อยากจะลองใช้สินค้าประเภทนี้
ที่ไม่ใช่อีเอ็มแล้วล่ะก้อ ผมขอให้ข้อคิดในการเลือกซื้อครับว่า มีหลักง่ายๆ ในการตัดสินใจยังไงบ้าง
|
![]() |
บทสรุป สำหรับผมแล้ว สิ่งที่ได้จากการใช้อีเอ็มนั้น ไม่เพียงแค่สุขภาพปลาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเท่านั้น อีเอ็มยังช่วยให้แนวคิดเรื่องเหตุและผลเพิ่มเติมอีก เหล่า koilover ทั้งหลายต่างพากันแสวงหาอาหารดีเลิศต่างๆ นาๆ มาช่วยดึงความสวย รูปโฉม นมพรรณที่ซ่อนอยู่ให้ปรากฎออกมามากที่สุด แต่ว่าเราต่างก็ลืมนึกไปถึงเรื่องปัจจัยภายในของตัวปลาเอง แม้ว่าจะให้อาหารดีเลิศเพียงใด แต่ระบบย่อยอาหารไม่ดีแล้ว ไม่ว่ากินอะไรก็ตาม มันก็ถูกขับถ่ายออกมา ไม่เกิดประโยชน์ แถมน้ำจะสกปรกเร็วขึ้นอีก ซึ่งอีเอ็มจะเป็นตัวที่จะไปแก้ที่ต้นเหตุครับ Pat เก็บมาเล่า, Kevin ถ่ายภาพ Koilover Group 05/06/45 |
| ที่มา : - เอกสารเผยแพร่ข้อมูลบริษัท อีเอ็มคิวเซ จำกัด - Higa, T. 1995 Studies on Purification and Recycling of Animal Waste Using Effective Microorganism (EM). - Higa, T.; Parr, J. 1994. Beneficial and Effective Microorganisms for a Sustainable Agriculture and Environment. International Nature Farming Research Center Atami, Japan. - Kitazato Environmental Science Center. 1994. What is EM? & Case Study. - Moore, P.A.; Daniel, T.C.; Edwards, D.R.; Miller, D.M. Evaluation of chemical amendments to reduce ammonia volatilization from poultry litter. Poultry Science. Savoy, IL : Poultry Science Association. Mar 1996. V. 75. |