ไม่แน่ใจว่ารูปตัวอย่างน้ำเขียวที่หามาได้กับที่หลายคนมีปัญหาอยู่บ่อไหนเขียวกว่ากัน

หนึ่งในอาการเบื้องต้นส่อเค้าว่ามีสารอินทรีย์ตกค้างจากการย่อยสลายชีวภาพที่ไม่ดีพอ จะเห็นว่าน้ำไม่ใสมีสีและมีฟองมากบริเวณผิวน้ำ

รูปนี้ เป็นบ่อตั้งอยู่ข้างๆ บ่อน้ำเขียวรูปบนสุด จะเห็นว่าน้ำไม่เขียวแต่ใสกว่า เนื่องจากบัวที่ขึ้นอยู่ในบ่อช่วยดูดไนเตรทและสารอาหารอื่นๆ ของแพลงตอนพืช และช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องลงในบ่อมากเกินไป

รูปบนทั้งคู่แม้จะพอมองออกว่าปริมาณแสงทั้งสองรูปไม่เท่ากัน แต่ก็พอจะอนุมาณได้ว่าสแลนสีดำสามารถกรองแสงแดดจากภายนอกได้ดีกว่า (ถ่ายจาก koimart farm)

Test kits ของ Tetra เราไม่ได้โฆษณาสินค้าให้ แต่ต้องยอมรับในประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้งานสมราคาที่แพงสำหรับแต่ละจุ่ม วัดค่าได้ทั้งไนเตรท ไนไตรท์ ค่าความ เป็นกรดด่าง ค่า GH และค่า KH

การให้ออกซิเจนในบ่อเลี้ยงและบ่อกรองมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงเกิด ปรากฎการณ์น้ำเขียว ฤดูร้อนในบ้านเรามีแสงแดดจัดและยาวนาน อุณหภูมิที่สูงทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำได้น้อยลง การเพิ่มอากาศเป็นสิ่งจำเป็นมาก (ถ่ายจาก koimart farm)

  น้ำเขียวแก้อย่างไร
       หลายคนคงเคยเจอกับปัญหาน้ำเขียวโดยเฉพาะกับคนที่มีบ่อตั้งอยู่กลางแจ้ง และแม้จะพยายามแก้ไขแล้วก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ดี

น้ำเขียวมีดีที่ตรงไหน
คนเลี้ยงปลามักจะบ่นหากพบว่าน้ำในบ่อมีสีเขียวเพราะมองไม่เห็นตัวปลา บางทีกว่าจะเห็นปลาได้ปลาที่ป่วยอยู่แล้ว ก็ช่วยไม่ทันการ แต่น้ำเขียวก็มีข้อดีตรงที่เป็นแหล่งอาหารเสริมตามธรรมชาติให้ปลาเช่นกัน ซึ่งมักจะหาไม่ได้ง่ายๆ ในบ่อคอนกรีต แพลงตอนพืชในน้ำเขียวนั่นแหละที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ตลอดจนสารเร่งสี

รู้แล้วอย่างงี้ ทำไมจะต้องแก้ปัญหาน้ำเขียว
นอกจากจะเป็นอุปสรรคในการมองดูปลาแล้ว ปัญหาสำคัญที่เกิดจากน้ำเขียวคือ การลดปริมาณออกซิเจนอย่างฉับพลันในตอนกลางคืน เพราะตอนกลางวันแพลงตอนพืชในน้ำจะทำการสังเคราะห์แสงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และผลิตก๊าซออกซิเจนออกมา แต่กลางคืนแพลงตอนพืชเหล่านี้กลับต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแทน ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อมีปริมาณมากรวมกับน้ำจะมีฤทธิ์เป็นกรด แต่โชคดีความเป็นกรดมักจะถูกสะเทินทำให้เป็นกลางโดยปะการังในบ่อกรอง หรือหากคนเลี้ยงใช้น้ำยาหรือสารเคมีเติมในน้ำเพื่อกำจัดแพลงตอนเหล่านี้ อาจต้องพบกับปัญหาปลาตายอย่างฉับพลัน ซึ่งอาจเกิดจากสารเคมีที่เป็นพิษ หรือปริมาณออกซิเจนในน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะแบคทีเรียต้องใช้เพื่อย่อยสลายแพลงตอนเหล่านี้

มารู้จักน้ำเขียวให้ลึกซึ้งกันหน่อย
น้ำที่เราเห็นเป็นสีเขียวนั้น จริงๆ แล้วแขวนลอยด้วยแพลงตอนพืชที่ต้องใช้การสังเคราะห์แสง มีขนาดรูปร่างเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูครับ ตะไคร่ที่เกาะข้างผนังบ่อก็จัดเป็นพืชกลุ่มเดียวกันแต่มีหลายหลายสายพันธุ์ มีทั้งสีอื่นๆ เช่น น้ำตาล สีแดง เหลือง พืชกลุ่มนี้ขยายพันธุ์โดยอาศัยสปอร์แพร่กระจายล่องลอยไปตามลม คุณจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเกิดได้ยังไง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำเขียว
1. อาหาร เราทราบกันว่าสารอาหารหลักของพืชได้แก่ N P K ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียมนั่นเอง โดยไนโตรเจนจะเป็นสารอาหารที่พบมากในน้ำในรูปของไนเตรท (NO3) ที่พืชนำไปใช้ได้ ไนเตรทเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยแบคทีเรีย ฟอสฟอรัสในน้ำปกติเรามักพบในรูปของสารประกอบฟอสเฟต ซึ่งก็มาจากการย่อยสลายสารอาหารและของเสียที่ปลาขับถ่ายออกมาเช่นกัน ส่วนโปตัสเซียม พบบ้างแต่ไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับ ไนเตรทและฟอสเฟต
2. อุณหภูมิ สังเกตอย่างหนึ่งว่า ปัญหาน้ำเขียวมักจะรุนแรงในฤดูร้อนมากกว่าฤดูหนาว อุณหภูมิเป็นปัจจัยในการ เร่งอัตราการสังเคราะห์แสงของแพลงตอนเหล่านี้ให้สูงขึ้น
3. แสงสว่าง แพลงตอนพืชต้องการใช้แสงสว่างเพื่อการเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ ยิ่งแสงสว่างมีปริมาณมากส่อง ลงผิวน้ำเท่าไหร่ ก็ช่วยเพิ่มปริมาณการสังเคราะห์แสงของแพลงตอนมากเท่านั้น

วิธีการควบคุมน้ำเขียว
1. การลดปริมาณสารอาหารภายในบ่อ หลายคนบอกว่าทำไมน้ำเขียวทั้งๆ ที่ค่าไนเตรทวัดได้อยู่ในระดับปลอดภัย ความเป็นจริงก็คือ ระดับไนเตรทที่ปลอดภัยสำหรับปลาคาร์พไม่ได้มีความสัมพันธ์กับระดับไนเตรทที่เหมาะสมในการเกิดน้ำเขียวแต่อย่างใด แม้ว่ามีระดับไนเตรทที่ต่ำ แต่เราก็เห็นว่าตะไคร่พืชในกลุ่มเดียวกันข้างผนังบ่อก็ยังเติบโตได้ไม่มีปัญหา ในขณะเดียวกันบางครั้งไนเตรทมีค่าค่อนข้างสูง แต่น้ำก็ไม่เขียว แสดงว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วย การลดปริมาณสารอาหารทำได้หลายวิธีควบคู่กัน ได้แก่
- การถ่ายน้ำออกบางส่วนหรือให้มีระบบน้ำล้นเพื่อลดปริมาณไนเตรทสะสมอาจเป็นวันละ 5-10% ของปริมาตรน้ำทั้งหมด
- การลดปริมาณไนเตรท ฟอสฟอรัสและโปตัสเซียมแบบชีววิธี โดยอาจให้น้ำที่เข้าสู่ระบบกรองไหลผ่านพืชน้ำ เช่น อเมซอนใบกลม ผักขาเขียด ธูปฤษี คล้ายๆ กับการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน
(Hydroponics) เพื่อให้พืชพวกนี้ช่วยดูดซับสารอาหารดังกล่าวลดปริมาณตกค้างในน้ำ บางคนที่ทำบ่อปลาแบบมีน้ำตกหรือมีการปลูกพืชลงในบาง ส่วนของบ่อกรองก็จัดเป็นชีววิธีเช่นกัน
- การลดปริมาณปลาในบ่อ แหม! วิธีนี้ช่างทำได้ยากเย็นจริงๆ กรณีที่ผู้เลี้ยงมีปริมาณปลามากเกินกว่าบ่อกรอง ของคุณจะสามารถรองรับได้ อาจจะต้องค่อยๆ ทำไป จะช่วยลดปริมาณไนเตรทและสารอาหารอื่นๆ ในระบบ
- ลดปริมาณอาหารที่คุณให้แก่ปลาเป็นการชั่วคราว เพราะนั่นหมายถึง ปริมาณไนเตรทที่จะเกิดขึ้นมากตามปริมาณอาหารที่คุณให้ด้วย กรณีที่บ่อกรองคุณเต็มประสิทธิภาพนะ

2. การลดปริมาณแพลงตอนพืชในน้ำโดยตรง
- การเพิ่มหรือปรับปรุงประสิทธิภาพการกรองแบบชีวภาพ โดยอาจปรับเปลี่ยนเพิ่มช่องปะการังให้มากขึ้น เพื่อให้ แบคทีเรียมีพื้นที่ผิวสำหรับแบคทีเรียเกาะอาศัยมากขึ้น เป็นการเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่จะช่วยย่อยสลายแพลงตอน
- การใช้สารเคมี วิธีนี้สำหรับหลายคนอาจคิดว่าสะดวกรวดเร็ว อย่างไรก็ดีคงไม่มีสารเคมีตัวไหนที่ปลอดภัยต่อปลาหรอกครับ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อีกทั้งเมื่อใช้ไปแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัญหาใหม่ๆ ตามมา ซึ่งจะต้องคอยแก้ไขกันแบบไม่รู้จบ อีกทั้งไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

3. การจำกัดปริมาณแสง วิธีนี้ค่อนข้างจะเป็นวิธีที่เด็ดขาดในการกำจัดหรือลดปริมาณแพลงตอนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันใจ กรณีที่บ่ออยู่กลางแจ้ง ให้แสงส่องลงมาที่บ่อเพียง 50% ของพื้นที่ผิวหน้าบ่อและไม่ควรเกิน 12.00 น. แม้ว่าแสงแดดจะมีประโยชน์ แต่หากมีปริมาณมากเกินไป แสงอุลตร้าไวโอเล็ตจะกลับทำลายสีสันบนตัวปลาทำให้จางลงโดยเฉพาะแสงแดดในตอนบ่าย หากบ่อคุณอยู่กลางแจ้ง การใช้สแลนสีดำจะช่วยกรองแสงที่ผ่านลงมาได้ดีกว่าสีเขียวมาก ความหมายเรื่องแสงแดดของผมยังหมายความถึง แสงแดดทางอ้อมที่สะท้อนจากสิ่งรอบข้างด้วย เช่น ผนังตึกสีขาว กระจกข้างอาคาร บางครั้งคลุมกันแดดด้านบนแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอก็อาจมาจากแสงรอบข้างนี่แหละ อาจต้องปิดกันแสงด้านบนเพิ่มขึ้น หลายคนจัดการกับน้ำเขียวโดยใช้ผ้าพลาสติกผืนใหญ่คลุมบ่อ หรือกางปิดด้านบนของบ่อเพียง 3-5 วัน น้ำก็กลับมาใสตามเดิมแล้ว

ข้อระมัดระวังระหว่างการมีน้ำเขียวเกิดขึ้นในบ่อและช่วงการกำจัดแพลงตอนในน้ำ
- ควรเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้เพียงพอทั้งบ่อเลี้ยงและบ่อกรอง เพื่อป้องกันปัญหาปลาตายจากการขาดออกซิเจนอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะตอนกลางคืนและตอนเช้ามืด และอาจสังเกตว่า ตอนเช้ามืดปลามีอาการขาดออกซิเจน โดยการลอยคอที่ผิวน้ำหรือไม่ ถ้ามีลักษณะอาการแบบนี้ บอกให้เรารู้ว่า ปริมาณออกซิเจนอาจไม่พอ (ระบบการเติมอากาศแบบใช้เครื่องปั้มอากาศจัดว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะสามารถเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำได้มากที่สุด)
- ควรหมั่นสังเกตปลาในช่วงน้ำเขียว เพราะอาจป่วยจากการที่ค่ากรดด่างของน้ำเปลี่ยนแปลงต่างกันมากระหว่างกลางวันและกลางคืน อาจทดสอบโดยวัดค่าพีเอชตอนกลางวันและตอนเช้ามืดประมาณ
6.00 น. เปรียบเทียบกัน

       ผมเชื่อว่า หากคนเลี้ยงทำได้ตามวิธีการต่างๆ เหล่านี้แบบผสมผสานร่วมกัน แค่นี้ปรากฎการณ์น้ำเขียวก็จะไม่เกิดขึ้นแก่บ่อปลาของคุณเช่นเดียวกับบ่อปลาของผมแน่นอน

Pat Koilover Group (ชมรม....คอยคนรัก หรือคอยคน(มา)รัก)

 

 




สภาพบ่อเลี้ยงที่ประสบกับปัญหาน้ำเขียวเนื่องจากปัจจัยหลายประการได้แก่ บ่อตั้งอยู่กลางแจ้งได้รับแสงแดดเกือบทั้งวัน สภาพบ่อกรองที่สร้างไม่ถูกต้อง มีบ่อกรองชีวภาพแบบปะการังเพียงช่องเดียว และบ่อกรองมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาตรน้ำในบ่อเลี้ยง และการที่บ่อตั้งอยู่บริเวณสวนหย่อมจึงมีเศษใบไม้ตกลงสู่บ่อเป็นการเพิ่มภาระแก่แบคทีเรีย (เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณวิน)