"Montmorillonite" The Secret of Stone

    เชื่อว่า หลายคนที่คลิ๊กเข้ามาในเรื่องนี้ เป็นอะไรที่คุณไม่คุ้นและไม่เคยรู้มาก่อนว่า มันคืออะไร เนื้อหาส่วนนี้ต้องขอบอกก่อนว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลมาจากหลายๆ แหล่งและเป็นความเห็น ความเชื่อส่วนตัวอย่างหนึ่งที่ทีมงานท่านอื่นไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และที่สำคัญเนื้อหาตอนนี้เหมาะสำหรับคนที่มีซีเรียสกับการเลี้ยงปลาจริงๆ หรือมีลูกบ้าอยู่ในตัวพอสมควรครับ
ได้ยินมาว่า บ่อดินที่ญี่ปุ่นบนภูเขา ภายหลังการเก็บเกี่ยวอวนปลาเพื่อจับขายหรือเก็บไว้ในบ่อปูนแล้ว ทางฟาร์มมีการตากบ่อให้แห้งและมักจะมีการใส่ขี้เถ้าเพื่อปรับสภาพก้นบ่อ ก่อนที่จะเติมน้ำใหม่และทำการเลี้ยงปลาต่อไป เจ้าขี้เถ้านี่แหละครับที่เป็นที่มาส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ และยังมีคำถามอีกมากมายว่า ทำไมปลาที่เลี้ยงที่ญี่ปุ่นจึงสวยกว่าเลี้ยงที่ประเทศอื่นๆ บางคนนำปลาราคาแพงๆ เข้ามาเลี้ยง แต่ในที่สุดกลับปรากฎว่า ความสวยค่อยๆ ร่วงโรยราไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนตอนที่จะตัดสินใจซื้อ ลองติดตามต่อครับว่า ความลับมันอยู่ที่ไหน

    ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ในแนวรอยแยกของเปลือกโลกครับ มีภูเขาไฟมากมายทั้งที่ยังคงคุกรุ่นอยู่และที่ดับไปแล้ว โครงสร้างพื้นดินจึงเต็มไปด้วยแร่ธาตุจากใต้เปลือกโลก กอปรกับแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการละลายของหิมะในหน้าหนาวผ่านชั้นดิน ชั้นหิน ซึ่งช่วยละลายแร่ธาตุต่างๆ ออกมาในน้ำ ต่างจากบ้านเรานั้น แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นได้จากน้ำฝนและแร่ธาตุต่างๆ มาจากภูเขาหินปูนเป็นหลัก มีหลายฟาร์มนำแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นน้ำแร่มาใช้ในการอนุบาลลูกปลา ซึ่งมีความเชื่อกันว่า มันอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิด และมีความจำเป็นในการพัฒนารูปร่างและผิวพรรณตั้งแต่ยังเล็ก แต่น้ำแร่ที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ใช่น้ำแร่แบบบ้านเราที่มีกลิ่นเหม็นของก๊าซไข่เน่านะครับ แต่เป็นน้ำแร่ประเภทเย็นไม่มีกลิ่นต่างหาก
    ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนพยายามหาเหตุผลและพยายามจำลองคุณสมบัติต่างๆ ในบ่อเลี้ยงให้เหมือนประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด "Montmorillonite" นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งอีกชื่อหนึ่งที่เราเรียกกันก็คือ เถ้าภูเขาไฟนั่นเอง ซึ่งเป็นกลุ่มสินแร่ในตระกูล Smectite group ครับ มีแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบมากกว่า 60 ชนิด ซึ่งเมื่อละลายน้ำแล้วจะปลดปล่อยแร่ธาตุนานาชนิด ให้ปลาสามารถดูดซึมเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ (Ion Exchange)
    Montmorillonite อาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันในแต่ละประเภทครับ เช่น U.S. เรียก Bentonite เพราะพบมากแถบเทือกเขา Fort Benton ประเทศญี่ปุ่นก็พบมากเช่นกัน เพราะอยู่ในเขตรอยแยกของเปลือกโลกนั่นเอง Montmorillonite แบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ
1. Calcium based เป็นตัวที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ หรือใช้ในการปรับสภาพน้ำ เพื่อให้สัตว์น้ำได้มีการดูดซึมไปใช้
2. Sodium based ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมี และสารชำระล้าง
 


Montmorillonite ที่มีผู้สั่งนำเข้ามาจำหน่าย
ในบ้านเราครับในชื่อของ Refresh


ด้านหลังของบรรจุภัณฑ์ Refresh


ลักษณะผงของ Refresh ที่ผ่านกระบวนการแล้ว
จะละเอียดละลายน้ำได้ดี
 
    Calcium bentonite / montmorillonite มีคุณภาพแตกต่างกันตามแหล่งที่พบครับ แต่ยิ่งมีแร่ธาตุมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี ซึ่งสำหรับปลาคาร์พแล้ว เชื่อว่า มีส่วนช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นไปได้ดี ปลามีคุณภาพผิวดีขึ้น ซึ่งด้านคุณภาพของน้ำแล้ว Montmorillonite เมื่อละลายน้ำแล้ว จะไปจับกับสารพิษในน้ำ แอมโมเนีย ลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น ฟองอากาศที่ผิวน้ำ ทำให้เกิดการตกตะกอนเข้าสู่ระบบกรองในที่สุด จนมีบางท่านกล่าวว่า ทำให้น้ำใสขึ้น ด้านผลในเรื่องผิวพรรณปลา ยังเป็นที่ไม่สามารถสรุปได้ครับว่า ส่งเสริมให้ผิวพรรณของปลาสวยขึ้นอย่างชัดเจน เพราะอย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอี่นที่มีผลในเรื่องความสวยงามหรือคุณภาพของผิวพรรณ

ความจำเป็นที่จะต้องเติม Montmorillonite ลงในน้ำ
    มีหลายท่านกล่าวว่า การเลี้ยงปลาในบ่อปูนนั้น มีข้อเสียตรงที่ปลาของเราเลี้ยง จะมีโอกาสได้รับแร่ธาตุ ค่อนข้างน้อยกว่าปลาที่อยู่ในบ่อธรรมชาติครับ เพราะน้ำประปาที่เราเลี้ยงปลานั้นผ่านกระบวนการบำบัด พร้อมทั้งมีการเติมสารปรับคุณภาพน้ำให้เหมาะสมที่จะบริโภค ทำให้คุณสมบัติและคุณค่าตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป จึงขาดความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงปลาอย่างแท้จริง
    ส่วนบ่อดินนั้น โอกาสที่ปลาจะได้รับแร่ธาตุต่างๆ ย่อมมีมากกว่าบ่อปูนแน่นอน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงด้านมลพิษและศัตรู โรคติดเชื้อที่มากับแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะบ้านเราแล้ว ความเสี่ยงสูง

    Montmorillonite จริงๆ แล้ว มีการเติมลงเป็นส่วนผสมในอาหารปลาเช่นกันครับ แต่เพราะความกลัวว่า จะมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความจำเป็นของปลานั่นเอง การเติมลงในน้ำจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ลักษณะของ Montmorillonite ที่ดีเป็นอย่างไร
    Montmorillonite จริงๆ มีหลายสีครับ ไม่ว่าที่มีสีขาวหรือเทาล้วนๆ หรือออกน้ำตาล Montmorillonite เมื่อละลายน้ำ จะเป็นสินแร่ที่มีลักษณะดูดหรืออุ้มน้ำ คล้ายดินเหนียวสีขาว เทา ลื่นๆ น้ำที่ละลายแล้วจะมีสีคล้ายๆน้ำกาแฟจางๆ หรือน้ำซาวข้าวขาวๆ เทาๆ ครับ
 


ลักษณะทางกายภาพของ Refresh ซึ่งละลายน้ำแล้ว


หากใครอยากใช้ Montmorillonite แบบราคาถูกที่เรียกว่า Cat litter / ทรายแมว ก็ไม่ว่ากัน
เนื้อจะเป็นเม็ดและค่อนข้างหยาบ
มีสิ่งเจือปนบ้างที่ไม่ละลายน้ำ


Cat litter แบบไม่ดี เพราะมีออกไซด์ของเหล็กเจือปนอยู่ ไม่ควรเลือกใช้ครับ
 


Cat litter พอละลายน้ำแล้ว
จะมีการดูดซับน้ำเข้าไว้ในตัว


Cat litter กรณีเก็บไว้แล้ว มีความชื้นจับ
จะมีการเกาะเป็นก้อน แต่ยังนำมาใช้ได้ครับ


Cat litter พอละลายน้ำแล้ว จะมีสีเทาๆ ขาวๆ
 
    สำหรับบ้านเรา มีผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาจากประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถสอบถามจากฟาร์มต่างๆ ได้ แต่สำหรับคนที่มีทุนน้อย จะลองใช้ Bentonite แบบที่ผมใช้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งใกล้ๆ ตัวก็คือ ทรายแมว / Cat litter นี่แหละครับ ถ้าดูข้างๆ บรรจุภัณฑ์จะมีการเขียนบอกไว้ว่า เป็น Natural bentonite และที่สำคัญต้องไม่มีการเติมสี เติมกลิ่น (ซึ่งหายี่ห้อยากมาก) ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อปลาได้ครับ ซึ่งราคาทั้ง 2 แบบนี้คือ Bentonite ที่ผลิตมาใช้เพื่อเลี้ยงปลาคาร์พโดยตรง และแบบที่เป็นทรายแมว มีราคาแตกต่างกันมาก เท่าที่ผมได้เคยลองสอบถามพรรคเพื่อนที่ได้ใช้และเปรียบเทียบกัน ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นเรื่องความบริสุทธิ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์มากกว่า และแบบแรกนั้น มีการย่อยมาให้ละเอียดจนเป็นผงแล้ว ซึ่งแบบแรกเมื่อละลายน้ำแล้ว จะละลายน้ำได้หมด ในขณะแบบที่สองหรือทรายแมวที่ผมได้ใช้นั้น จะมีตะกอนหลงเหลืออยู่ครับ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ได้มีการพัฒนาไปกว่าเดิม โดยอาจจะมีการเติมจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยของเสียหรือแร่ธาตุอื่น เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย

ข้อเสียของ Bentonite
    เหมือนผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ละลายน้ำได้ล่ะครับ เมื่อใช้ Bentonite ละลายในถังน้ำแล้วค่อยเทลงในบ่อ จะทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดลงครับ ดังนั้นควรใช้ Bentonite ในช่วงกลางวันจนถึงบ่าย


Refresh แบบก้อนไว้ใส่ในช่องกรอง เพื่อให้ค่อยๆ
ปลดปล่อยแร่ธาตุออกมาทีละน้อยๆ ไม่แน่ใจว่า
บ้านเรามีผู้นำเข้ามาจำหน่ายแล้วหรือยัง
อัตราการใช้ Bentonite
    เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควรครับ แต่ถ้าจะใช้เพื่อปรับคุณภาพน้ำ ผมแนะนำให้ใช้ไม่เกิน 100 กรัมต่อน้ำ 10 ตันครับ และเติมซ้ำตามสัดส่วนเมื่อมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือเดือนละ 1-2 ครั้ง สำหรับบ่อที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน เมื่อละลาย Bentonite ในถังน้ำต่างหากแล้ว ให้ค่อยๆ เติมลงบ่อ เพื่อมิให้ปลาตกใจ หรือกระโดดขึ้นจากน้ำครับ ผมเคยใจร้อนใส่มากกว่านี้ ผลปรากฎว่า ปลาลอยคอครับ ต้องถ่ายน้ำแล้วเติมน้ำใหม่เลยครึ่งบ่อ เพราะออกซิเจนมันลดต่ำลง

    เรื่องราวของปลาคาร์พยังมีอีกมากครับ ทั้งสนุก ทั้งน่าค้นคว้า และสืบเสาะแสวงหา ยังมีเรื่องราวอีกหลายอย่างที่รอคำตอบอยู่ครับ
 
ขอขอบคุณ คุณสุชาติ วิมุติอรัญ ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพ

Pat Koilover Group 14 กุมภาพันธ์ 2546





Montmorillonite ในชื่อการค้าคือ Biohealth ที่มีการนำไปประยุกต์มาขึ้น
โดยผสม Probiotic เข้าไปด้วยครับ