จากประตูนะครับ พื้นที่ก็แคบแค่นี้เอง
แต่ทำบ่อได้ 11 ตัน

พออ่านหัวเรื่องแล้ว ผมว่า คงเป็นเรื่องที่หลายๆ คนกำลังสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรดี แต่ที่จะเล่านี้ คงไม่ใช่วิชาการจ๋าอะไรหรอกครับ แต่เป็นการเล่าเรื่อง "อัพเกรด" บ่อ ที่บ้านผมเอง นั่นแหละ โดยมีคุณ Kevin หนึ่งในสมาชิก Koi Lover Group ช่วยเสริมเติมแต่งให้สมบูรณ์ขึ้น ยังไงก็ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

เรื่องเก่าเล่าใหม่มีอยู่ว่า ภายหลังทุบบ่อเก่าทิ้งแล้วสร้างบ่อใหม่ อัญมณีแห่งสายน้ำที่ซื้อ หามา สะสม ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อัตราปลาตายก็น้อยลงจนเหลือแค่ 1 ตัวจากปลาประมาณ 50-60 ตัวในปีที่ผ่านมา จนปลายปีช่วงที่หลายฟาร์มต่างเริ่มโปรโมชั่นกระหน่ำหั่นแหลก ผมก็ได้ปลาใหม่ แถมมีขนาด size 6 มาเพิ่มจนมีถึงประมาณ 70 ตัวกับบ่อขนาด 11 ตัน บ่อกรอง 2 ตัน ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ ปลาเกิด โรครู (Ulcer) ขึ้นมากับ Shusui ตัวโปรดของผม โรคนี้ไม่เคยเป็นกับปลาในบ่อมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ นอกจากนี้เกิดปรากฎการณ์อีกอย่างก็คือ น้ำมีสีน้ำตาล อมเหลือง ถ่ายน้ำออก บางส่วน ก็ไม่หาย สุดท้ายก็มาถึงคำตอบที่ว่า การย่อยสลายแบบชีวภาพในบ่อ เริ่มมีปัญหาเกิดกรดฮิมมิค พีเอชของน้ำตกลงเหลือ 6.5 ภายในเวลาไม่กี่วัน ต้องทำความสะอาดบ่อครั้งใหญ่อีกคราวหนึ่ง แค่นั้นยังไม่พอเกิดปัญหาน้ำขุ่นโดยตลอด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่นอกจากจะไม่ เห็นปลาในบ่อแล้ว กรณีปลาป่วยแล้วมักจะหลบอยู่ใต้บ่อไม่ขึ้นมา ผมก็มองไม่เห็นเช่นกัน

ในที่สุดก็มาถึงเวลาการอัพเกรดเสียที วิธีของผมนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างประหยัดกว่าวิธีซื้อถังมาเพิ่ม แต่ปรับจากการกรองแบบกายภาพให้เป็นแบบชีวภาพมากขึ้น โดยกรองแบบกายภาพลดเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ ยังไงลองติดตามรูปภาพก็แล้วกันนะครับ







มัจฉาแหวกว่าย



จากที่นั่งยาวระเบียงเหนือบ่อ อีกนิดก็ประตูครับ

กลาง ถ่ายตามยาวของบ่อครับ แต่ก่อนเป็นบ่อขุดแค่ 1 ตัน ต่อมาทำใหม่ ทุบบ่อเก่าทิ้ง อีกทั้งทุบระเบียงหน้าบ้านด้วยขุดลงไป ลึกประมาณ 2 เมตรกว่า แล้วค่อยลงเข็ม ผูกเหล็กและเทคอนกรีต แล้วหล่อระเบียงใหม่ภายหลัง สรุปแล้วบ่อเลี้ยง 11 ตันบ่อกรอง 2 ตัน ลูกๆ ของผมบางตัว มักจะขี้อายชอบว่าย เข้าไปหลบใต้ระเบียงเป็นประจำ
 



ซ้าย บ่อกรองของผมอยู่ไกลจากบ่อ เลี้ยงที่ผมยืนอยู่ประมาณ 7 เมตร ใต้ดินตามทางเดินจะมีท่อที่เป็นสะดือและท่อน้ำดีจากไดโว่ฝังอยู่ ส่วนท่อต่างๆ ข้างกำแพง จะมีทั้ง ท่อสายไฟ(สีเหลือง) ท่อลม จากเครื่องปั้ม hiblow ท่อน้ำดีที่ จะพ่นลงบ่อ และท่อน้ำประปา

ขวา ภาพมุมกว้างของบ่อกรองครับ ท่อลม hiblow ไปถึงด้านหน้า บ้าน ตามรูปซ้ายเลยครับ





ซ้าย เมื่อเปิดแผ่นหลังคาบ่อกรอง ด้านบนจะไปชี้ไปทางบ่อเลี้ยง มี 2 ช่องด้านซ้ายบนสุดคือ ไดโว่ดูดน้ำดี เข้าบ่อเลี้ยง ด้านขวาบนสุด คือบ่อ เกรอะ เป็นบ่อลึกที่สุดติดไดโว่ดูด ตะกอนออก โดยจะมีสะดือจากทุก บ่อไปเข้าบ่อเกรอะทั้งหมด ถัดมา จะเป็นบ่อปะการังช่องใหญ่ ถัดต่ำ ลงมาอีกเป็นบ่อพู่ 2 บ่อ และต่ำสุด เป็นบ่อกรองกายภาพครับ โดยใช้ แมทเป็นตัวดักตะกอนหยาบ

ขวา ถ่ายใกล้ครับ ช่องใส่แมทจะเป็นช่องแรกที่น้ำจากสะดือ บ่อเลี้ยงมา เข้าผ่านแนวนอนเข้าช่องพู่ด้านขวาต่อ แล้วค่อยผ่านแนวนอนอีกเข้าช่องพู่ซ้าย



 


  ซ้าย เมื่อน้ำผ่านเข้าช่องพู่ด้านซ้าย (พู่ด้านบน) แล้วจะมีทิศทางไหลลงในลักษณะ Down flow เข้าช่อง ใต้พื้นที่ต่อกับช่องปะการังต่อไป น้ำจะไหลผ่านตัวกลางที่เป็นปะการัง ขึ้นมาในลักษณะ Up flow

ขวา เมื่อน้ำไหลผ่านปะการังขึ้นมา จะเข้าสู่ช่องไดโว่ในแนวนอน ด้านซ้ายบน มีไดโว่ในช่องนี้ 2 ตัว พ่นในลักษณะใต้น้ำ และน้ำตก อีก 1 ตัวพ่นในลักษณะเหนือน้ำส่วน ช่องขวาบนเป็น บ่อเกรอะ ก็มีไดโว่ ไว้ดูดตะกอนออก เป็นครั้งคราว

 

 
  ขวา ภายหลัง ร่างแบบอัพเกรด บ่อเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเตรียมปะการังขนาดใหญ่ และขนาดเล็กลงไป โดยขนาดใหญ่ ใช้กับแบบหมาย เลข 3 ขนาดเล็ก ใช้กับบ่อหมาย เลข 2  
 
บน ช่อง 1 ที่เคยใส่แมทจะเป็นช่องรับน้ำจากก้นบ่อเลี้ยงมาเข้า (ลูกศร ชมพู) จะแก้ไขโดยใช้พู่ใส่แทน เพื่อใช้กรองตะกอนหยาบที่มีขนาดใหญ่ก่อน ช่อง 2 และ 3 ที่เคยใส่พู่ จะใส่ปะการังแทน และปรับเปลี่ยนทิศทางการไหลในช่อง 2 โดยเปลี่ยนเป็นแบบ Up flow โดยต่อท่อ 3 นิ้วรับน้ำจากบ่อช่อง 1 ในแนวดิ่ง (ลูกศรสีน้ำเงิน) น้ำที่ไหลออกจากท่อที่ต่อเชื่อมจะไหลผ่านปะการังในลักษณะ Up flow คือไหลในทิศทางขึ้นด้านบน ส่วนช่อง 3 น้ำจะไหลผ่านปะการัง ขนาดใหญ่ในทิศทางขาลง คือ Down flow (ลูกศรสีเขียว) จากนั้นจะผ่านปะการังช่อง 4 เช่นเดิมไหลในทิศทางขาขึ้น ที่เรียกว่า Up flow (ลูกศรสีแดง) เข้าสู่ช่อง 6 จะมีไดโว่ดูดน้ำผ่านระบบกรอง เข้าสู่บ่อเลี้ยงต่อไป ส่วนช่อง 5 เป็นบ่อเกรอะ รับตะกอนที่อยู่ที่ก้นแต่ละช่องมารวมกัน เพื่อดูดทิ้งต่อไป
 
  ซ้าย/ขวา เลือกใช้ปะการังขนาดใหญ่ 3-4 นิ้ว จะใส่ในช่อง 3 ที่มีน้ำผ่านตัวกลาง ในทิศทางขาลง Down flow เพื่อลดปัญหาการอุดตัน ส่วนรูปขวา ปะการังขนาด 1-2 นิ้วเลือกใส่ในช่อง 2 น้ำไหล แบบ Up flow ซึ่งมักไม่มีปัญหา การอุดตันหรืออุดตันน้อย  
 
  ขวา ภาพขยายการอัพเกรดช่อง 2 โดยจะต่อท่อพีวีซี 3 นิ้ว เพื่อรับน้ำจากช่อง 1 ที่ผ่านการ กรองแบบหยาบหรือกายภาพมาแล้ว น้ำจะไหลลงตามท่อ เมื่อออกจากปากท่อก็จะผ่านตัวกลางปะการัง ในลักษณะขาขึ้น Up flow ส่วนการวางลำดับชั้นจะเริ่มจากใช้อิฐมอญ วางเป็นบ่ารับน้ำหนักของท่อพีวีซี จากนั้นใช้ตาข่ายสีเขียววางบนท่อพีวีซีอีกที เพื่อป้องกัน ไม่ให้ปะการังหล่นลงไปบนท่อพีวีซี จากนั้นนำลูกฟู่มาวางไว้เหนือตาข่ายสีเขียวพลาสติก เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่แบคทีเรียในบ่อกรองชีวภาพ แล้วค่อยใส่ปะการังหนาประมาณ 50 เซนติเมตร  
 
บน นอกจากปะการังแล้ว สิ่งอื่นที่ต้องใช้ก็คือ อิฐมอญ (ทนทานกว่า) ท่อพีวีซีและตาข่ายพลาสติกแบบเนื้อดี ตาใหญ่หรือเล็ก ขึ้นกับขนาดปะการังที่ใช้ ถ้าปะการังมี ขนาดเล็ก ตาข่ายพลาสติกก็ควรมีช่องขนาดเล็กเช่นเดียวกัน ส่วนลูกฟู่ ก็ใช้ที่มีต่อ อยู่เดิมแล้ว เพียงแต่คราวนี้ใช้ฝังลงในปะการัง เพื่อให้ออกซิเจนแพร่กระจายให้ทั่วถึงในน้ำมากที่สุด
 
  ซ้าย ช่อง 3 กลางบน ก็วางอิฐ ท่อพีวีซี ลูกฟู่และปะการังเช่นเดียว กับช่อง 2 แต่ไม่ต้องต่อท่อเพื่อให้น้ำไหลในแนว Down flow ช่อง 1 ใส่พู่ลงไปเพื่อกรองแบบ หยาบหรือแบบกายภาพ ส่วนช่อง 4 ที่แต่เดิมมีแต่ปะการังเท่านั้น เรานำแผ่นแมทมาวางทับด้านบน เพื่อกรองสิ่งตะกอนไม่ให้ลอยผ่านขึ้นมา เข้าสู่ไดโว่ในช่องถัดไป  
 

 



ซ้าย
หลังจากเปิดให้เครื่องปั้มลมทำงาน สังเกตเห็นว่า
ไม่มีปัญหาด้านแรงลมที่ผ่านลงไปออกลูกฟู่



ขวา
ภาพบ่อกรองตามยาวครับ หลังการอัพเกรด

 

ซ้าย น้ำใสสะอาดขึ้น ไม่มีฝ้า ฟองอากาศลอยเหนือน้ำเหมือนแต่ก่อนแม้ว่าจะผ่านไปแล้ว 1 อาทิตย์ แถมบ่อเกรอะเมื่อดูดแล้ว ก็ไม่มี ตะกอนเหลือจำนวนมาก เพราะถูกดักอยู่ที่ปะการัง

ขวา คุณภาพน้ำดีขึ้น หลังจากการอัพเกรดบ่อกรองเรียบร้อยแล้ว ระบบพ่นเหนือน้ำในต่างประเทศ เรียกว่า Intercooler เพราะช่วยลดอุณหภูมิได้ประมาณ 2 - 3 องศา เซลเซียส แถมให้ปริมาณออกซิเจน มากขึ้น