อัพเกรดบ่อ เพื่อคุณภาพน้ำที่ดีกว่าวันวาน ภาค 2



ช่องนี้แหละ (ลูกศรสีเหลือง) เป้าหมายของเรา
(ตอนนี้ใช้สแลนเป็นการชั่วคราว) ส่วนช่องอื่นๆ
เราเคยอัพเกรดไปแล้วในภาคที่ 1
    จากอัพเกรดบ่อคราวก่อนที่เขียนไปเมื่อประมาณสัก 2 ปีเห็นจะได้ บ่อกรอง 2 ช่องที่อัพไปนั้น ไม่มีปัญหาครับ แต่ช่องสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดน่ะซิที่เกิดปัญหา ปัญหามันมาจากความสะเพร่าาของตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่ยังไม่อัพเกรดเลย เพราะดันไปใช้หินกรวดแม่น้ำขนาดเล็กๆ ที่ใส่ในตู้ปลามาผสมคละกันกับปะการัง และยังมีหินกรวดชายหาดก้อนใหญ่ 2-3 นิ้วลงไปผสมด้วย ปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีการอุดตันของท่อสะดือที่ไปบ่อเกรอะครับ มีเศษหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ที่ดันหลุดลงไปอุดในท่อสะดือ ทำให้ตะกอนข้างล่างไม่สามารถไหลไปบ่อเกรอะที่ตั้งไดโว่ไว้สำหรับดูดน้ำทิ้งได้ครับ พอดูดน้ำทุกช่องแห้งหมด มีช่องปะการังช่องใหญ่ที่กลับมีน้ำเหลือเหนือปะการังตั้งเป็นฟุต ผมใช้วิธีฉีดน้ำไล่เพื่อหวังให้มันทะลุทะลวงลงไป กลับไม่เป็นผล เพราะน้ำแทบจะไม่ไหลลงไปไล่ตะกอนออกมาเลย ถึงเวลาอัพเกรดบ่อภาค 2 ครับ

    แนวความคิดในการเลือกมีเดียที่จะนำมาใช้นั้น มีตัวเลือกอยู่ 2-3 อย่าง แต่ด้วยเวลาที่จำกัดและพอดีมีปลาใหม่ที่นำกลับมาจากเชียงใหม่มาเพิ่มอีก 4 ตัว ผมจึงตัดสินใจลองใช้ สแลนเป็น media ชั่วคราวไปพลางๆ ก่อนครับ ผลที่ได้รับคือ สามารถดักตะกอนได้ดีพอสมควรครับ แต่ในระยะยาวไม่แนะนำให้ใช้โดยเฉพาะหากใช้ในช่องบ่อสุดท้ายก่อนไปถึงไดโว่ เนื่องจากประการที่หนึ่ง ฉีกขาดเป็นเส้นริ้วๆ ได้ง่ายมากครับ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาได้ในภายหลัง ประการที่สองคือ ค่อนข้างไวหรือทำให้เกิดการหลุดของตะกอนที่ถูกดักจับไว้ในสแลนไหลมายังไดโว่ได้ง่ายครับ สำหรับคำแนะนำ สแลนเหมาะใช้เป็น filter ในช่องแรกมากกว่าครับ
เมื่อได้ใช้สแลนไปประมาณ 2 อาทิตย์ ผมตัดสินใจเลือกใช้หินพัมมิสมาแทนครับ โดยตัดสินใจเลือกหินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตรครับ แต่พอได้สินค้ากลับกลายเป็นว่า มันมีขนาดใหญ่กว่าที่คิด ไม่เป็นไรไหนก็ได้มาแล้วเราไม่มากเรื่องครับ ช้าไปเดี๋ยวจะเสียการ ผมเริ่มเทหินพัมมิสจากกระสอบออกมาแช่ในอ่างพลาสติกไว้ประมาณ 3 วันทั้งนี้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ประมาณ 2 ครั้ง พบว่าตัวนี้มันไม่ค่อยแตกออกเป็นผง เหมือนหินพัมมิสไซด์เล็กที่เคยซื้อมาครับและสามารถจมน้ำได้ง่ายมาก มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังลอยน้ำอยู่ ระหว่างเตรียมการอยู่นั้น ได้พยายามหาวัสดุที่จะมาบรรจุหินพัมมิสนี่แหละครับ เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายขึ้นลงในบ่อกรองหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง ในที่สุดมาลงตัวที่ถุงอวนถักปากเปิดไว้ครับ ซึ่งราคาไม่แพง 10 ใบราคา 500 บาท ผมก็จัดแจงนำหินพัมมิสที่แช่น้ำแล้วบรรจุลงในถุงแบบไม่ต้องเต็มแค่ 30-40% ของปริมาตรถุงก็พอครับ เพราะไม่งั้นยกไม่ไหวแน่ ปากถุงก็ใช้เชือกไนล่อนนี่แหละเย็บย้อนไปมาปิดอีกหนครับ หินที่ไม่ได้ขนาดก็จะหลุดร่วงออกมาเอง มีเคล็ดลับเพื่อไม่ให้นิ้วมือพังครับ เวลาบรรจุหินให้เอากระสอบและหินแช่น้ำไว้นะ อย่าเททิ้งเพราะทำให้ช่วยลดแรงกระแทกและน้ำหนักหินอื้อเลย
 


ต้นเหตุของปัญหาที่ใช้หินคละขนาดกันครับ
เลยต้องเอาออกทั้งหมด


ตาข่ายถุงอวนที่ปลายข้างหนึ่งเย็บปิดไว้แล้ว
พร้อมที่จะนำมาใส่หินพัมมิส


หินพัมมิสที่แช่น้ำไว้หลายวัน
บางส่วนได้ใส่หินพัมมิสไว้บ้างแล้ว
ที่แช่น้ำเพราะหินที่ไม่ได้ขนาดในถุง
และสิ่งสกปรกอื่นๆ จะลอยหลุดออกมา
นอกตาข่ายได้และทำให้ง่ายในการใส่ด้วย
 


รูปถ่ายใกล้ๆ เห็นได้ว่าตาข่ายมีช่องขนาด
เล็กกว่าหินมากไม่ต้องกลัวจะหลุดออกมา


ปลายอีกข้างเราใช้เชือกไนล่อน ทนเป็นสิบปี
ร้อยไขว้ไปมาจากนั้นผูกปมให้แน่นครับ


หินที่บรรจุเรียบร้อยหลังทำความสะอาดแล้ว
นำขึ้นจากถังมาพักไว้ให้น้ำมันไหลออกมาบ้าง
จะได้เบาๆ หน่อย
 
    ด้านบ่อกรอง หลังจากเราทำความสะอาดท่อสะดือเรียบร้อยแล้ว เรานำท่อแอสลอนมาวางเรียงได้เลยครับ จากนั้นนำแผ่นพลาสติกสีเขียวแบบอ่อน (ใช้ขึงกันแมว หมาไม่ให้มุดเข้า ออกบ้าน) ที่ม้วนขายนั่นแหล่ะครับมาวัดขนาดให้พอดี ตัดออกมาสัก 2-3 แผ่น มาวางรองก้น โดยวางแผนพลาสติกให้เยื้องกันเล็กน้อยครับ จากนั้นนำหัวทรายมาวางรองก้นบ่อเหนือแผ่นพลาสติก โดยพยายามวางในตำแหน่งให้ฟองอากาศกระจายทั่วถึงกันให้ได้มากที่สุด จำนวนหัวทรายเท่าไหร่นั้น ขึ้นกับขนาดของบ่อกรองแต่ละบ่อครับ สำหรับสายยางนั้นผมแนะนำให้ใช้แบบซิลิโคนครับ เพราะจะไม่มีปัญหาเรื่องสายยางเสื่อม แข็งหลุดง่าย ความยาวของสายยางอยากให้เผื่อหย่อนเล็กน้อยครับ กันปัญหาน้ำหนักกดของ media ที่จะทำให้สายตึงเกินไป
    การจัดถุงตาข่ายหินพัมมิส มีหลักอยู่ว่า คงต้องพยายามกระจายให้ปิดช่องว่าง เช่น มุมบ่อกรอง ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีที่น้ำไหลผ่านขึ้นไปโดยไม่ผ่าน media เลยครับ เพราะตะกอนที่เก็บไว้ด้านล่าง อาจจะหลุดเข้าไปสู่ช่องไดโว่ได้ในที่สุด สำหรับคำถามที่ว่า ความหนาของชั้น media ควรจะหนาเท่าไหร่นั้น สำหรับบ่อนี้อาจจะหนามากกว่า 50 เซนติเมตรได้ เพราะหินมีขนาดใหญ่เกิดช่องว่างพอสมควร สำหรับท่านอื่นผมแนะนำให้ใช้ขนาดเล็กกว่านี้ครับ ส่วนปัญหาเรื่องออกซิเจนในบ่อกรองไม่เพียงพอนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในบ่อกรองนี้ เพราะมีระบบการเติมอากาศอย่างเหลือเฟือในบ่อกรองรวมถึงช่องกรองอื่นๆ ด้วย
    หลังจากที่ผมได้วางถุงอวนหินพัมมิสแล้ว ก็เริ่มดึงท่อชักในช่องแรกออกให้น้ำไหลเข้ามาในบ่อกรองครับ ทดสอบมาได้ประมาณ 3 วัน ไม่พบปัญหาตะกอน / ฝุ่นผงหินพัมมิสในช่องกรองแรกที่จะทำให้น้ำขุ่นแต่ประการใด ทั้งหมดเป็นไอเดียสำหรับหลายท่านๆ ที่จะนำไปปรับใช้ครับ
 


ต้องเอาสแลนสีดำออกไปครับ แล้วทำความสะอาดตะกอนตกค้างผ่านทางบ่อเกรอะ (ลูกศรสีฟ้า)


ต้องตรวจสอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่า รูสะดือของเธอทั้งสอง ไม่ตันแน่ๆ โดยอาจจะลองเทน้ำลงไปแรงๆ ไล่ตะกอนไปเข้าบ่อเกรอะ และสังเกตความสามารถในการไหลผ่านของน้ำ


นำท่อแอสลอนมาเรียงครับ จริงๆ ควรวางท่อให้เรียงชิดกันมากที่สุด อาจจะใช้ท่อต่างขนาดเป็นตัวปรับก็ได้ครับ ความยาวของท่อควรจะให้มีความพอดีกับความยาวของบ่อกรองมากที่สุด จากนั้นสำรวจท่อยางนำอากาศและหัวทรายเดิมว่า ใช้ได้หรือไม่
 


เรียงแผ่นพลาสติกที่ได้วัดมาแล้ว ตัดให้มีขนาดพอดี ส่วนแผ่นที่ 2 และ 3 พอดีใช้ของเดิมครับ แต่ปรับให้เกยกันครับเพื่อลดช่องว่างของตาข่ายให้เล็กลง เลือกใช้ท่อซิลิโคนที่ยืดหยุ่นและมีอายุการใช้งานนานกว่าเส้นเดิม หัวทรายก็เลือกตัวใหม่มาใช้ โดยตัดท่อซิลิโคนให้ยาวเกินเล็กน้อยไม่ให้ตึงเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการหักงอของสายยางบางจุดได้ ส่วนหัวทรายนั้น ต้องสวมสายยางให้ชิดที่สุดและพยายามกระจายหัวทรายให้ทั่วพื้นที่ครับ


การจัดเรียงถุงหินพัมมิส ด้านล่างพยายามปิดให้เกลี่ยพื้นที่มากที่สุด จากนั้นวางซ้อนกันปิดช่องว่างที่มีลดโอกาสที่น้ำจะไหลสู่ช่องต่อไปโดยไม่ผ่านตัวกลาง (วงกลมแดง) หรือตามมุมบ่อ


หลังจากเรียงเรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยให้น้ำเข้าบ่อกรองครับ เป็นอันเรียบร้อยและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับแก้ต่อไป
 
   สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ มัวแต่ซื้อปลาใหม่ๆ เข้าบ่อจนลืมดูส้วมบ่อกรองของคุณ ลองหันมาดูกันหน่อยซิครับ
รับรองว่านอกจากสนุกแล้ว ยังช่วยให้ปลาของคุณสวย สดใส อย่างมีคุณภาพด้วย

ขอขอบคุณ คุณสุชาติ อรัญวิมุติ ที่ปรึกษาและผู้จัดหาถุงอวนตาข่ายให้ครับ
ขอขอบคุณ Mr.Koi@CNN สำหรับคำแนะนำที่ดีๆ เรื่องตาข่ายพลาสติกสีเขียว
ขอขอบคุณ Joe Koi Kichi ที่เป็นธุระจัดหาหินพัมมิสให้
By Pat Koilover Group 18 กุมภาพันธ์ 2546