Home
Kohaku
Taishoi Sanshoku
Showa Sansoku
Bekko
Utsurimono

Shusui
Koromo
Goshiki
Hikari-mujimono
Hikari-moyomono
Hikari-Utsurimono
Tancho
Kawarimono
Kinginrin

6. อาซากิ (Asagi)
ปลาสายพันธุ์นี้เป็นส่วนหนึ่ง ในปลาสายพันธุ์ดั้งเดิมของปลาแฟนซีคาร์พ ซึ่งอาซากิ เป็นปลาที่กลายพันธุ์มาจากปลาคาร์พ
มากอย (Magoi) ซึ่งชาวญี่ปุ่นเลี้ยงเป็นอาหารมาแต่โบราณกาล ต่อมาได้มีการนำปลาอาซากิมาผสมข้ามพันธุ์กับปลาแฟนซีคาร์พชนิดไม่มีเกล็ด (Doistu-goi) จึงได้ปลาแฟนซีคาร์พสายพันธุ์ ซูซุย (Shusui) นอกจากนี้ยังมีการนำเอาปลาอาซากิมาผสมข้ามสายพันธุ์กับปลาโคฮากุ ทำให้ได้ปลาสายพันธุ์ โกโรโมะ (Koromo)

คำว่า “อาซากิ” แปลว่า “สีฟ้า” ซึ่งหมายถึงสีสันบนตัวปลาสายพันธุ์นี้ซึ่งดูเป็นลายตาข่ายสีฟ้าซึ่งเป็นจุดเด่นของปลาสายพันธุ์
นี้ อย่างไรก็ตามความเป็นรูปแบบของตาข่ายสีฟ้านี้ ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะตามสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากปลาคาร์พยุคต้นๆ คือ
 


Konjo Asagi


          รูปซ้าย
          Konjo Asaki ปลาอาซากิสายพันธุ์นี้จะมีสีฟ้าบนเกล็ดค่อนข้างเข้มออกไปทางสีน้ำเงิน สีน้ำเงินบนเกล็ดปรากฏขึ้น เกือบจะเต็มเกล็ด เหลือเพียงร่องสีขาวเล็กๆ ให้เป็นเส้นตาข่ายสีขาวเล็กๆ ปลา Kongo Asagi นี้ยังเป็นปลาต้นตระกูลของปลาจำพวก Matsuba กลุ่มที่สีไม่ได้เป็น Metallic shade อีกด้วย


          รูปขวา
         
Narumi Asagi ปลาอาซากิสายพันธุ์นี้ จะมีสีฟ้าบนเกล็ดวางตัวอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของเกล็ด และล้อมรอบด้วยสีฟ้าที่อ่อนกว่าหรือสีขาวเป็นพื้นกว้างกว่าปลาอาซากิสายพันธุ์แรก ทำให้เมื่อดูทั้งตัวปลาโดยรวมแล้วเหมือนว่าปลาอาซากิสายพันธุ์นี้ สีอ่อนกว่าปลาสายพันธุ์ Konjo Asagi ชื่อ Narumi นี้มาจากชื่อพื้นที่เล็กๆ ในเมือง Nagoya



Narumi Asagi บางครั้งก็ถูกแยกออกจาก Konjo Asagi ยากพอสมควร
 
นอกจากสายพันธุ์หลักสองสายพันธุ์ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ออกไปอีกเป็น MizuAsagi หรือบางที่เรียก
ว่า Akebi Asagi ปลาสายพันธุ์นี้จะมีสีฟ้าอ่อนที่สุดในบรรดาปลาอาซากิทั้งหมด

 


          Taki Asagi เป็นอาซากิที่พัฒนามาจาก Narumi Asagi ลักษณะก็คือ เป็นปลาอาซากิ ที่มีช่วงสีขาวคั่นกลางบริเวณเส้นข้างตัวของปลา (Lateral Line) ซึ่งเป็นการคั่นกลางระหว่างตาข่ายสีฟ้าหลังปลากับสีส้มสดของช่วงท้องปลา Taki Asagi หาดูได้ไม่ง่ายนักในบ้านเรา



          รูปซ้าย
          ปลา Asagi บางตัวไม่จำเป็นต้องมี สีส้มที่ช่วงท้องหรือที่โคนครีบหน้าเลย แต่ก็ถือเป็นปลาที่สวยงามได้ ปลา Asagi ตัวนี้ติด 1 ใน 3 ของปลา Asagi ขนาด 75 Bu ของงานประกวด ZNA ALL JAPAN ครั้งที่ 34 th ที่เมือง Tokushima (ปี 1998)


          รูปขวา
          Mizu Asagi / Akebi Asagi

 


ภาพขยายให้เห็นการวางตัวของสีน้ำเงิน
บนเกล็ดปลาฮาซากิ สายพันธุ์
Konjo





ภาพขยายให้เห็นการวางตัวของสีน้ำเงินบนเกล็ด
ปลาอาซากิสายพันธุ์
Narumi



ปลาฮาซากิที่ดีจะต้องมีเส้นตาข่าย (Fukurin) ที่คมชัดสม่ำเสมอตลอดตัวปลา

การพิจารณาความสวยงามของปลาอาซากิ
ประการแรกต้องพิจารณาความสวยงามของลวดลายตาข่ายบนหลังปลาที่เกิดจากสีที่เข้มกว่าบนตัวเกล็ด และสีที่จางกว่าบริเวณขอบ
เกล็ดที่ตัดกันทำให้เกิดรูปลักษณะของเส้นตาข่าย (Fukurin) ลวดลายตาข่ายที่ดีจะต้องคมชัดและดูสม่ำเสมอตลอดทั่วตัวปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาอาซากิสายพันธุ์ไหนก็ตามจุดต่อไปที่ควรพิจารณาก็คือ ส่วนหัวของปลาจะต้องเกลี้ยงสะอาดและเป็นสีขาว เจือด้วยสีฟ้าจางมากๆ ก็ได้ถือว่าพออนุโลมได้ ลักษณะของหัวควรเกลี้ยงเนียนปราศจากริ้วรอย และที่สำคัญก็คือไม่ควรมีรอยเปื้อนสีดำโดยเด็ดขาด

จุดสุดท้ายซึ่งสำคัญน้อยที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีหรือไม่มีก็ได้เพียงแต่การมีจุดนี้ทำให้ปลาตัวดังกล่าวเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น แต่
จุดนี้กลับกลายเป็นดัชนีสำคัญในการวัดความสวยงามหลักของปลาในนักนิยมปลาบางท่านไป จุดนี้ก็คือสีส้มสดบนตัวปลานั่นเอง ซึ่งจะมีการวางตัวบริเวณท้องครีบและแก้มของปลาเป็นส่วนใหญ่ บางตัวอาจมีสีส้มบริเวณกระโดงหลัง (Dorsal Fin) ด้วยแต่ไม่แผ่ขยายกว้างบนพื้นที่ตาข่ายบนหลังปลาก็ถือว่าเป็นข้อดีของปลาตัวนั้น สีส้มบริเวณโคนครีบหน้าของปลาอาซากิจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ Motoguro ในปลาโชวาซันเก้ หรือปลาอุจึริโมโนะ ต่างกันที่สีเท่านั้นลักษณะนี้เรียกว่า ครีบซูซุย (Shusui Bire)

สีส้มบริเวณส่วนท้องปลาอาซากินี้ ตามมาตรฐานที่ถูกต้องไม่ควรจะลามขึ้นมาเลยเส้นประสาทข้างตัวปลา และหากลามเลยบริเวณดัง
กล่าวขึ้นมาถึงส่วนหลังของปลาจะเรียกว่า Hi Asagi ถือว่าเป็นปลาไม่น่าเล่นเนื่องจากผิดมาตรฐาน ซึ่งสีส้มของปลาอาซากิปรกติจะมีน้อยหรือถึงขั้นไม่มีเลยในปลาขนาดเล็ก แต่จะค่อยๆ เด่นชัดขึ้น เมื่อปลามีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มเช่นนี้สามารถใช้เป็นหลักในการเลือกซื้อปลาสายพันธุ์นี้มาเลี้ยงได้เช่นกัน
 

กลับไปสู่หน้านานาสายพันธุ์