|
การพิจารณาความสวยงามของปลาอาซากิ |
|
ประการแรกต้องพิจารณาความสวยงามของลวดลายตาข่ายบนหลังปลาที่เกิดจากสีที่เข้มกว่าบนตัวเกล็ด
และสีที่จางกว่าบริเวณขอบ |
เกล็ดที่ตัดกันทำให้เกิดรูปลักษณะของเส้นตาข่าย
(Fukurin) ลวดลายตาข่ายที่ดีจะต้องคมชัดและดูสม่ำเสมอตลอดทั่วตัวปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาอาซากิสายพันธุ์ไหนก็ตามจุดต่อไปที่ควรพิจารณาก็คือ
ส่วนหัวของปลาจะต้องเกลี้ยงสะอาดและเป็นสีขาว เจือด้วยสีฟ้าจางมากๆ ก็ได้ถือว่าพออนุโลมได้ ลักษณะของหัวควรเกลี้ยงเนียนปราศจากริ้วรอย
และที่สำคัญก็คือไม่ควรมีรอยเปื้อนสีดำโดยเด็ดขาด
|
|
จุดสุดท้ายซึ่งสำคัญน้อยที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีหรือไม่มีก็ได้เพียงแต่การมีจุดนี้ทำให้ปลาตัวดังกล่าวเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น แต่ |
จุดนี้กลับกลายเป็นดัชนีสำคัญในการวัดความสวยงามหลักของปลาในนักนิยมปลาบางท่านไป
จุดนี้ก็คือสีส้มสดบนตัวปลานั่นเอง ซึ่งจะมีการวางตัวบริเวณท้องครีบและแก้มของปลาเป็นส่วนใหญ่ บางตัวอาจมีสีส้มบริเวณกระโดงหลัง
(Dorsal Fin) ด้วยแต่ไม่แผ่ขยายกว้างบนพื้นที่ตาข่ายบนหลังปลาก็ถือว่าเป็นข้อดีของปลาตัวนั้น
สีส้มบริเวณโคนครีบหน้าของปลาอาซากิจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ Motoguro
ในปลาโชวาซันเก้ หรือปลาอุจึริโมโนะ ต่างกันที่สีเท่านั้นลักษณะนี้เรียกว่า ครีบซูซุย (Shusui Bire)
|
|
สีส้มบริเวณส่วนท้องปลาอาซากินี้ ตามมาตรฐานที่ถูกต้องไม่ควรจะลามขึ้นมาเลยเส้นประสาทข้างตัวปลา และหากลามเลยบริเวณดัง |
| กล่าวขึ้นมาถึงส่วนหลังของปลาจะเรียกว่า
Hi Asagi ถือว่าเป็นปลาไม่น่าเล่นเนื่องจากผิดมาตรฐาน ซึ่งสีส้มของปลาอาซากิปรกติจะมีน้อยหรือถึงขั้นไม่มีเลยในปลาขนาดเล็ก
แต่จะค่อยๆ เด่นชัดขึ้น เมื่อปลามีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มเช่นนี้สามารถใช้เป็นหลักในการเลือกซื้อปลาสายพันธุ์นี้มาเลี้ยงได้เช่นกัน |