
![]() ![]() ![]() รูปแสดงกลไกการทำงาน แต่ภายในจริงๆ เป็นแบบอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีพื้นฐาน หลักการเดียวกัน |
ในวงจรไฟฟ้าตามปกติ
ไฟฟ้าจะไหลไปตามสายไฟฟ้าเส้นหนึ่งเข้าอาคารบ้านเรือนซึ่งใช้ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ และไฟฟ้าจะไหลกลับไปตามสายอีกเส้นหนึ่ง
และที่หม้อแปลงไฟฟ้าจะมีการต่อสายลงดินไว้สำหรับเป็นทางให้ไฟฟ้ากลับได้ครบวงจร ในกรณีที่สายเส้นใดเส้นหนึ่งขาด ผู้ที่ได้รับอันตรายจากไฟฟ้านั้น
เนี่องจากร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดบังเอิญเข้าไปแตะและต่อกับส่วนหนึ่งในวงจรไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าไหลผ่านร่างกาย และในขณะเดียวกันร่างกายส่วนอื่นได้แตะติดอยู่กับพื้น
หรือแตะติดอยู่กับโลหะ วัตถุอื่นที่ติดต่อกับพื้นดิน ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายลงดิน เราจะป้องกันอันตรายได้อย่างไร?
การต่อสายดินไม่ใช่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนนัก เพียงแต่เอาสายไฟฟ้าขนาดลวดโตประมาณเบอร์ 10 มาเส้นหนึ่งแล้วเอาปลายสายข้างหนึ่งของสาย ต่อให้แน่นกับโครงโลหะของเครื่องไฟฟ้า (ถ้าเป็นปั๊มน้ำให้ต่อกับสายกราวนด์ ที่มีมาให้กับปั๊มน้ำ ส่วนมากจะเป็นแบบปากจระเข้ ควรตัดทิ้งและต่อสายดินเข้าด้วยกันตรงๆ จะทำให้มีหน้าสัมผัสมากกว่าการหนีบปากจระเข้เข้ากับสายดิน) แล้วจัดวางสายแนบไปกับอาคารให้เรียบร้อย ไปในแนวทางที่จะสามารถเอาปลาย อีกข้างหนึ่งไปต่อให้แน่นกับ "หลักดิน" หรือ "Ground rod" โดยหลักดินที่ดีต้องเป็นแบบแท่งโลหะอาบทองแดงฝังลงในดินไม่น้อยกว่าเมตรครึ่ง หรือถึงระดับน้ำใต้ดิน หากไม่แน่ใจในสภาพความชื้นในดินก็ฝังเพิ่มอีก 1 อัน แล้วต่อสายถึงกัน อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วทำงานอย่างไร? เรามักเรียกอุปกรณ์เหล่านี้ว่า ตัวกันไฟดูด โดย ELB นี้จะตัดวงจร (trip) เมื่อกระแสไฟฟ้าที่ไหลไปและไหลกลับมาจากอุปกรณ์มีค่าไม่เท่ากัน นั่นแสดงว่าเกิด กระแสไฟฟ้ารั่วหายไป มักจะมีตัวเลขกำกับไว้ เช่น 15mA. โดยการทำงานของกลไกภายในเบรคเกอร์จะมีขดลวด ทำหน้าที่ ตรวจจับการไหลของกระแสไฟฟ้า ในสภาวะปกติ กระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้ว L1 ไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า และไหลกลับมาที่ขั้ว N กลับสู่หม้อแปลงไฟฟ้า แต่ถ้าเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วที่อุปกรณ์ (ปั๊มน้ำ) กระแสที่รั่วจะไหลไปตามสายดิน กลับสู่หม้อแปลง ไม่ผ่านขั้ว N ก็จะทำให้เกิดกระแสและแรงดันขึ้นที่ขดลวด ภายในเบรคเกอร์ และจะกระตุ้นกลไกภายในให้ตัดวงจร ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ หยุดทำงาน ภายในเวลา 0.03 วินาที (เป็นเวลาที่แต่ละยีห้อบอกไว้ใกล้เคียงกัน) |
![]() รูปนี้เป็นเบรคเกอร์ยี่ห้อ Kyokuto ที่ชำรุดเนื่องจากมีแรงดันไฟฟ้าสูงเกินปกติไหลเข้ามาในวงจร ทำให้ตัว varister ทำงานและทำให้เบรคเกอร์ชำรุดไปด้วย ขวา รูปขยายตัว Varister ที่ใช้ป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงเกินปกติ ค่าที่ระบุตามสเปคคือ 470 Volts. (surgevoltage) |
![]() |
|
ข้อสังเกตุในการเลือกซื้อ 1.ต้องสังเกตุตัวเลขของค่ากระแสรั่วไหล หน่วยเป็น มิลลิแอมป์ (mA.) ควรใช้ขนาด 15mA. 2.สังเกตุตัวเลขของค่ากระแสการใช้งานหน่วยเป็น แอมป์ (A.) ควรใช้ให้พอเหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ ควรตรวจสอบการทำงานของเบรคเกอร์โดยสม่ำเสมอและควรถอดปลั๊กของ ไดโว่ออกก่อนกดปุ่มทดสอบ (TEST) เพราะจะทำให้ไม่มีประกายไฟที่หน้าสัมผัส ภายในตัวเบรคเกอร์ อายุการใช้งานจะได้ยาวนานขึ้น eakTOT Koilover Group |