รูปแสดงกลไกการทำงาน แต่ภายในจริงๆ เป็นแบบอิเลคทรอนิคส์
ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีพื้นฐาน หลักการเดียวกัน
    ในวงจรไฟฟ้าตามปกติ ไฟฟ้าจะไหลไปตามสายไฟฟ้าเส้นหนึ่งเข้าอาคารบ้านเรือนซึ่งใช้ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ และไฟฟ้าจะไหลกลับไปตามสายอีกเส้นหนึ่ง และที่หม้อแปลงไฟฟ้าจะมีการต่อสายลงดินไว้สำหรับเป็นทางให้ไฟฟ้ากลับได้ครบวงจร ในกรณีที่สายเส้นใดเส้นหนึ่งขาด ผู้ที่ได้รับอันตรายจากไฟฟ้านั้น เนี่องจากร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดบังเอิญเข้าไปแตะและต่อกับส่วนหนึ่งในวงจรไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าไหลผ่านร่างกาย และในขณะเดียวกันร่างกายส่วนอื่นได้แตะติดอยู่กับพื้น หรือแตะติดอยู่กับโลหะ วัตถุอื่นที่ติดต่อกับพื้นดิน ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายลงดิน

เราจะป้องกันอันตรายได้อย่างไร?
  1. จัดให้มีทางที่มีความต้านทานน้อยกว่าความต้านทานของร่างกายไว้ให้กระแสไฟฟ้าไหลแยกไปจากร่างกาย ทางที่มีความต้านทานน้อยกว่าร่างกายคือ สายดินที่ต่ออยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้า
  2. ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว ซึ่งจะตัดวงจรไฟฟ้าทันทีที่เกิดกระแสไฟฟ้าไหลไม่สมดุลย์ ในวงจรไฟฟ้า ซึ่งก็คือ Earth leakage circuit breaker (ELCB,ELB)
จะต่อสายดินเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้อย่างไร?

     การต่อสายดินไม่ใช่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนนัก เพียงแต่เอาสายไฟฟ้าขนาดลวดโตประมาณเบอร์ 10 มาเส้นหนึ่งแล้วเอาปลายสายข้างหนึ่งของสาย ต่อให้แน่นกับโครงโลหะของเครื่องไฟฟ้า (ถ้าเป็นปั๊มน้ำให้ต่อกับสายกราวนด์ ที่มีมาให้กับปั๊มน้ำ ส่วนมากจะเป็นแบบปากจระเข้ ควรตัดทิ้งและต่อสายดินเข้าด้วยกันตรงๆ จะทำให้มีหน้าสัมผัสมากกว่าการหนีบปากจระเข้เข้ากับสายดิน) แล้วจัดวางสายแนบไปกับอาคารให้เรียบร้อย ไปในแนวทางที่จะสามารถเอาปลาย อีกข้างหนึ่งไปต่อให้แน่นกับ "หลักดิน" หรือ "Ground rod" โดยหลักดินที่ดีต้องเป็นแบบแท่งโลหะอาบทองแดงฝังลงในดินไม่น้อยกว่าเมตรครึ่ง หรือถึงระดับน้ำใต้ดิน หากไม่แน่ใจในสภาพความชื้นในดินก็ฝังเพิ่มอีก 1 อัน แล้วต่อสายถึงกัน

อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วทำงานอย่างไร?

     เรามักเรียกอุปกรณ์เหล่านี้ว่า ตัวกันไฟดูด โดย ELB นี้จะตัดวงจร (trip) เมื่อกระแสไฟฟ้าที่ไหลไปและไหลกลับมาจากอุปกรณ์มีค่าไม่เท่ากัน นั่นแสดงว่าเกิด กระแสไฟฟ้ารั่วหายไป มักจะมีตัวเลขกำกับไว้ เช่น 15mA. โดยการทำงานของกลไกภายในเบรคเกอร์จะมีขดลวด ทำหน้าที่ ตรวจจับการไหลของกระแสไฟฟ้า ในสภาวะปกติ กระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้ว L1 ไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า และไหลกลับมาที่ขั้ว N กลับสู่หม้อแปลงไฟฟ้า แต่ถ้าเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วที่อุปกรณ์ (ปั๊มน้ำ) กระแสที่รั่วจะไหลไปตามสายดิน กลับสู่หม้อแปลง ไม่ผ่านขั้ว N ก็จะทำให้เกิดกระแสและแรงดันขึ้นที่ขดลวด ภายในเบรคเกอร์ และจะกระตุ้นกลไกภายในให้ตัดวงจร ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ หยุดทำงาน ภายในเวลา 0.03 วินาที (เป็นเวลาที่แต่ละยีห้อบอกไว้ใกล้เคียงกัน)
 


รูปนี้เป็นเบรคเกอร์ยี่ห้อ Kyokuto ที่ชำรุดเนื่องจากมีแรงดันไฟฟ้าสูงเกินปกติไหลเข้ามาในวงจร ทำให้ตัว varister ทำงานและทำให้เบรคเกอร์ชำรุดไปด้วย


ขวา รูปขยายตัว Varister ที่ใช้ป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงเกินปกติ ค่าที่ระบุตามสเปคคือ 470 Volts. (surgevoltage)
 
     ข้อสังเกตุในการเลือกซื้อ

    1.ต้องสังเกตุตัวเลขของค่ากระแสรั่วไหล หน่วยเป็น มิลลิแอมป์ (mA.) ควรใช้ขนาด 15mA.
    2.สังเกตุตัวเลขของค่ากระแสการใช้งานหน่วยเป็น แอมป์ (A.) ควรใช้ให้พอเหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้
    ควรตรวจสอบการทำงานของเบรคเกอร์โดยสม่ำเสมอและควรถอดปลั๊กของ ไดโว่ออกก่อนกดปุ่มทดสอบ (TEST) เพราะจะทำให้ไม่มีประกายไฟที่หน้าสัมผัส ภายในตัวเบรคเกอร์ อายุการใช้งานจะได้ยาวนานขึ้น


eakTOT Koilover Group