
สร้างบ้านให้ปลา ตอนที่ 3 (สร้างอย่างไรให้แข็งแรง?) หลังจากที่เราได้รายละเอียด,สถานที่ตั้งและรูปร่างของบ้านแสนสุข (ของปลา) แล้ว ก็มาถึงคราวที่ว่าจะสร้างอย่างไรให้บ้านแสนสุขของปลาหลังนี้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่แตกร้าว ทรุดตัว หรือรั่วซึม เมื่อใช้งานไปเป็นเวลานานๆ โครงสร้างที่ดี จะเป็นหลักประกันให้คนรักปลาได้ ทั้งนี้เนื่องจากการสร้างบ่อเลี้ยงปลาที่ดีนั้นมีโจทย์ที่ยากกว่างานโครงสร้างทั่วๆ ไปอยู่ตรงที่ว่าจะทำอย่างไรให้มีความแข็งแรงและกันน้ำได้ ที่สำคัญก็คือต้องกันน้ำได้ตลอดอายุการใช้งานเสียด้วย ซึ่งงานก่อสร้างอื่นๆ หากจะทำการซ่อมแซมในระหว่างการใช้งานก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด แต่สำหรับบ่อเลี้ยงปลา...แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว การตอกเสาเข็ม จำเป็นหรือไม่? คำถามเริ่มต้นที่ผมมักจะถูกถามทางโทรศัพท์จากผู้เข้าชมเวบ มักจะเป็นคำถามที่ว่าบ่อนั้นๆ มีความจำเป็นต้องตอกเสาเข็มหรือเปล่า? จริงๆ แล้วคำตอบที่ผมนึกไว้ก็คือ "ผมไม่รู้ครับ" เพราะสภาพชั้นดินในแต่ละสภานที่ที่ทำการก่อสร้างนั้นย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ ทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักของชั้นดิน (Soil Bearing Capacity) แตกต่างกันออกไป เรื่องอย่างนี้ถ้าจะให้อธิบายโดยละเอียดแล้วก็คงต้องเล่ากันตั้งแต่ โลกเริ่มเย็นตัวเลยทีเดียว แต่ผมมีวิธีที่จะทำให้ผู้ที่จะต้องการสร้างบ่อเลี้ยงปลาในแต่ละสถานที่สามารถ "คิดได้เอง" ว่าจำเป็นต้องตอกเสาเข็มหรือไม่ แล้วถ้าจำเป็นต้องตอกจะตอกอย่างไร เข็มที่ใช้มีขนาดไหนถึงจะพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เริ่มต้นต้องถามผู้ที่ต้องการสร้างบ่อปลาก่อนว่า ต้องการสร้างบ่อเลี้ยงที่มีความลึกเท่าไหร่? เช่นถ้าคำตอบคือ 2 เมตร จากการคำนวนง่ายๆ ก็จะทราบว่าน้ำหนักเฉพาะของน้ำที่กดลงบนพื้นบ่อเลี้ยงจะเป็น 2 ตัน/ตารางเมตร (น้ำ 1000 ลิตรหนัก 1000 กิโลกรัมหรือ 1 ตัน) จากนั้นก็ลองบวกน้ำหนักโดยคร่าวๆ ของโครงสร้างอื่นๆ ที่จะมีในบ่อเลี้ยง เช่น คอนกรีต 1 ลบ.เมตร หนัก 2400 กิโลกรัม ผนังก่ออิฐเต็มแผ่นฉาบเรียบสองด้านมีน้ำหนัก 360 กิโลกรัม/ตารางเมตร มีการวางหินพรางขอบบ่อเพื่อความสวยงามหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เมื่อรวมๆ เข้าโดยคร่าวแล้ว ประมาณว่าน้ำหนักไม่น่าจะเพิ่มขึ้นอีกไปกว่า 2 ตัน/ตารางเมตร เมื่อนำมารวมกับน้ำหนักของน้ำที่กระทำแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 4 ตัน/ตารางเมตร กรณีนี้น่าจะเป็นการคิดในเชิงที่ปลอดภัยต่อระบบโครงสร้างที่สุดแล้ว "Better be safe than sorry" นะครับ |
![]() ![]() เสาเข็มหกเหลี่ยมกลวง เสาเข็มยอดนิยมสำหรับบ่อปลาในภาคกลาง |
![]() |
มาถึงตรงนี้แล้วให้ลองสังเกตุดูว่า บ้านชั้นเดียวแถวๆ นั้นฐานรากที่เล็กที่สุดของบ้าน มีการตอกเสาเข็มหรือไม่ ถ้ามีเป็นขนาดเท่าไหร่ และกี่ต้นต่อตารางเมตร
แล้วนั่นแหละ...คือคำตอบที่คุณต้องการ ความคิดแบบนี้มักจะได้โครงสร้างที่ปลอดภัยกว่าความเป็นจริงอยู่พอสมควร ดังนั้นเราอาจพิจารณาลดขนาด
หรือจำนวนเสาเข็มลงได้บ้าง (ลดลงประมาณ 1/3 ของที่สังเกตุได้) แล้วแต่กรณีไปครับ ยิ่งหากบ่อที่จะสร้างมีความลึกไม่ถึง 2 เมตร เช่นอาจจะแค่ 1.2 เมตร
(แต่อย่าให้ตื้นไปกว่านี้เลยนะครับ ขอร้อง) บางทีเราอาจจะลดเสาเข็มลงได้เป็นครึ่งก็ได้ แต่หากบ่อของคุณต้องการความลึกที่มากกว่า 2 เมตร เช่นอาจจะเป็น
2.5 หรือ 3 เมตร กรณีนี้ให้ใช้ขนาดของเสาเข็มที่สังเกตได้ไปเลยจะดีกว่าครับ ภาพซ้าย หากจะตอกเข็มไม้เพียงความยาวเท่านี้ ก็อย่าทำเลยดีกว่าเพราะว่าไม่มีประโยชน์อันใดเลย |
| ผนังบ่อควรจะเป็นแบบก่อหรือเท? อีกประเด็นหนึ่งที่ถามกันเข้ามามากพอสมควร ว่าจะใช้ผนังแบบไหนดี ผนังก่อและผนังเทต่างมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไปดังนี้ ข้อดีของผนังแบบก่อมีดังนี้
|
![]() เครื่องจี้คอนกรีต เครื่องมือสำคัญที่มักถูกมองข้าม |
![]() |
ส่วนข้อเสียของผนังแบบก่อมีดังนี้
ภาพซ้าย อิฐมอญชนิดตัน วัสดุที่เหมาะสำหรับใช้ในบ่อแบบก่อ |
![]() |
![]() |
![]() |
ข้อดีของผนังแบบเทมีดังนี้
|
ส่วนข้อเสียของผนังแบบเทมีดังนี้
|
จะเป็นได้ว่าข้อดีข้อเสียของผนังบ่อแบบก่ออิฐและแบบเทนั้น ก็มีแตกต่างกันไป
ซึ่งหากจะให้สรุปอย่างฟันธงไปเลยว่าอย่างใดดีกว่ากันนั้น ผมคงตอบให้ได้อย่างน่าผิดหวังว่า "สรุปไม่ได้ครับ" แต่หากเจ้าของบ่อผู้ต้องการทำการก่อสร้างต่างหากล่ะ
ที่จะเป็นผู้ทำการสรุปว่าจะเลือกใช้ผนังแบบใด โดยอาศัยข้อมูลที่ได้ให้ไว้แล้วข้างต้นในการพิจารณา อย่าลืมยึดหลักสัจธรรมที่ว่า"สิ่งใดจะดีเสมอพร้อมนั้นเป็นไม่มี"
ผมได้แต่หวังว่าข้อมูลต่างๆ ที่ให้ไว้จะเป็นแนวทางแก่ผู้อ่านในการรับมือกับข้อเสียของผนังแต่ละแบบได้ เมื่อถึงคราวนั้น คุณก็จะภูมิใจได้ว่าคุณเป็นผู้เลือก
เป็นผู้ให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้แก่ตัวคุณเองได้ มิใช่เชื่อหรือทำทุกอย่างไปอย่างขาดความเข้าใจหรือท่องจำ![]() การเสริมเหล็กตะแกรงพื้นเสา ตลอดจนเอ็นรับแรงดึงในแนวตั้งของทั้งบ่อเลี้ยงและบ่อกรอง ในภาพจะเห็นการวางสะดือบ่อสำเร็จรูป ตลอดจนจะเห็นว่าตะแกรงเหล็กพื้นจะถูกยึดให้ลอยอยู่เหนือพื้นคอนกรีตหยาบด้วยเหล็กตีนกา |
![]() |
![]() |
หากไม่มั่นใจในงานเทรอยต่อระหว่างพื้นกับคานรัดด้านล่าง Waterstop ก็เป็นวัสดุช่วยเสริมความมั่นใจได้ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายขนาด | ![]() |
| หากว่าที่เจ้าของบ้านหลังใหม่ของปลาตัดสินใจเลือกผนังแบบเทแล้ว
ขอแนะนำว่าความหนาของผนังเทไม่ควรจะน้อยกว่า 10 ซม. (เนื่องจากจะมีปัญหาเรื่องเทปูนลงในแบบ) สำหรับเหล็กเสริมนั้นใช้เหล็กเส้นกลมขนาด 9 มม.
ถักเป็นตะแกรงระยะห่าง 15 ซม. (ต้องใช้ลูกปูนหนุนตะแกรงเหล็กให้อยู่กลางเนื้อปูนด้วย) ในกรณีที่คนรักปลาตัดสินใจเลือกใช้โครงสร้างผนังแบบก่ออิฐแล้ว บางท่านอาจสงสัยและสะดุดอยู่กับความหมายของคำว่า "โครงสร้างรับแรงดึง" ที่จำเป็นต้องมีในผนังแบบก่ออิฐ ทั้งนี้เนื่องจากผนังอิฐก่อฉาบปูนเรียบเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีคานเอ็นหรือเสาเอ็นนั้นจะทำให้โครงสร้างขาดความแข็งแรง และไม่สามารถทำการถ่ายแรงที่เกิดขึ้นสู่โครงสร้างอื่นๆ ได้ ซึ่งอาจทำให้บ่อแตกได้เมื่อเติมน้ำลงไปเต็มสภาพการใช้งาน โครงสร้างรับแรงในแนวตั้งนั้นหมายถึง เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งต้องถูกสร้างไว้ในผนังตามตำแหน่งที่สำคัญ โดยฐานของเสาคอนกรีตจะถูกวางอยู่บนเหล็กตระแกรงพื้นบ่อและถูกทำให้เป็นเนื้อเดียวกับพื้นบ่อตั้งแต่การเทคอนกรีตพื้นบ่อ ขนาดเสาคอนกรีตสามารถระบุได้เลยคือ เสาคอนกรีตขนาด 15X15 ซม. โดยมีเหล็กยืนขนาด 12 มม (เหล็ก 4 หุน) จำนวน 4 เส้น เหล็กปลอกขนาด 6 มม. ที่ทุกระยะ 20 ซม. เสาขนาดนี้เพียงพอไปจนถึงบ่อที่มีความลึก 2 เมตรได้สบายๆ นอกจากโครงสร้างรับแรงในแนวตั้งตัวหลัก (ซึ่งหมายถึงเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก) ยังต้องมีเหล็กเสริมรับแรงดึงในแนวตั้งอีกด้วย โดยเหล็กเสริมนี้จะเชื่อมหรือผูกติดกับเหล็กตระแกรงพื้นบ่อ โดยเว้นระยะทุกๆ 30-40 ซม. สอดผ่านช่องว่างระหว่างอิฐก่อขึ้นไปงอขอเกาะกับโครงสร้างรับแรงดึงในแนวนอนด้านบน (คานรัดปากบ่อด้านบน) สำหรับขนาดเหล็กเสริมเพื่อรับแรงดึงในแนวตั้งที่เหมาะสมนั้นคือเหล็กเสริมขนาด 9 มม. ซึ่งมีขนาดไม่เล็กจนเกินไปนักสำหรับการรับแรงดึง และยังไม่ยากจนเกินไปนักที่จะสอดผ่านแนวก่ออิฐจากพื้นบ่อขึ้นไปสู่คานรัดบน |
สำหรับโครงสร้างรับแรงดึงในแนวนอนนั้นก็หมายถึงคานรัดขอบบ่อนั่นเอง ซึ่งที่ขนาดความลึกของบ่อไม่มากนัก (ช่วงความลึกตั้งแต่ 1.0-1.5 เมตร) นั้น ลำพังเพียงอาศัยคานรัดปากบ่อด้านบนและคานรัดฐานบ่อด้านล่างก็พอแล้ว แต่หากบ่อเลี้ยง/บ่อกรอง ที่มีความลึกมากกว่า 1.5 เมตรแล้ว การเพิ่มคานรัดที่ระดับกลางความลึกของบ่อด้วยอีกหนึ่งระดับดูจะปลอดภัยกว่าและสมควรจะทำอย่างยิ่ง สำหรับขนาดของคานรัดทั้งสามระดับนั้น (ฐานบ่อ,กลางความลึกของบ่อและปากบ่อ) ไม่ควรจะกว้างกว่าความกว้างของผนังก่ออิฐของบ่อ (ซึ่งเป็นแบบก่อสลับสองชั้น) เพราะจะทำให้งานฉาบปูนกระทำได้ยากกว่าปกติและสิ้นเปลืองเนื้อปูนโดยใช่เหตุ ความกว้างของคานทั้งสอง/สามระดับนี้ควรจะเท่ากับความกว้างของผนังอิฐก่อ (ที่ยังไม่ได้ฉาบ) เพื่อที่ว่าเมื่อเวลาฉาบปูนแล้วจะได้เนื้อปูนฉาบที่หนาเท่ากับตลอดแผงของผนัง (ประมาณความกว้างได้ว่า 15 ซม.) ส่วนในเรื่องความลึกของคานนั้น ความลึกขนาด 30 ซม. ก็น่าจะพอเพียงสำหรับการรับแรงดึงที่เกิดจากการกระทำของน้ำในบ่อได้อย่างปลอดภัย โดยขนาดเหล็กหลักที่เหมาะสมนั้นควรใช้เหล็กเส้นกลมขนาด 12 มม. จำนวน 4 เส้น รัดด้วยเหล็กปลอกขนาด 9 มม. ที่ทุกระยะ 20 ซม. สำหรับขนาดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของพื้นบ่อเลี้ยงนั้น เนื่องจากพื้นบ่อเลี้ยงจะต้องทำหน้าที่คล้ายฐานแผ่ (Spread Footing) ในการถ่ายทอดแรงกดที่กระทำลงสู่ชั้นดินหรือเสาเข็ม ดังนั้นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของพื้นบ่อเลี้ยงจึงไม่ควรจะมีความหนาน้อยกว่า 20 ซม. (ตัวผู้เขียนเองพอใจความหนาที่ 25 ซม.) สำหรับเหล็กเสริมนั้น ใช้เหล็กเส้นกลมขนาด 12 มม.ถักตะแกรงที่ระยะ 20 ซม. ก็จะเป็นหลักประกันความแข็งแรงในระยะยาวที่ดีของบ้านแสนสุขหลังนี้ |
![]() หลังเทคานรัดด้านล่างแล้ว จะเห็นเอ็นรับแรงในแนวตั้งที่ต่อเนื่องกับเหล็กตะแกรงพื้นโผล่ขึ้นที่หลังคานพร้อมที่จะรับงานก่ออิฐผนัง |
![]() |
เอ็นในแนวตั้งสอดผ่านแนวอิฐก่อขึ้นสู่คานรัดด้านบน ในอีกภาพจะเห็นเสาด้วย นอกจากนี้จะเห็นว่าการก่ออิฐจะใช้เนื้อปูนก่ออัดเต็มช่องว่างระหว่างอิฐก่อเพื่องานกันซึมอีกระดับหนึ่งนอกเหนือจากงานฉาบขัดมัน | ![]() |
![]() ขณะก่ออิฐผนัง |
การป้องกันการรั่วซึมที่พื้นบ่อเลี้ยง อีกเรื่องหนึ่งของ คนรักปลาที่ก่อสร้างบ่อด้วยตัวเองหรือให้ช่างทั่วๆ ไปทำการก่อสร้างบ่อให้ มักจะ "พลาด" และ "ตกม้าตาย" บ่อยๆ นั้นก็คือ เกิดการรั่วซึมที่พื้นบ่อ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นแล้วเจ้าของบ่อบางท่านก็อาจจะ/เคยโทษและโยนความผิดไปให้กับช่างที่ทำการก่อสร้างว่า "ประหยัดปูนจนเกินเหตุ" ซึ่งแท้จริงแล้วการประหยัดปูนจนเกินไปนั้น เป็นเพียงสาเหตุย่อยๆ ที่เพียง "อาจ" ทำให้เกิดการรั่วซึมได้เท่านั้นเอง เชื่อหรือไม่ ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ปูนมากกว่าส่วนผสมที่กำหนดถึงสองสามเท่าตัว แต่หากขาดไปซึ่งวิธีการทำงานที่ถูกต้อง การรั่วซึมที่พื้นบ่อก็ยังจะสามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการรั่วซึมที่พื้นบ่อนั้นเกิดจากสองสาเหตุด้วยกันคือ
|
![]() |
ผนังก่ออิฐที่พร้อมแล้วสำหรับงานฉาบ ในภาพจะเห็นแนวของคานรัดกลางและรัดบนขอบบ่อ ตลอดจนเสาหลักอย่างชัดเจน | ![]() |
|
![]() งานขัดมันพื้น |
![]() งานขัดมันผนัง |
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหม? สำหรับการสร้างบ้านแสนสุขสักหลังให้กับปลาที่เรารัก
ซึ่งจริงๆ แล้วประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่สิ่งต่างๆ ที่ยากเกินกว่าจะทำเลยนะครับ เพียงแต่ส่วนใหญ่เราไม่ทราบในรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรทำต่างหากล่ะ
คราวนี้คุณคนรักปลาทั้งหลายจะกลัวอะไรอีกล่ะ..ก็ในคุณเมื่อมีเรา www.fancycarp.com,The mecca of Koilover เป็นผู้ถ่ายทอดให้แล้ว
แล้วอย่าลืมติดตามสร้างบ้านให้ปลาตอนที่4 (ตอนสุดท้าย) ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการก่อสร้างโดยละเอียดนะครับ Good Koikeeping Kevin Koilover Group |