"Nitrogen Cycle" วัฏจักรแห่งการควบคุมคุณภาพน้ำ
(สร้างบ้านให้ปลาตอนที่ 6)
|
หลังจากนาย Kevin ห่างหายจากเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับคุณภาพน้ำไปหลายเดือน
มาถึงวันนี้เพิ่งจะมีโอกาสได้เขียนเรื่องรับใช้ตามที่เคยรับปากกันไว้ ซึ่งหากสมาชิกเวปท่านใดที่ได้ติดตามเรื่องราวของการสร้างบ้านให้ปลามาโดยตลอด
ก็จะเห็นได้ว่าเรื่องราวของการสร้างบ้านให้ปลาที่ผ่านมาตั้งแต่ตอนที่ 1-5 นั้นจะเป็นเรื่องราวของการออกแบบขนาดของบ่อเลี้ยง
และขนาดของระบบกรองที่ใช้เป็นถังสำหรับปฎิกริยาการย่อยสลายทางชีวภาพแต่ส่วนของปฏิกริยาที่เกิดขึ้นภายในนั้นได้กล่าวถึงไปเพียงคร่าวๆ ทั้งที่แท้จริงแล้ว
ปฏิกริยาการย่อยสลายทางชีวภาพนี่แหละที่มีความสำคัญในระดับที่ชี้เป็นชี้ตายกับชีวิตปลาในบ่อได้ เรื่องราวของสร้างบ้านให้ปลาในตอนนี้จะเริ่มต้นหลังจากที่เราสร้างบ้านให้ปลาเสร็จแล้ว ตลอดจนทำการสะเทินผิวปูนตลอดจนปล่อยแบคทีเรียเพื่อ Start Up ระบบเป็นที่เรียบร้อยทุกอย่าง ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนพร้อมปล่อยปลาตัวสวยลงในบ่อแสนรัก แต่เชื่อหรือไม่ว่า ตอนจบของหนังรักหวานแหวว ที่พระเอกกับนางเอกลงเอยตรงที่ได้แต่งงานกัน สามารถกลับกลายเป็นตอนเริ่มต้นของหนังชีวิตอีกเรื่องหนึ่งได้สบายๆ เรื่องมันมีอยู่ว่า การเปลี่ยนแปลงสารประกอบไนโตรเจนที่เกิดจากการขับถ่ายของปลาโดยแบคทีเรียในระบบนั้นเป็นไปในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงเริ่มจาก โปรตีน ----> เปปไตต์ ----> กรดอะมิโน ----> แอมโมเนีย ----> ไนไตรท์ ----> ไนเตรท โดยตัวที่สำคัญและที่สามารถตรวจวัดได้ง่ายจะเป็น แอมโมเนีย ไนไตรท์ และไนเตรท มากไปกว่านั้นเจ้าสารประกอบไนโตรเจนทั้งสามตัวนี้แหละ ที่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดสภาวะความพร้อมและการทำงานของระบบกรองซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายคุณสมบัติของทั้งสามตัวนี้อีกแล้วเนื่องจากหาอ่านได้ไม่ยากนัก (กระทั่งในเวปนี้ก็มีให้อ่านได้) ดังนั้นดูกราฟจากภาพประกอบที่ 1 เลยดีกว่า |
![]() ภาพประกอบที่ 1 แสดงให้เห็นถึงการขึ้นลงของแอมโมเนีย, ไนไตรท์และไนเตรทที่เวลาต่างๆ กัน A คือ ค่าแอมโมเนีย B คือ ค่าไนไตรท์และ C คือค่าไนเตรท |
| เริ่มจากวันแรกที่ปล่อยปลาลงไปในบ่อ ภายใน 2 สัปดาห์ ค่าแอมโมเนียจะเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด (จุดA) จากนั้นค่าความเข้มข้นของแอมโมเนียจะค่อยๆ ลดลงพร้อมกับการค่อยๆ เพิ่มขึ้นของไนไตรทเพราะเริ่มมี Nitrosomonas Bacteria เกิดขึ้นในชั้นกรอง และเริ่มย่อยสลายแอมโมเนียให้กลายเป็นไนไตรท์ โดยที่ค่าความเข้มข้นของไนไตรท์จะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดภายใน 3-5 สัปดาห์ จากนั้นค่าของไนไตรท์จะค่อยๆ ลดลงในขณะที่ค่าไนเตรทในจะค่อยๆ เพิ่มๆ ขึ้นเนื่องจากเริ่มมีการเปลี่ยนไนไตรท์ให้เป็นไนเตรทโดย Nitrobacter Bacteria ต่อมาค่าไนเตรทจะลดลงเป็นครั้ง ตามจังหวะการล้างบ่อกรอง หรือกิจกรรมอื่นใดที่ทำให้เกิดจากเจือจางน้ำในบ่อเลี้ยง โดยขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบนี้จะกินเวลา 2-3 เดือนกว่าระบบจะเข้าสู่สมดุลย์ แต่เราสามารถทำให้ระบบเข้าสู่สมดุลย์เร็วขึ้นโดยการเติมแบคทีเรียที่ Active แล้วหรือการใช้วัสดุกรองบางส่วนจากบ่อที่สมดุลย์แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งในวัสดุกรองของบ่อใหม่ |
| เชื่อหรือไม่ว่า หากการเริ่มต้นเดินระบบใหม่ เราใส่ปลาลงในบ่อเลี้ยงมากเกินไป ภายในสัปดาห์ที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 3-5 ที่ค่าแอมโมเนียหรือไนไตรทขึ้นสูงสุด ปลาของเราก็อาจป่วย หรือตายได้จากพิษของสารเหล่านี้ที่สูงจนเกินไป ซึ่งมีศัพท์เฉพาะของปลาที่ป่วยหรือตายจากสาเหตุนี้ว่า "New Tank Syndrome" สำหรับความเข้มข้นที่ปลาจะทนได้มากน้อยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของปลาด้วยแต่โดยเฉลี่ยแล้วค่าแอมโมเนีย 0.2-0.5มก./ลิตร จะทำให้ปลาตายอย่างรวดเร็ว และสำหรับการเลี้ยงในระยะเวลานาน ค่าแอมโมเนียเพียง 0.02มก./ลิตร จะทำให้ปลาอ่อนแอและป่วยในที่สุด นอกจากนี้ค่าแอมโมเนียเพียง 0.002มก./ลิตร ก็ทำให้ปลารู้สึกระคายเคืองเหงือกแล้ว สำหรับค่าไนไตรท์ก็ไม่ควรจะมากกว่า 0.15มก./ลิตร จึงจะปลอดภัยสำหรับปลาคาร์พ จะเห็นได้ว่าการปล่อยน้ำใหม่เพื่อเจือจางน้ำในบ่อเลี้ยงในช่วงแรกของการเริ่มต้นเดินระบบจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการป้องกัน New Tank Syndrome ส่วนค่าไนเตรทนั้นแม้ว่าจะไม่เป็นพิษกับสัตว์น้ำเท่าไรนัก แต่ค่าไนเตรทที่มากกว่า 500มก./ลิตร ก็ส่งผลต่อสุขภาพของปลาคาร์พได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามค่าความเข้มข้นของไนเตรท 500มก./ลิตร นี้เป็นการยากมากที่จะเกิดขึ้นในสภาวะปกติของการเลี้ยงปลาที่มีบ่อกรองที่ถูกต้อง แม้ว่าไนเตรทจะเป็นพิษต่อปลาคาร์พน้อยมาก แต่สำหรับไข่ปลาตลอดจนปลาคาร์พในวัยเยาว์บางรายงานกล่าวว่าไนเตรทที่ความเข้มข้น 250มก./ลิตร จะทำให้การเจริญเติบโตและพัฒนาการเป็นไปได้ไม่ดี อย่างไรก็ตามแม้ว่าค่าไนเตรทที่สูงมากจะไม่ | ![]() น้ำเขียวในช่วงเริ่มเดินระบบ (หรือกระทั่งตลอดไป) เนื่องจากความไม่สมดุลย์ของ ไนเตรทกับปริมาณแสงที่บ่อได้รับ ซึ่งเป็นอีกฝันร้ายของคนรักปลา |
| เป็นอันตรายกับปลาอย่างใหญ่หลวง แต่สิ่งที่หนึ่งที่นักเลี้ยงปลาจะทนไม่ได้ก่อนปลาเสียอีกก็คือ ไนเตรทจะเป็นตัวสนับสนุนให้เกิดแพลงตอนพืช (หากบ่อได้รับแสงแดดในปริมาณความเข้มแสงที่พอเหมาะ) และสิ่งที่ตามมาก็คือ "น้ำเขียว" ที่ถือเป็นฝันร้ายสำหรับคนสร้างบ่อใหม่ |
![]() การหมุนเวียนของสารประกอบไนโตรเจนในระบบ |
คราวนี้มาถึงตอนที่สารประกอบไนโตรเจนถูกเปลี่ยนไปเป็นไนเตรทแล้ว
วัฐจักรเหล่านี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการหมุนเวียนตามภาพประกอบ เริ่มต้นจากของเสียจากปลา, อาหารที่ตกค้างหรือกระทั่งตะไคร่น้ำที่ตายแล้วถูกเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย
จากนั้นแอมโมเนียจะถูกเปลี่ยนเป็นไนไตรท์ จากนั้นไนไตรท์จะถูกเปลี่ยนเป็นไนเตรท ซึ่งไนเตรทนี้จะถูกย่อยสลายหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยตะไคร่น้ำ
(หรือพืชน้ำในกรณีที่ใช้ Plant Filtration หรือ Bakki Shower) และจากภาพประกอบบางส่วนของไนเตรทอาจถูก Break Down
ให้กลายเป็นก๊าซไนโตรเจนแล้วคืนสู่ชั้นบรรยากาศได้โดยตรงจากพวก Denitrifying Bacteria ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า "Denitrification Process"
ซึ่งหาก Koilover ท่านใดต้องการให้ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นมากๆ เพื่อลดไนเตรทก็สามารถจัดเตรียม Trickle Tower ซึ่งก็คือถังระบบโปรยกรองที่จะทำให้เกิดสภาวะเกือบๆ
ไร้ออกซิเจนใน Colony ของ Bacteria และเกิด Denitrification ได้ และที่ผมเห็นก็จะมีการเพิ่มต้นไม้เข้าไปข้างบนนั้นก็ถือเป็นการย่อยสลายไนเตรทในวิธีของพืชอีกแรงนึง
ซึ่งจะเห็นว่า Bakki Shower ที่กำลังมาแรงเหลือเกินในขณะนี้เป็นการรวมเอาเข้าดีของ Plant Filtration เข้าไว้กับ Trickle Tower
นั้นคือมีการกำจัดไนเตรทได้ถึงสองวิธีใน Unit เดียว อย่างไรก็ตามหาก Koilover ที่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วเข้าใจอย่างถ่องแท้จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น
Plant Filtration, Trickle Tower หรือกระทั่ง Bakki Shower จะทำงานได้ดีตามจุดประสงค์ที่ต้องการ (คือการบำบัดไนเตรท)
ก็จะต้องมีระบบกรองที่ดีในการย่อยสลายสารประกอบไนโตรเจนมาถึงตอนจบที่ไนเตรทเสียก่อน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ระบบกรองมาตราฐานก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
และระบบ Shower,Tower ทั้งหลายก็ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนระบบกรองมาตราฐานได้ เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นตัวเสริมที่ดีต่างหาก![]() อยากให้ปลาที่เลี้ยงไว้มีสุขภาพดี และสวยงาม ก็ต้องเข้าใจการจัดการระบบที่ดี |
![]() บ่อกรองชุดนี้ใช้พืชน้ำ ในการช่วยกำจัดไนเตรท |
![]() ระบบ Plant Filtration เป็นระบบที่ สามารถจัดการในเรื่องไนเตรทได้ดีนอกจากนี้ยังสามารถออกแบบให้สวยงามและกลมกลืมกับงานภูมิสถาปัตย์ได้ |
![]() บางบ่อที่มีน้ำตกแล้วมีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่ถือว่าการบำบัด ไนเตรทถือเป็นผลพลอยได้ที่นอกจากความสวยงาม และการเติมออกซิเจนให้กับบ่อเลี้ยง |
![]() Bakki Shower ระบบกำจัดไนเตรทที่เป็นเหมือน 2 in1 คือรวมเอาทั้ง Trickle Tower เข้ากับ Plant Filtration |
![]() ระบบ Plant Filtration ขบวนการกำจัดไนเตรทที่นาย Kevin โปรดปรานเป็นการส่วนตัวเนื่องจากแลดูดี กลมกลืนกับภูมิสถาปัตย์เป็นที่สุด |
อ่านกันมาถึงตอนนี้ หลายคนก็อาจมีคำถามในใจแล้วว่า
แล้วจะทำการเริ่มต้นเดินระบบอย่างไรล่ะ ปลาแสนรักจึงจะอยู่ห่างไกลจาก New Tank Syndrome คำตอบก็คือค่อยปล่อยปลาลงไปทีละน้อย
เช่นหากว่าบ่อเลี้ยงของเราสามารถเลี้ยงปลาได้ 10 ตัว ในช่วงสัปดาห์แรกควรปล่อยปลาลงไปสัก 2-3 ตัว แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนปลาลงไปหลังจากเดินระบบได้ 1 เดือน
การเพิ่มจำนวนปลานี้ไม่ควรเพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดด แต่ควรเพิ่มทีละตัวหรือสองตัวเป็นอย่างมาก การเพิ่มภาระให้แก่ระบบกรองอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ประกอบกับการเจือจางน้ำในบ่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอนี้จะช่วยทำให้ไนไตรท์และไนเตรทค่อยๆ เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่สูงจนเกินกว่าที่ทั้งปลาและแบคทีเรียในระบบจะรับได้
มากไปกว่านั้นคือด้วยวิธีการเดียวกันนี้หลายคนพบว่าบ่อใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องมีน้ำเขียวในช่วงเวลา 1-3 เดือนแรกของการเดินระบบ อ่านมาถึงตอนนี้หลายคนก็คงเริ่มเข้าใจและสนุกกับวัฎจักรไนโตรเจนกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ผู้อ่านทุกท่านรู้สึกเหมือนๆกับผมก็คือ วัฏจักรไนโตรเจน น่ะ ไม่ต่างจากลูกแมวเชื่องๆตัวหนึ่งเท่านั้น เพียงแต่หากรู้จักวิธีจัดการกับมันแล้วล่ะก็ คุณภาพน้ำดีๆ ในบ่อเลี้ยงของคุณก็ไม่ไกลเกินเอื้อม ขอให้สนุกกับการเตรียมน้ำคุณภาพดีให้กับปลาแสนรักของคุณครับ |