VORTEX
     ผมนาย
joe koikichi หลังจากไม่ได้เขียนเรื่องส่งเข้า web มานานหลายเดือน ตอนนี้รู้สึกระอายแก่ใจครับ คนอื่นๆ เขียนเอาๆ ผมเอาแต่งอมืองอเท้าอ่านอย่างเดียว เอาหล่ะครับ ขอทำตัวเป็นประโยชน์บ้าง เดี๋ยวจะหาว่าเอาแต่ขายปลา แล้วลำเอียงไม่สนใจเวปวันนี้ขอเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ระบบกรองที่ถือว่าเป็น trend ใหม่ของวงการปลาคาร์ปไทย (แต่ต่างชาติหลายประเทศเค้าใช้กันมาหลายปีแล้ว) นั่นก็คือระบบกรองแบบที่เรียกว่า vortex system หรือชื่อไทยๆ ผมตั้งให้เข้าใจได้ง่ายว่า ระบบช่องกรองแบบหมุนวน หลักการคือ การทำให้น้ำในช่องกรองเกิดการหมุนวนตลอดเวลา จนเกิดแรงเหวี่ยงทำให้ตะกอนหนักรวมตัวที่จุดศูนย์กลางและตกตะกอนรวมตัวที่พื้นในเวลาต่อมา และเราจะดึงน้ำจากจุดใกล้ผิวน้มากที่สุดซึ่งเป็นจุดที่น้ำค่อนข้างจะโดนขจัดตะกอนไปเป็นจำนวนมากแล้ว น้ำในจุดดังกล่าวจะถูกดึงต่อไปยังช่องกรองช่องต่อไป ระบบ vortex นี้ถือเป็นการปฎิวัติระบบช่องกรองแบบตกตะกอนที่บ้านเราใช้กันมานานแบบชนิดที่เรียกว่า เบียดตกขอบได้เลย เป็นระบบแบบ gravitation ที่ใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดระบบหนึ่งในปัจจุบัน ระบบ vortex นี้แบ่งได้สองลักษณะคือ 1) semi - vortex และ 2) vortex เต็มรูปแบบ ผมจะพูดถึงระบบ semi-vortex ก่อนนะครับ ระบบนี้หมายถึงว่า ในระบบบ่อเลี้ยงทั่วไปปรกติในช่องกรองจะแบ่งเป็นช่องหลายๆ ช่อง เช่นช่องแรก ช่องตกตะกอน ช่องต่อไปอาจจะสารกรองต่างๆ เรียงกันไป บางบ่ออาจจะมีช่องที่ใส่ตัวกลางในการกรองเช่น หอยนางรม ปะการังหรือ filter ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ต่างๆ เรียงกันไป 1 2 หรือ 3 ช่องอะไรก็ตามแต่ทุกช่องส่วนใหญ่จะทำเป็นลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม จะผืนผ้าหรือจัตุรัสก็แล้วแต่ แต่ระบบที่เรียกว่า semi - vortex นี้ทุกช่องยังคงสภาพเหมือนเดิม จะเปลี่ยนแปลงก็เพียงแต่ช่องแรกที่น้ำเข้ามาเท่านั้น นั่นคือช่องตกตะกอนหรือช่องน้ำเสียช่องแรกนั่นเองที่เป็นระบบช่องกรองแบบหมุนวน ช่องนี้จะทำหน้าที่ให้ตะกอนหนักต่างๆ ตกตะกอนรวมกันอยู่ที่ช่องนี้เท่านั้น พยายามที่จะไม่ให้มีตะกอนหนักหลุดลอยเข้าไปยังช่องกรองตัวกลางต่างๆ เลยถ้าเป็นไปได้ ฉะนั้นระบบกรองช่องต่อๆ ไปจะรับภาระน้อยลงอย่างมาก ตะกอนที่ตกตะกอนอยู่ในช่องหมุนวนช่องแรกนั้น จะถูกดึงออกจะระบบทิ้งไปเลย ฉะนั้นสำคัญมากครับ ระบบ vortex หรือ semi - vortex นั้นจำเป็นที่จะต้องมีบ่อเกรอะ มิฉะนั้นระบบนี้จะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงครับ ส่วนระบบ vortex แบบเต็มรูปแบบนั้น หมายความว่า ทุกๆ ช่องในบ่อกรอง ซึ่งส่วนใหญ่ทุกๆ ท่านจะทำเป็นช่องสี่เหลี่ยม แต่ระบบแบบเต็มรูปแบบนั้นทุกช่องกรองนั้น จะเป็นช่องถังกลมน้ำหมุนวนทุกช่อง ไม่เว้นแม้แต่ช่องน้ำดีสุดท้ายหรือช่องไดโว่ เอาหล่ะครับคิดว่าคงจะพอเข้าใจไอเดียของ vortex คร่าวๆ แล้วใช่ไม๊ครับ ทีนี้เรามาลงลึกลงไปอีกนิดครับ ผมขอพูดถึงหลักการที่จำเป็นในการสร้างช่องกรองแบบ vortex chamber
  1. คือต้องมีช่องว่างระหว่างพื้นถึงท่อน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงอยู่พอสมควร ประมาณ 50 ซมขึ้นไป อันนี้จะสูงเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับ rate ความเร็วของน้ำที่เข้ามาในช่องกรองครับแต่หลักง่ายๆ นั้นหมายความว่า ต้องมีช่วงน้ำด้านล่างของบ่ออยู่ช่วงนึง ที่ต้องมั่นใจว่าน้ำที่เข้ามาในช่องนั้นๆ จะไม่เข้าไปกวนจนการตกตะกอนนั้นมีประสิทธิภาพต่ำลง ท่อที่ปักเข้ามาในถังกลมนั้นไม่ควรจะต่ำใกล้พื้นมากเกินไป
  2. ในทางกลับกัน ท่อน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงนั้น ก็ไม่ควรใกล้ผิวน้ำมากเกินไปจนทำให้ตะกอนยังไม่ทันตกตะกอน แต่กลับไหลต่อไปยังช่องกรองช่องอื่นๆ เสียก่อน
  3. ทิศทางการหมุนที่เหมาะสมในประเทศเรานั้น ทิศทางที่ดีที่สุดคือ หมุนทวนเข็มนาฬิกาครับ เหตุผลคือประเทศเราตั้งอยู่ซีกโลกเหนือ ดังนั้นน้ำตามธรรมชาติเวลาไหลลงสู่ท่อทางต่างๆ นั้น จะไหลในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาตามอิทธิพลของสนามแม่เหล็กโลก
  4. พื้นของช่อง vortex นั้นต้องมีท่อสะดือทุกช่อง และสะดือนั้นควรจะอยู่ที่จุดศูนย์กลางของช่องพอดีๆ และพื้นนั้นควรมีการเทสโลปให้หนักมากที่สุด เพื่อที่เวลาชักตะกอนออกนั้น ตะกอนที่ตกตะกอนอยู่นั้นจะหายวับไปกับตาในเวลาอันรวดเร็วที่สุด เหตุผลคือสิ่งที่เราต้องการกำจัดนั้นไม่ใช่น้ำแต่เป็นตะกอน ถ้าเรามีการเทสโลปหนักเท่าไหร่และสะดือได้ศูนย์กลางมากเท่าไหร่ ตะกอนจะถูกดึงออกไปได้หมดเร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่เรายิ่งเสียปริมาณน้ำในบ่อน้อยเท่านั้น นี่เป็นไงครับเป็นการประหยัดทรัพยากรน้ำได้อีกทาลหนึ่งอีกด้วย ถึงแม้ว่าการเลี้ยงปลากับการประหยัดน้ำนั้น แนวคิดมัดจะเดินทางเป็นเส้นขนานกันก็ตาม
  5. การวางท่อที่เชื่อมจากบ่อเลี้ยงเข้ามาในระบบ vortex นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ การวางท่อนั้นควรจะวางให้ชิดริมขอบถังกลมมากที่สุด แต่อย่าลืมว่าเราต้องเผื่อช่องเอาไว้เสียบท่ออุดน้ำเวลาล้างบ่อกรอง หรือเวลาที่เราไม่ต้องการให้น้ำเข้ามาในช่องกรองด้วยครับ และในช่อง vortex นั้นไม่ควรเอาอะไรที่ไม่จำเป็นลงไปขัดทางน้ำ ทำให้น้ำนั้นไม่วนได้ไม่สะดวก การวางท่อต่างๆ นั้นต้องคำนึงถึงการลู่น้ำด้วยเป็นสำคัญครับ
  6. ขนาดของท่อที่ต่อเชื่อมจากบ่อเลี้ยงเข้ามายังช่อง vortex นั้นควรใช้ขนาดท่อที่เหมาะสม ไม่ควรเล็กเกินไปจนทำให้น้ำที่วิ่งเข้ามานั้น มีความเร็วและรีดจนเกินไป จนทำให้ตะกอนไม่ตกตะกอน กลายเป็นตะกอนรวมศูนย์แบบพายุหมุน tornado ไป เวลาชักน้ำนั้นตะกอนก็จะไม่ถูกกำจัดออกไปหมด (ขนาดท่อที่เหมาะสมนั้นแปรผันโดยตรงต่อขนาดบ่อและขนาดปั๊มน้ำที่ใช้ในบ่อ ขนาดที่เหมาะสมนั้นเข้าไปหาได้ที่โปรแกรมคำนวณขนาดท่อในสร้างบ้านให้ปลาที่หน้าแรกครับ)
หลักสำคัญๆที่ผมพอจะแจกแจงได้ก็มีเท่านี้หล่ะครับ ทีนี้เรามาดูรูปประกอบเพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นครับ
 


ภาพนี้เป็นระบบ semi-vortex แบบใช้บ่าน้ำล้นคล้ายบ่อกรองทั่วไป สังเกตุได้ว่าน้ำจะล้นจากช่อง vortex และมุดลงไปโผล่ยังช่องกรองแบบปกติทั่วไป ซึ่งแบบนี้ถือเป็นระบบ semi-vortex ครับ
 

ส่วนในภาพนี้ เป็นระบบ semi-vortex แบบต่อท่อเข้ามาดึงน้ำศูนย์กลางบริเวณใกล้ผิวน้ำ ท่อที่เห็นอยู่ที่จุด 10 นาฬิกานั้น เป็นท่อน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงต่อตรงเข้ามาเลียบกับขอบของถังกลม เพื่อให้น้ำหมุนวนเป็นวงกลม ส่วนท่อที่จุด 4 นาฬิกาก็เช่นเดียวกัน แต่เป็น over flow มาจากบ่อเลี้ยง ส่วนท่อที่ 12 นาฬิกานั้นเป็นท่อน้ำล้นในช่อง vortex และสุดท้ายท่อที่หงายขึ้นอยู่ตรงจุดศูนย์กลางนั้น คือท่อที่ต่อส่งน้ำไปยังช่องกรองช่องต่อไป จะสังเกตุได้ครับว่า ท่อน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงนั้น ปักเข้ามาทางทวนเข็มนาฬิกา ทำให้น้ำไหลทวนเข็มเช่นกัน
 


จากภาพนี้จะเห็นว่าท่อสำหรับดึงน้ำศูนย์กลางนั้น จะปักทะลุกำแพงเข้ามายัง ช่องบังคับน้ำมุดลง ซึ่งบ่อกรองปรกติส่วนใหญ่ วิธีการดึงน้ำเข้ามายังช่องน้ำมุดนี้ จะใช้กำแพงต่ำให้น้ำล้นข้าม
 

ภาพนี้เป็นภาพบ่อของผมเองที่กำลังสร้างใหม่ เพื่อเป็นการยืนยันว่า ไม่ใช่แค่ผมคิดว่าดี แต่เห็นว่าดีจริงและลงมือทำแล้ว จากภาพจะเห็นสะดืออยู่สองหัว ตัวล่างท่อ 4 นิ้วเป็นท่อที่ต่อมาจากสะดือพื้นบ่อเลี้ยง ส่วนอีกท่อด้านบนเป็นท่อ 1นิ้วครึ่ง เป็นท่อสะดือจากกำแพงบ่อเลี้ยง ยิงตรงทะลุเข้าในถังให้แนบกำแพง และเข้ามาทางทวนเข็มนาฬิกา
 


ภาพจากมุมบ่อเลี้ยงมองไปยังถัง vortex จะสังเกตุเห็นสะดือกำแพงที่กล่าวในภาพที่แล้ว ยิงตรงเข้าถังกลม
 

วิธีการที่ผมใช้ฝังท่อนั้น ใช้วิธีสกัดออกในระดับที่ต้องการ รูนี้มีไว้สำหรับท่อ 4 นิ้วที่จะดึงน้ำต่อไปยังช่องกรองช่องต่อไปโดยต่อทะลุเข้ากับช่องบังคับน้ำมุด
 


สังเกตุท่อตรงกึ่งกลางบ่อที่จุดต่ำสุดของบ่อที่มีกระสอบคลุมอยู่ จะเป็นท่อสะดือที่ต่อไปยังบ่อเกรอะ ไว้สำหรับกำจัดตะกอนที่ตกตะกอน และรอบๆ ท่อนั้น ผมจะทำสโลปจากจุดกึ่งกลางไปที่ขอบถึงสูงขึ้น 40 ซม เอียงประมาณ 45 องศา เพื่อการที่จะสามารถกำจัดตะกอนออกไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสียน้ำมาก
 

ถังกลมหรือเรียกแบบชาวบ้านว่าถังส้วม อุปกรณ์ที่สะดวกและจำเป็นที่สุดสำหรับระบบ vortex มีขนาดให้เลือกหลายขนาด ตามแต่ความเหมาะสมของบ่อแต่ละบ่อ
 


  ภาพซ้ายเป็นภาพจากฟาร์มของคุณอ้วน siam koi ซึ่งเป็นบ่อระบบ vortex แบบเต็มรูปแบบ ทุกช่องกรองจะเป็นระบบน้ำหมุนทุกช่องกรอง ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพในการทำให้ตกตะกอนนั้น ย่อมมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ semi-vortex ที่มีช่องน้ำหมุนเพียงช่องตกตะกอน1 หรือ 2 ช่อง ระบบ vortex แบบเต็มรูปแบบนั้นแม้กระทั่งช่องตัวกลางต่างๆ ก็ยังเป็นน้ำหมุนด้วยเช่นกัน


    เอาหล่ะครับหลังจากดูรูปแล้ว คงพอจะเข้าใจไอเดียหลักๆ รูปแบบการก่อสร้างนั้นบางท่านอาจจะคิดว่าไปดัดแปลงอะไรตามความเหมาะสม แต่รูปและรูปแบบที่ผมและคุณอ้วน siam koi ทำนั้นเป็นรูปแบบที่เราเห็นว่าดีก็เลยทำตามแบบนี้ แต่บางท่านอาจจะเอาไปดัดแปลงอะไรนิดหน่อยให้ดีขึ้น ซึ่งก็ไม่เป็นเรื่องแปลกหรือผิดอะไร แต่หลักการที่สำคัญๆนั้นก็มีอยู่เท่านี้ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ต่อมาผมจะขอพูดถึงระบบ plant filtration



Go to Page 2