รอยรั่วที่เกิดจากน้ำใต้ดินดันเข้ามา เห็นรอยน้ำปูนไหลสู่สะดือบ่อเป็นทางยาว ใครเจอแบบนี้ต้องเครียดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
   จากการที่ผมเป็นวิศวกรโยธาและสิ่งแวดล้อมอาชีพ (แต่เป็นแค่นักเลี้ยงปลามือสมัครเล่นด้อยประสบการณ์) ทำให้ได้มีโอกาสพบกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากหน้างานก่อสร้าง ตลอดจนต้องหาทางแก้ไขปัญหาให้กับทางเจ้าของงานอยู่หลายครั้งหลายครา จากประสบการณ์ต่างๆ ที่หาได้จาก นอกตำราเหล่านี้ บางส่วนก็ได้นำมาประยุกต์ใช้กับงานอดิเรกแสนรัก (คือการเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พ) ตลอดจนนำมาตอบคำถามในกระทู้หรือกระทั่งเขียนเรื่องรับใช้คนรักปลาคอเดียวกันอยู่เรื่อยๆ หลายท่านต้องเคยประสบกับปัญหาบ่อรั่วหรือไม่แน่บางท่านอาจกำลังประสบอยู่ก็เป็นได้

บ่อรั่วถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เป็นฝันร้ายของนักเลี้ยงปลาทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเงินทองที่ต้องเสียไปกับค่าน้ำที่ต้องเติมลงไปอย่างมากกว่าปกติทุกๆ วันแล้ว ยังสร้างความหวาดผวาว่าวันร้ายคืนร้าย บ่อเจ้ากรรมอาจออกอาการรั่วมากขึ้นจนเจ้าปลาแสนรักต้องนอนเกยตื้นในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เป็นได้ (กรณีหลังนี้ผมเว่อร์ครับ..อย่าถือสา)

ผมเคยเรียนรับใช้แฟนเวบในกระทู้หนึ่ง (ซึ่งนานมาแล้ว) ว่าการอุดรอยรั่วนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่การหารอยรั่วนี่สิยากกว่าเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะบ่อที่ใช้งานไปแล้วค่อยเกิดการรั่วขึ้นมาทีหลัง จนถึงวันนี้ผมก็ยังยืนยันคำตอบเดิมตามประโยคข้างต้นเป็นคำตอบสุดท้ายล่ะครับ ส่วนเรื่องการอุดรอยรั่วนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ถ้าคุณหารอยรั่วเจอแล้ว (ไม่ว่าโดยวิธีไหนก็ตาม) เตรียมตัวตื่นจากฝันร้ายได้เลย
 


รอยรั่วรอยนี้จะใช้เป็นรอยรั่วสาธิต การดับฝันร้ายคนรักปลา
   ในกรณีของบ่อที่นำมาเป็นตัวอย่างนี้ เกิดขึ้นจากการสร้างบ่อเลี้ยงในที่ที่มีน้ำใต้ดินในระดับสูง หรือการสร้างบ่อในฤดูฝนซึ่งทำให้ระดับน้ำใต้ดินอยู่สูงกว่าปกติ บ่อนี้สร้างยังไม่เสร็จดีก็ออกอาการว่าบ้านแสนสุขของปลาจะกลายเป็นบ้านแสนเศร้าเสียแล้ว เพราะว่าน้ำใต้ดินซึมทะลุผนังอิฐก่อเข้ามาภายในบ่อตลอดเวลา จนทำให้การฉาบปูนเรียบขัดมันเพื่อทำกันซึมให้แก่ผนังบ่อกระทำได้ไม่สัมฤทธิ์ผลสักที ทั้งนี้เนื่องจากปูนที่ฉาบขัดมันยังไม่ทันแห้งดี น้ำใต้ดินก็ซึมเข้ามาดันเนื้อปูนที่ฉาบไว้ให้หลุดออกเสียทุกครั้งไป แต่อย่างว่านะครับ "ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้ยอมแพ้" มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนว่า อย่างน้อยจากการที่น้ำใต้ดินซึมทะลุผนังบ่อเข้ามาอย่างนี้ทำให้เราเห็นได้ชัดถึงตำแหน่งของรอยรั่วที่แน่นอน เท่ากับว่าเป็นการตัดขั้นตอนที่ยากที่สุดในการแก้ปัญหาออกไปได้ทันที ก่อนที่ช่างผู้รับเหมาจะถอดใจทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่หรือไม่ก็ทิ้งงานไปเลย
 
ผมขอแนะนำให้รู้จักพระเอกที่มากับถังสีพื้นขาวนามว่า "Water Plug" ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อทางการค้าของเค้าล่ะ เคมีภัณฑ์นี้ผลิตจากประเทศในแถบยุโรป เราสามารถพบตัวสารเคมีพระเอกของงานนี้ได้ตามร้านขายเคมีก่อสร้างทั่วไป หรือตามบริษัทที่รับงานด้านกันซึมมักจะมีสารเคมีตัวนี้ขายอยู่ ราคาแบ่งขายกิโลกรัมละประมาณ 250 บาท (ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์เฉลี่ยแล้วกิโลกรัมละ 2 บาท) ราคานี้ผมถือว่าแพงพอสมควรครับ แต่อย่างไรก็ตามผมยอมรับในการทำงานที่คุ้มค่าตัวจริงๆ



ผง Water Plug ดูเผินๆ เหมือนซิเมนต์ผงธรรมดา แต่ราคาต่างกันถึงร้อยกว่าเท่าตัว


ถังบรรจุผง Water Plug คงไม่มีใครซื้อไปใช้ทีละถัง ซื้อแบบแบ่งขายทีละกิโลนั่นแหละครับดีแล้ว
 


ขณะสกัดรอยรั่วให้ลึกลงไป ด้วยตะปูตอกคอนกรีต


รอยรั่วที่สกัดแล้วและพร้อมที่จะถูกอุด บอกลาฝันร้ายได้เลย
 
เริ่มต้น...ต้องสกัดรอยรั่วนั้นๆ ให้เป็นรูลึกลงไปตามทางน้ำที่ซึมเข้ามาเสียก่อน (กรณีที่ไม่มีน้ำซึมเข้ามาก็สกัดไปตามทางน้ำที่ซึมออกไป) เพื่อที่จะสร้างพื้นที่ผิวขรุขระให้เนื้อสารเคมียึดเกาะได้ดี ตลอดจนอุดรอยรั่วอย่างลึกลงไปถึงจุดซึมน้ำจริงๆ ขอย้ำอีกครั้งว่าสกัดให้ลึกลงไปนะครับไม่ใช่สกัดแบบเปิดแผลให้กว้างขึ้น ถ้าช่างคนไหนเผลอไปทำอย่างหลังเนี่ย..มีหวังเปลืองสารเคมี (อันแสนแพง) ขึ้นอีกเป็นเท่าตัว นอกจากนี้แล้วโอกาสที่จะอุดไม่สำเร็จในการกระทำครั้งเดียวนั้น
 


หยอดน้ำลงใส่ผง Water Plug ที่จะใช้


คลุกเคล้าสารเคมีให้เข้ากันกับน้ำด้วยเกรียงฉาบปูน
 


ขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าเสียเวลากันขั้นตอนนี้นานเกินไปนัก


ปั้นได้เป็นก้อนอย่างนี้ พร้อมแล้วกับปฎิบัติการดับฝันร้าย ซึ่งในตอนนี้จะรู้สึกว่าก้อนที่ปั้นได้อุ่นขึ้นเรื่อยๆ
 
มีความเป็นไปได้สูง หลังจากที่สกัดรอยรั่วตามลักษณะที่แนะนำเสร็จแล้วนำ Water Plug ออกจากถุงบรรจุเทลงบนแผ่นไม้ที่จะใช้ผสมน้ำ (ดูรูปประกอบ) ใช้ประมาณว่าจะใช้อุดได้เต็มรอยรั่วที่สกัดไว้พอดิบพอดี ค่อยๆ หยดน้ำลงไปผสมกับเนื้อสารเคมีทีละน้อยๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยเกรียงฉาบปูนจนกระทั่งเนื้อสารเคมีสามารถปั้นเป็นก้อนได้แบบดินน้ำมัน ไม่ควรเสียเวลากับขั้นตอนนี้นานเกินไปนัก เพราะเนื่องจากเนื้อสารเคมีจะทำปฎิกริยาอย่างรวดเร็ว และทันทีที่สัมผัสกับน้ำ สังเกตุว่าขณะที่ปั้นเนื้อสารเคมีด้วยมือจะรู้สึกอุ่นๆ มือขึ้นมา
 


ก่อนที่จะอุดรอยรั่ว ให้ซับแผลรอยรั่วที่เตรียมไว้ ให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
 


อุดด้วยนิ้วโป้งทั้งสอง ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด


หากมีน้ำซึมทะลักออกมาบ้างโรยผง Water Plug ลงไปบางๆ แล้วนวดให้เข้ากัน
 
จากนั้นซับรอยแผลที่สกัดไว้ให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยฟองน้ำ ก่อนที่จะอุดก้อนสารเคมีที่ปั้นไว้ในมือลงไปที่รอยรั่วนั้นๆ จากนั้นใช้นิ้วที่ถนัด (ในภาพจะเป็นนิ้วโป้ง) หรืออาจใช้เป็นฝ่ามือก็ได้ อุดไปที่ก้อนสารเคมีนั้น แล้วดันไว้แรงๆ ที่สุดเท่าที่จะแรงได้ ในขณะที่อุดค้างไว้หากมีน้ำซึมออกมาบ้างให้โรยผง Water Plug ลงไปบางๆ ที่น้ำซึมนั้น แล้วใช้นิ้วนวดๆ คลึงๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกับก้อนอุดหลัก อุดค้างไว้จนรู้สึกว่าก้อนสารเคมีเย็นลง ซึ่งน่าจะประมาณเวลาได้ 10 นาทีขึ้นไป หากเมื่อยก็ต้องหาคนมาเปลี่ยนแทนกันไป ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญที่สุดครับ หลังจากนั้นปล่อยมือหรือนิ้วที่อุดแล้วสังเกตุว่าน้ำยังรั่วอยู่หรือไม่ ซึ่งหากทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้วมักไม่มีปัญหา จากนั้นทำการฉาบปูนเรียบขัดมันให้เรียบร้อยเพื่อให้รอยซ่อมแซมดูกลมกลืนกับผนังบ่อโดยทั่วไป
 


หลังจากทิ้งไว้ให้เย็น จะได้อดีตฝันร้ายอย่างที่เห็น แห้งสนิทดีไหมครับ


นี่ก็เป็นอีกรอยรั่วหนึ่งที่อุดแล้ว ของบ่อเดียวกัน
 


รอยรั่วที่อุดแล้วถูกตกแต่งให้ดูกลมกลืนกับผนังบ่อปกติ


รอยรั่วที่อุดแล้วถูกตกแต่งให้ดูกลมกลืนกับผนังบ่อปกติ
 
   เป็นไงครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ กับการปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้าย แต่ทางที่ดีแล้วไม่ว่าเราจะมีสารเคมีที่วิเศษอย่างไรก็ตาม การอุดรอยรั่วเป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น ทางที่ดีควรสร้างบ่อเลี้ยงให้มีความแข็งแรง เป็นมาตราฐานจะดีกว่ามาหาทางแก้กันทีหลัง เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะไม่มีโอกาสได้พานพบกับฝันร้ายอย่างนี้ได้เลย Good Koikeeping
Kevin Koilover Group