ราชบุรี ชื่อนี้คงอยู่ในความฝันของ Thai's Koi Hunter หลายคน เพราะเป็นที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าร้านปลาคาร์ฟไทยส่วนใหญ่ ซึ่งรวมไปถึงร้านปลาทอง หลายๆ ร้านในสวนจตุจักรนั้นซื้อปลามา หรือมีฟาร์มอยู่ที่ราชบุรี อำเภอบ้านโป่งนี่เอง ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เฝ้าใฝ่ฝัน รอวันที่จะได้ไปบ้านโป่ง อำเภอแห่งฟาร์มปลา แห่งนี้สักครั้ง (เวอร์ซะ....) และแล้ววันที่เฝ้ารอก็มาถึง เมื่อผมจะต้องเดินทางไปงานแต่งงานที่ราชบุรี ผมจึงเก็บบรรยากาศระหว่างการเดินทางมาให้ชมกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาไทย และผู้ที่หลงไหลปลาจากแดนอาทิตย์อุทัยซึ่งคราวนี้อาจจะต้องเปลี่ยนใจก็ได้
    เริ่มจาก ถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาขึ้นสะพานโค้งที่เชื่อมกับถนน เพชรเกษม เพื่อมุ่งหน้าไปนครปฐม (เอ๋.....บรรยายคล้ายรายงานจราจรเลยแฮะ) วิ่งตามทางมาสักพักก็จะเข้าเขตนครปฐมที่เราจะสามารถเห็นองค์พระปฐมเจดีย์ได้รำไร พอพ้นเขตนครปฐมมาได้สักพักเราก็จะพบกับทางแยก ไป อ.บ้านโป่ง ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่จะใช้ไป จ.กาญจนบุรี As well !!! (น่าน....ภาษาประกิตซะ) หลังจากวิ่งเข้าถนนเส้นนี้ได้สักชั่วอึดใจให้สังเกตุป้ายใหญ่สีเหลืองๆ ซ้ายมือที่เขียนว่าตลาดปลาสวยงาม เลี้ยวซ้ายได้ทันทีเลยครับ ตรงเข้าไปสัก 700 เมตรก็จะพบตลาดปลาอยู่ทางซ้ายมือ เป็นตลาดมุงหลังคาสังกะสี เรียงกันประมาณ 4 แถว แถวหนึ่งๆ ก็จะลึกเข้าไปประมาณ 300 เมตร

รูปขวา เนวิเกเตอร์ส่วนตัวที่น่ารักที่สุดครับ
 
 


ทางแยกเข้า อ.บ้านโป่งครับ
 

ป้ายตลาดปลาริมทางเข้าจากถนนใหญ่ครับ
 
       เมื่อผมมาถึงสุดแสนจะเศร้าครับ (น้ำตาแทบร่วง.......) เพราะบรรยากาศนั้นเงียบเหงาเหลือเกินอย่างที่เห็นในภาพล่ะครับ ไม่ค่อยมีคนแต่ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าอยู่บ้างประปราย จากการสอบถามปรากฏว่าถ้าอยากจะเห็นช่วงเวลาที่คึกคักของตลาดแห่งนี้แล้วล่ะก็ ต้องมาวันพฤหัสครับ มาได้ตั้งแต่ตี 5 กันเลยเพราะส่วนใหญ่เค้าจะซื้อขายกันวันนั้น แต่บรรยากาศก็จะเหมือนกับคืนวันจันทร์ที่จตุจักรล่ะครับ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่แพ็คถุงมาขายเป็นปลาเหมา คงคัดไม่ได้ ถ้าอยากจะคัดละก็จะต้องมาวันธรรมดาอยางนี้ล่ะครับ (เฮอะ.......ค่อยใจชื่นขึ้มมาหน่อย) แต่ตามความรู้สึกผมนะครับ ถ้าลองลงทุนมาถึงราชบุรีนี้แล้วล่ะก็สมควรบุกไปให้ถึงฟาร์มครับ เพราะจะได้เห็นอะไรดีๆ อย่างภาพชุดข้างล่าง เพราะว่าฟาร์มปลาส่วนใหญ่นั้นก็อยู่ระแวกนั้นล่ะครับห่างไกลจากตลาดเต็มที่คงไม่เกิน 25 กิโลครับ แต่ตอนนี้เราย้อนกลับมาคุยกันที่ตลาดกันก่อนครับ ไม่น่าเชื่อครับที่ได้เห็นปลาคุณภาพที่เรียกว่า "คนไทยทำได้ขนาดนี้แล้วหรือ" (เวอร์ซะสุดๆคับ) แล้วกลับมามองที่ราคาครับ คุณภาพคับราคาจริงๆ ครับ ลองชมภาพและเปรียบเทียบราคาดูนะครับว่าผมโม้หรือป่าวครับ

รูปซ้าย บรรยากาศที่ตลาดครับ เงียบเหงาไปหน่อยเนอะ
 


50 บาททุกตัวครับ
 

แพทตินั่มกินริน 100 ครับ สวนเบคโกะก็ 150 บาทเท่านั้นครับ
 
 

รูปซ้าย ปลาในร้านแรกที่พบในตลาดแต่ไม่พบคนขาย
กลาง ตัวนี้แพคอยู่ในถุงเรียบร้อยแล้วครับ มีค่าตัวอยู่ที่ 400 บาทเท่านั้น
ขวา หน้าตาแบบเนี่ยครับ 50 บาท
 
     หลังจากเพลิดเพลินเจริญตากันแล้ว ก็ได้เวลาบุกเข้าอีกตลาดหนึ่งครับ ชาวบ้านจะเรียกว่าตลาดใหม่ หรือชื่ออย่างเป็นทางการเรียกว่า ตลาดวิริยะทรัพย์ครับ ทางไปก็แสนจะง่ายเพียงออกจากซอยที่เลี้ยวเข้ามาตอนแรก จากปากซอยเลี้ยวซ้าย ประมาณ 500 เมตร ก็จะพบตลาดให้อยู่ทางซ้ายมือครับ บรรยากาศเหมือนเดิมเดิมครับ ปริมาณคนอาจจะน้อยสักหน่อยแต่คนขายก็ยังเยอะอยู่ครับ แล้วสภาพพื้นที่ภายในก็ดูสะอาดตากว่าตลาดเก่า ส่วนเรื่องคุณภาพของปลานั่นต้องชมกันเองจากภาพครับ



ทุกตัวในนี้ครับ size 2 bu กว่าๆ 400 ทุกตัวอ่ะ ลองสังเกตุความขาวของซันเก้ตรงกลางสิครับ
 

ป้ายริมถนนหน้าตลาดวิริยะทรัพย์
 
     หลังจากเยี่ยมชมตลาดทั้ง 2 แห่งแล้วอย่างที่บอกตอนต้นครับ มาถึงนี่ทั้งทีต้องบุกถึงฟาร์มครับ พอดีผมโชคดีขับรถไปเจอระหว่างทางครับ เลยลองเข้าไปดู ฟาร์มนี้ชื่อว่า PRO FARM รับ เมื่อเข้าไปถึงผมถึงกับต้องตลึง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ (เหมือนหนังบู๊ไหมครับ) ปลาขนาด 3-4 bu ที่เป็นปลาที่แจ้งเกิดในไทยล้วนๆ ลองดูคุณภาพจากภาพนะครับ ทั้งๆ ที่ฟาร์มนี้เพิ่งเพาะปลามาได้แค่ 3 ปีครับ แถมพ่อแม่พันธุ์นั้นก็มีทั้งพ่อ แม่ จากญี่ปุ่น และ พ่อแม่ของไทยผสมกัน ลองดูนะครับ สำหรับคนที่บอกว่าปลาไทยจะไม่ได้ size ใหญ่นั้นลองพิสูจน์ด้วยตาคุณดูครับ และที่สำคัญครับฟาร์มนี้ไม่ต้องไปขายที่อื่นครับ ไม่มีร้านที่ไหนมีที่นี่ที่เดียว แต่ก็มีคนมาซื้อเรื่อยครับ จากการสอบถามเจ้าของร้านผู้แสนจะใจดี ได้บอกกับผมว่ามีลูกค้าจากทั่วสารทิศครับ ทั้งจตุจักร และตามต่างจังหวัดต่างๆ ทั้งเหนือ ใต้ อีสาน ครับสบายไปเลย โอเคครับสำหรับ trip นี้คงได้ยั่วน้ำลาย Thai's Koi Hunter หลายๆ คน รวมถึง Japan's Koi Hunter หลายๆ ท่านคงมีอะไรเข้าไปสกิตใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ
 


เกือบ 3 bu ครับ 400 บาท
 

เกือบ 3 bu เช่นกันครับ 800 บาทต่อตัว
 

ปลาไทยเกือบ size 4 ทุกตัวครับ
 


เป็นยังไงบ้างครับ โคฮากุ ไทยตัวนี้ถูกใจใช่ไหมล่ะ
 

มารูเต็งซันเก้ ครับ สัญชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์
 

Thai Plantinum ครับ
 


ตันโจ ซันเก้ 4 bu ตัวนี้ค่าตัว 8000 เท่านั้นครับ

 

25 บาททุกตัวครับ เลือกได้ตัวสบาย

 
บรรยากาศภายใน Pro Farm ครับ
 



  ซ้ายบน อย่างนี้จะเชื่อไหมถ้าจะบอกว่า ตัวนี้ซื้อได้ที่นี่แค่ 50 บาทครับ
ซ้ายล่าง แล้วตัวนี้ล่ะถ้าจะบอกว่า 100 บาทจะหาว่าโกหกไหมเนี่ย



    เมื่อปลาไทยเริ่มทำได้ขนาดนี้แล้วทำไมเราไม่ช่วยกันสานต่อล่ะครับ อย่างน้อยเราก็ซื้อปลาถูกลง ไม่เสียเปรียบดุลการค้ามากนัก และก็อากจะช่วยสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้กับคนไทยอีกด้วย และท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณ เจ้าของร้านค้าและเจ้าของฟาร์มปลาต่างๆ ที่เอื้อเฝื้อข้อมูล และอัธยาศัยที่ดีมีไมตรีทุกๆ ท่านครับ

Golfy & N' Bumy Koilover Group