
![]() ทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพครับ คนก็ค่อนข้างมากพอสมควร |
ช่วงบ่าย เฮียตี๋ได้พาผมและว่าที่พี่สะใภ้ไปนมัสการครูบาศรีวิชัยและพระธาตุดอยสุเทพครับ ซึ่งก็ยังคงรักษามนต์เสน่ห์แห่งเมืองเหนือเอาไว้ ถ้ามาแล้วไม่ขึ้นมาไหว้ก็ยังไงๆ อยู่ ข้างบนนี้อุณหภูมิเย็นสบายครับแค่ 19-20 องศาเท่านั้นเอง เราก็ถ่ายรูปข้างบนเพื่อเอามาฝากหลายๆ คน ก่อนขึ้นรถ ดูไปดูมาเลยได้เสียตัง ลองซื้อพลอยพม่าติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านที่กรุงเทพฯ ส่วนเฮียตี๋แกซื้อดอกไม้ก้านยาวเป็นเมตรไปฝากแฟนสาวที่บ้าน |
![]() บริเวณทางขึ้นเราจะพบเด็กชาวเขาที่รอคนมาเรียกถ่ายรูป และคิดเงินเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ |
![]() บริเวณพื้นที่ด้านหน้า จะมีประชาชนทะยอยจุดธูปเทียนและดอกไหว้ เพื่อไหว้บูชาพระครูบาศรีวิชัย |
![]() พระธาตุดอยสุเทพ ยังคงเป็นเสมือนสิ่งคู่เมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าอดีต ปัจจุบันและอนาคต |
![]() บริเวณระเบียงแก้ว จะมีพระพุทธรูปเรียงไปตามแนวระเบียงอย่างสวยงาม |
![]() ทิวทัศน์แบบนี้ อาจเข้าใจผิดได้ว่า เป็นเมืองนอก แต่ความจริง ที่นี่ประเทศไทย |
![]() ระฆังที่มีไว้ให้คนตี เพื่อให้มีชื่อเสียงหรือให้เสียงดังไปถึงสวรรค์ รับรู้ว่า ได้มาทำบุญที่นี่แล้ว |
|
จันทร์ที่ 31 ธันวาคม 44 ช่วงเช้า เฮียตี๋ได้พาผมมารู้จักน้องคนหนึ่งชื่อ "บอม" ไม่ใช่ผู้หญิงหรอกครับ แต่เป็นผู้ชาย วงการนี้ว่ากันว่า หาผู้หญิงยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แค่เห็นก็จ๊าบแล้ว กับสำนวนและทีท่าที่สุดแสนจะบรรยาย พอได้คุยสักครู่ก็เลยได้อีกงานคือ ต้องช่วยรักษาปลาป่วยในบ่อครับ ซึ่งโคฮากุที่ป่วย บอมได้แยกออกมาแล้ว และก็กำลังเดินมาถูกทางเสียด้วย เพียงแต่เสริมเรื่องให้อาหารและการถ่ายน้ำพอ |
![]() น้องบอม แค่เห็นก็จ๊าบแล้วจริงๆ กับโจตันซันเก้ ฟังแล้วงงๆ วิธีเรียกชื่อแบบให้จำง่ายๆ |
![]() บ่อน้องบอม ช่องกรองมี 3 ส่วนครับ ช่องแรกให้น้ำไหลเข้าจากสะดือบ่อ ช่องที่สอง เป็นปะการัง และปูทับด้วยแผ่น filter mat และช่องสุดท้ายน้ำไหลเข้าไดโว่ปั้มสู่บ่อเลี้ยงอีกที |
![]() ท่อน้ำล้น แต่แทนที่จะล้นทิ้งไปเฉยๆ ก็ไหลเข้าบ่อกรอง เพื่อบำบัดไม่ให้เสียเปล่า |
![]() บ่อนี้เชื่อไหมครับ น้องบอมทำเองกับมือ ใช้เงินไปประมาณ 10,000 บาท เล่าว่า มือพังไปหลายอาทิตย์เหมือนกัน |
| ไฮไลท์ของวันนี้ คงหนีไม่พ้นการ countdown
ครับ ก๊วนเพื่อนพยายามจะจองหาที่นั่งที่ The Good View
แต่หาไม่ได้ เต็มติดต่อกันมา 3 วันแล้ว แต่ในที่สุดด้วย connection
อันดีเยี่ยมของคุณปู จิตพล อนุสารสุนทร เรายังคงได้ที่นั่งริมปิง วิวหันหน้าไปทางสะพานนวรัฐ ณ ร้าน Khampan
อ่านว่า "คำปัน" เป็นภาษาเหนือครับ เจ้าของร้านคือ คุณขวัญ ซึ่งอัธยาศัยดีมากๆ เป็นเพื่อนกับคุณปูนั่นเอง บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย
แต่มีสไตล์ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและเอกลักษณ์ของล้านนา ผมเชื่อว่า ถ้าได้มีโอกาสมาแอ่วเชียงใหม่ลองแวะเข้ามาทานอาหารสักหน่อย
รับรองไม่ผิดหวังครับ ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนเลียบแม่น้ำปิงข้างๆ Good View นั่นแหละ คืนนี้เรามาแจมกันหลายคนครับ คือ เฮียตี๋ คุณจำเริญ คุณปูและสาวสวยเสื้อดำนั่งเคียงข้าง คุณโหน่ง และผม น่าเสียดายปกติทุกครั้งที่มาแอ่วเชียงใหม่จะมีเพื่อนอีกคนชื่อ เฮียตี้ แต่ปีนี้อดเที่ยว เพราะลูกๆ รู้ว่า คุณพ่อแสนซน เลยพร้อมใจกันป่วยปลายปี ไปนอนในโรงพยาบาล เรากินอาหารแบบบุฟเฟต์ครับ โดยมีไวน์ 2 ขวด ขวดแรกคุณปูแกหาภายในร้านเลย ส่วนขวดที่สองก็เป็นขวดที่ผมติดมือมาจากกรุงเทพฯ เป็นไวน์ผลิตในปี 1995 ของชิลีครับ ขวดแรกผ่านไปไม่มีปัญหา แต่ขวดที่สองที่ผมติดมือมานะซิครับ ผมซื้อมาจากงานเทศกาลไวน์ ปี 39 คุณจำเริญดันมาทักว่า ไวน์เสียแล้ว ทำเอาขาดความมั่นใจหมดเลย เพราะทั้งสีและรสชาติไม่เหมือนไวน์ขวดแรก ก็ต้องหาคนพิสูจน์ครับ เริ่มจากคุณปู (คุณปูแกเป็นเซียนปลาหมอ เป็นคอลัมนิสต์นิตยสาร Petmag และเป็นเจ้าของร้าน Exotic Fish ถนนเข้ากองบิน 41 หน้าโรงแรมพิงค์พยอมนั่นแหละ) พอได้ชิมแล้วบอกว่า ไม่เสีย แต่ท่าทางไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ก็เลยต้องเอาไวน์ไปให้บริกรช่วยดูให้ต่อ บริกรได้ตรวจสอบสีไวน์ ก็ทักอีกว่า สงสัยจะเสีย ผมก็เลยใจยิ่งฝ่อไปใหญ่ แต่พอแกชิม แกบอกว่า ไม่เสียครับ เลยเอาไวน์มาวางไว้ที่โต๊ะอีกที ปรากฎว่า แม้ว่า เจ้าของไวน์และคุณปูต่างก็ช่วยดื่มเป็นประกันแล้ว ไวน์เดินช้ามาก ท้ายสุดคุณขวัญเจ้าของร้านแวะมาคุยอีกรอบ ผมเลยขอให้แกช่วยพิสูจน์คนที่สาม พอแกได้ชิมแล้ว กลั้วไวน์ไปมา แล้วนิ่งไปสักครู่ ทำเอาผมกลัวว่า หน้าจะแตก พอคุณขวัญเอ่ยปากทำเอาเราตะลึงครับ แกชมว่า ไวน์ขวดนี้ไม่เหมือนไวน์ทั่วไป เป็นไวน์ที่ทำจากองุ่นสายพันธุ์ cabernet sauvignon จะมีรสชาติออกฝาดหน่อย และจะรับรู้รสชาติและกลิ่นได้ดีก็ต่อเมื่อต้องกลืนผ่านคอลงไป เท่านั้นเพียงไม่ถึง 5 นาทีไวน์ที่เหลืออีกครึ่งขวดก็หมดในพริบตาครับ รูปขวา นี่แหละครับ โฉมหน้า "ไวน์ปริศนา" ทำเอาคนหิ้วเกือบหน้าแตก |
![]() |
![]() บรรยากาศหลังร้านริมแม่น้ำปิงครับ มีโคมไฟสี่เหลี่ยมแขวนไว้บนต้นไม้ใหญ่ ทำด้วยกระดาษสา เราจะสามารถมองไปที่สะพานนวรัฐได้อย่างชัดเจน |
![]() ซ้ายไปขวา เฮียตี๋ จำเริญ น้องหน่อยสาวสวย ปู และคุณโหน่ง |
![]() อีกมุมหนึ่งถ่ายจากด้านหลังคุณปู เสียดายมืดไปหน่อย |
|
พอ 12.00 น. ทางโรงแรมต่างๆ ต่างก็เริ่มยิงพลุกันหลายๆ จุด
รวมถึงหน่วยงานราชการก็มีการยิงพลุข้างริมน้ำปิงด้วย ทั้งสวยงามทั้งดังไปทั่วเมืองเชียงใหม่ก็ว่าได้ มีเสียงเพลงจากร้านอาหารต่างๆ ให้ได้ยิน
พวกเราลงไปออกันที่บริเวณชานริมน้ำปิงแหงนมองดูดอกไม้ไฟสว่างไปทั่วลำน้ำและเชิงสะพานนวรัฐครับ ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา พอประมาณ 0.30 ของวันปีใหม่ เราจึงขอโอกาสลาคุณขวัญและภรรยากลับครับ |
![]() พลุนัดนี้เป็นนัดแรกๆ ของการช่วงเวลารอยต่อระหว่างปีเก่าและปีใหม่ |
![]() นาฬิกาแต่ละแห่งคงไม่ตรงกันครับ ตามโรงแรมบางแห่งมีการจุดก่อนเที่ยงคืนประมาณ 2-3 นาที เราสามารถมองได้จากที่นั่งร้าน "คำปัน" ข้างแม่ปิง |
![]() ไฟพะเนียงข้างริมน้ำปิงครับ |
![]() ทางหน่วยราชการยิงพลุแบบไม่ให้ขาดช่วงกันเลย เรียกว่า หลายๆ นัดในเวลาเดียวกัน |
![]() อีกลูกหนึ่งครับ |
![]() พลุ 7 สี มณี 7 แสง |
![]() เป็นไฟพะเนียงทำเป็นแบบน้ำตกเป็นสาย |
![]() เป็นพลุยิงในแนวต่ำจากฟากหนึ่งของลำน้ำปิงมาสู่ฝั่งที่พวกเรานั่งทานอาหารกันอยู่ครับ |
![]() เบียร์สิงห์และ Good View จัดทำพลุประดิษฐ์มาร่วมแจมด้วย |