เยี่ยมบ่อบ้านคุณจรูญพันธ์

   เดือนแห่งไฟราคะ เฮ้ย! ไฟบรรลัยกัลป์ได้เยื้องย่างเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนเมษาให้รู้สึกร้อนรุ่มทั้งกายใจ ยิ่งในช่วงสงกรานต์หยุดยาวขนาดนี้ทำให้ Mr.koi@CNN อดคิดไม่ได้ว่า สองคฑาชายนาย PAT และนาย GIZMO จะชวนกันไปคลายร้อนด้วยการไปตีกรรเชียงที่อ่างไหนกันน้อ? ยิ่งหายเงียบไปแบบนี้ยิ่งน่าคิด ขณะที่คิดไปเช็คอีแมวกันไปเรื่อยๆ ก็ต้องมาสะดุดลงกับอีแมวฉบับหนึ่งซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงานนามก็เพราะพริ้ง แต่ยังเป็นโสดไร้คู่ครอง เชิญชวนไปทานข้าวในวันหยุดช่วงสงกรานต์ รับทราบดังนั้นจึงรีบยกหูโทรหาพี่พีรพัฒน์ท่านที่เป็นที่ปรึกษาแห่งพรรค fancycarp.com ว่าสนใจไปด้วยกันไหม ด้วยตำแหน่งหน้าที่และสปิริตบวกกับอารมณ์วัยชรา เอ้ย! อารมณ์วัยรุ่นพี่พีรพัฒน์จึงตอบอย่างไม่ลังเล พี่เขาแอบกระซิบว่าได้เลยขอตัวออกไปตีไก่ โอ้ย! ตีปีก (แหมยิ่งพิมพ์ไปพิมพ์มา Mr.koi@CNN ยิ่งชักเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นสักแล้ว) ยิ่งวันนั้นภรรยาอันเป็นที่เคารพไม่อยู่เสียด้วย แต่มีขอแม้ว่ากลับเย็นไม่ได้เดี๋ยวท่านจะโทรมาเช็ค แต่พี่ไม่ได้กลัวนะอย่าเข้าใจผิด (จ๊ะๆ พี่ผมเข้าใจว่าพี่ไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย แหม! ยังไม่ได้ถามเลยรีบบอกก่อนเชียวนะพี่พี) หลังจากนั้นผมจึงรีบตอบกลับอีแมวโดยด่วน
   Mr.koi@CNN ขอบอกว่า koilover ที่ได้ไปร่วมงานตะลอนทัวร์ครั้งที่ 2 แฟมิลี่แรลลี่ ก็ได้รู้จักกับชายหนุ่มผู้นี้กันแล้วทั่วหน้าในสมญานามเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และยังเป็นผู้กวาดปลาประมูลกลับบ้านไปได้หลายตัว เรียกว่าเป็นอีกท่านหนึ่งที่สู้ยิบตาในวันนั้น และยังเป็นผู้ที่ฟ้าประทานโชคชิ้นใหญ่จากชิพเมทกอยฟาร์มติดมือกับบ้านอีก คือโคฮากุสองตอนแดงแปร๊ดตัวมหึมาจนเป็นที่อิจฉาตาร้อนผ่าวจากบรรดา koilover และทีมงานในวันนั้น เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ผู้นั้นคือคุณจรูญพันธ์ ลิมทรง ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีส์ จำกัด
   พอถึงวันนัดหมาย Mr.koi@CNN จึงแอบเตรียมกล้องและเครื่องอัดเทปติดไปด้วยมีเหรอที่ Mr.koi@CNN จะไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้งานกลับมาด้วย และยิ่งคราวนี้มีท่านที่ปรึกษาพรรคไปด้วยทั้งคนยิ่งพลาดบ่ได้ Mr.koi@CNN มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านสีน้ำเงิน ในถนนสุขุมวิท 71 ต้องยืนตาค้างว่านี่นะเหรอบ้านหลังเล็กๆ อย่างที่คุณจรูญพันธ์เขาว่าไว้ ถล่มตัวน่าดูเหมือนกันอย่างนี้บ้านผมเขาเรียกว่าคฤหาสน์แล้วครับ ประจวบเหมาะกับท่านหัวหน้าพรรคเดินทางมาถึงพอดี Mr.koi@CNN จึงเริ่มออกอุบายหักคอเจ้าของบ้านทันทีด้วยการล้วงควักของลับที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา อย่าตกใจครับ Mr.koi@CNN ไม่ใช่พวกโรคจิตที่ชอบควักออกมาโชว์อย่างพร่ำเพรือหากจะโชว์ก็ยามจำเป็นล่ะครับ เรียกว่าตอนออกรบ สิ่งนั้นก็คือเครื่องบันทึกเทป คุณจรูญพันธ์ออกอาการเขินๆ แต่ขอโทษหากไม่ยอมดีๆ คงต้องมีการตุ๊ยท้องตีเข่ากันบ้าง (ตุ๊ยนะครับตุ๊ยไม่ใช่ตุ๋ย) พอท่านเจ้าของบ้านตั้งหลักได้ก็ยิงมุขว่าไม่ถ่ายวีดิโอเหรอครับ ก็ขอประกาศให้ทราบ ณ ตอนนี้เลยนะครับก็แหม! ทุนจดทะเบียนมันยังน้อยเครื่องมือที่ใช้อยู่ตอนนี้ ก็ทุนใครทุนมันอยู่แล้วเวปไซด์ก็ช่วยกันอุทิศทั้งแรงและตังค์ทำกันฟรีๆ ค่าแรงก็ไม่ได้สักเก๊เดียวไว้คงต้องขอตังค์คุณ KEVIN และคุณ PAT ซะแล้ว จะได้ไฮเทคสมใจ koilover ว่าแล้วว่างๆ ไว้สองท่านนี้โอนตังค์ให้ Mr.koi@CNN สักล้านสองล้านด้วยนะครับจะได้หาเครื่องไม้เครื่องมือถ่ายทอดสดออนไลน์ณที่เกิดเหตุกันให้รู้แล้วรู้แรดกันเลย ท่านเจ้าของบ้านผู้ใจดีอุตส่าห์เชื้อเชิญให้ทานข้าวกลางวันกันก่อนไหม แต่ด้วยหน้าที่และจรรยาบรรณก็เลยต้องวางฟอร์มก่อนว่าขอสัมภาษณ์ก่อนก็แล้วกัน (ทั้งที่ตั้งแต่เช้าก่อนมายังไม่ได้เจี๊ยะอะไรมาเลยนอกจากกาแฟที่บ้านแก้วเดียว) กลัวว่าเจ้าของบ้านจะเข้าใจว่าพี่พีรพัฒน์จะเห็นเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ (ชะอุ๊ย! โยนไปให้ท่านที่ปรึกษาพรรคจนได้ซิเรา) Mr.koi@CNN พร้อมด้วยคุณพีรพัฒน์ได้เริ่มรุมทึ้งคุณจรูญพันธ์ในการสัมภาษณ์เรื่องการเลี้ยงปลาดังต่อไปนี้
 


คุณจรูญพันธ์ ณ เซี่ยงไฮ้
Mr.koi: คุณจรูญพันธ์เริ่มเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พมากี่ปีแล้วครับ
คุณจรูญพันธ์: 2 ปีเศษแล้วครับ

Mr.koi: เริ่มต้นจากปลาแฟนซีคาร์พเลยรึเปล่าครับ
คุณจรูญพันธ์: ยังครับ ผมเริ่มต้นจากปลาตู้มาก่อนและก็หยุดเลี้ยงปลาตู้ไปนานเป็นสิบปี

Mr.koi: แล้วพอกลับมาเลี้ยงใหม่ทำไมถึงเลือกที่จะเลี้ยงปลาคาร์พล่ะครับ
คุณจรูญพันธ์: มีอยู่ช่วงหนึ่งซินแสมาที่บ้านซึ่งคุณแม่ผมท่านเชื่อเรื่องหวงจุ้ย และซินแสท่านนั้นแนะนำคุณแม่ว่า ควรมีบ่อน้ำที่มีน้ำพุหรือจะเลี้ยงปลาก็ได้ซึ่งซินแสเน้นว่าให้มีสิ่งเคลื่อนไหวในน้ำแถวหน้าบ้านซึ่งเดิมบ่อแรกขุดเล็กๆ ตื้นมากประมาณครึ่งเมตร คุณแม่จะเลี้ยงปลาทองแต่ผมชอบปลาคาร์พจึงไปซื้อปลามาจากเซเว่นเดย์มาใส่เลี้ยงไปเลี้ยงมามันตายจึงพยายามที่จะเอาชนะไม่ให้มันตาย

(เอาล่ะครับท่านผู้ชมเจ้าของบ้านเริ่มเข้าแผน ไฟเริ่มติดแล้ว ติดตามชมต่อนะครับ)
 


บ้านหลังน้อยของคุณจรูญพันธ์เขาล่ะ


ออกแบบและลงมือตกแต่งเอง


บ่อที่สามริมห้องรับแขก


อาวุธพร้อมลุย
 
พี่พี: (เรียกซะวัยรุ่นเชียวเป็นงัยครับต่อไปทางทีมงานคงต้องเรียกพี่พีเพื่อความกิ๊บเก๋) บ่อเล็กๆ นั้นเกิดก่อนหรือหลังจากที่ซินแสมาดู
คุณจรูญพันธ์: หลังจากที่ซินแสมาดูซึ่งไม่ใช่บ่อหน้าประตูทางเข้าบ้านนะครับบ่อนั่นเป็นบ่อที่สองซึ่งบ่อแรกทุบทิ้งไปแล้ว และบ่อข้างห้องรับแขกบ่อใหม่นี้เป็นบ่อที่สาม ซึ่งก่อนจะซื้อปลามาเลี้ยงก็ซื้อตำรามาอ่านก่อนนะครับซึ่งตำราบอกว่าควรที่จะลึกหนึ่งเมตร แต่พอขุดลงไปก็มาเจอถังแซก ช่างก็เลยขุดได้แค่ครึ่งเมตรเองและก็ไปซื้อถังกรองสำเร็จรูปมามันก็ไม่เวิร์คครับเรียกว่าเป็นบ่อแรกของบ้านหลังนี้ (แหม! พอขุดบ่อตามตำราหวงจุ้ยนี่เองถึงได้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย แต่เอ๊ะ! ว่าแต่สาวๆ จะไหลมาแบบนี้ด้วยหรือเปล่าจะได้กลับไปดูมั้ง)

พี่พี: บ่อที่ว่าเล็กๆ นั้นระดับน้ำกี่ตัน
คุณจรูญพันธ์: น้อยมากครับ ประมาณ 2 ตัน

Mr.koi: บ่อเล็กนั้นเลี้ยงปลาได้โตเร็วไหมและข้อดีคืออะไรครับ
คุณจรูญพันธ์: ข้อดีคือเห็นปลาชัดเพราะระดับน้ำมันตื้นแต่ผมไม่มีโอกาสได้เลี้ยงปลาเล็กเลยไม่ทราบว่าโตเร็วไหม เพราะผมซื้อปลาคาร์พขนาด 1 ฟุตมาโดยตลอดเป็นปลาไทยบ้างปลานอกบ้าง แต่คนขายบอกว่าปลานอกเราก็ไม่รู้นะครับตอนนั้นก็เพิ่งหัดเลี้ยง ก็จะพบว่าปลาที่ผมเลี้ยงก็จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ก็จะตาย (หัวเราะ) ซึ่งเป็นอายุไขโดยเฉลี่ยในสมัยเริ่มต้น และน้ำก็จะเสียเร็วมากเพราะถังกรองจะดำเร็วมากล้างไม่ทันซึ่งประมาณ 3-4 วันมันก็ตันแล้ว

Mr.koi: ช่วงนั้นศีกษาเทคนิคและวิธีเลี้ยงจากที่ไหนบ้างครับ
คุณจรูญพันธ์: ผมซื้อหนังสือมาศึกษาซึ่งข้อมูลก็ไม่ละเอียดมากในที่สุดก็ตัดสินใจทุบทิ้งดีกว่าและก็ไปเปิดในเวปไซด์ ซึ่งผมรู้จักเวปของ KOITHAI ก่อนและเป็นร้านที่เราซื้อปลาเขามาบ้างในสมัยก่อน ร้านตั้งอยู่ที่เซเว่นเดย์เขาก็บอกให้เข้าไปดูเวปของเขาจากนั้นในนั้นก็มี link ก็ไปเปิดเจอเวปของ TJFC และ FANCYCARP.COM ต่อจากนั้นพยายามศึกษาหาข้อมูลมาเรื่อยๆ จนเกิดบ่อที่สองตรงหน้าประตูทางเข้าตัวบ้านขึ้น

Mr.koi: บ่อที่สองกี่ตันครับ
คุณจรูญพันธ์: ประมาณ 5 ตัน ซึ่งก็มีบ่อกรองแล้ว ผมค่อนข้างแฮปปี้กับบ่อนี้เพราะออกแบบมามีหลายช่องกรอง


สามหนุ่มสามวัย



ไปหาซินแสกันไหมพี่พี


เชื่อพี่สิน้องพี่อาบน้ำมาก่อน
 


อีกมุมหนึ่งของบ่อ


จรูญพันธ์ศิษย์บู๊ตึ้ง


Mr.koi ศิษย์เส้าหลิน
 


โชว่าซาไก



กินรินโซล่ากอยตะข่ายงามดีแท้



โคฮากุโฮโซไก



คินได koi-mart



กินรินฮิอูจึริโอกะตะ



โอกอนเหลืองอร่าม



คินมัตจึบะโทเมโซ่
พี่พี: บ่อที่สองสร้างมานานเท่าไรแล้วครับ
Mr.koi: ผลลัพธ์ที่เลี้ยงปลาในบ่อที่สองเป็นอย่างไรบ้างครับ
คุณจรูญพันธ์: ปลาแข็งแรงนะครับ ผมไม่เคยมีปลาเป็นโรคตายในบ่อนี้เลยและก็มีกระโดดออกมาก็ช่วยไว้ได้ทัน ผมอาศัยหลักการของบ่อบ้านคุณ POKKY ซึ่งผมไปเที่ยวบ้านเขามา อาศัยหลักที่เขาเน้นให้น้ำในบ่อแรงเราก็มาดัดแปลงบ้างโดยติดตั้งไดโว่ทแยงมุม เน้นให้มันหมุนแรงคิดว่าปลาก็แข็งแรงดี แต่มามีปัญหาในที่สุดบ่อมันแตกมันร้าวซึ่งก็ลงเสาเข็มนะครับ ผมคิดว่าลงเสาเข็มไม่พอมันร้าวตรงขอบข้างล่าง ตรงพื้นมุมบ่อมันแยกออกจากกัน ช่างคนเดิมเราก็ตามตัวไม่เจอซึ่งโทรไปเจอเขาก็รับทราบปัญหาบอกว่าจะมาดูให้แล้วก็ไม่มาวันหลังโทรไปตามก็จะไม่เจอตัว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาทิ้งงานแน่นอนและทิ้งความรับผิดชอบไว้กับเรา ผมจึงตัดสินใจตามช่างคนอื่นมาซึ่งก็มีคนแนะนำผมอีกทีชื่อบัง ซึ่งมาดูอยู่สองสามครั้ง และรับปากว่าจะมาช่วยแก้ไขให้แล้วก็ไม่มาและทิ้งเวลาค่อนข้างนานจนในที่สุดก็มาติดต่อคุณประทนต์ ซึ่งได้ยินว่าแกสร้างบ่อไม่แพงและบ้านคุณประทนต์ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมก็เลย ติดต่อมาซ่อมและก็สร้างบ่อที่สามในคราวนี้เลย (ซึ่งเป็นบ่อปัจจุบันติดกับห้องนั่งเล่นบรรยากาศแสนจะโรแมนติคยิ่งนัก)

Mr.koi: บ่อที่สามนี้ใช้งานมานานเท่าไรแล้วครับ
คุณจรูญพันธ์: ประมาณ 8 เดือนระบบก็ลงตัวแล้วประมาณ 2 เดือนหลังจากบ่อเสร็จคุณภาพน้ำก็โอเคแล้วครับ

พี่พี: มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับพีเอชของน้ำและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับคุณภาพน้ำ
คุณจรูญพันธ์: ผมมีชุดตรวจสอบค่าพีเอชและตรวจสารอะไรต่างๆ แต่ว่าบ่อใหม่ไม่เคยเช็คเลยครับแต่บ่อเก่าผมเช็คบ่อยมาก ซึ่งหากเราสามารถเช็คและควบคุมได้มาตราฐานมันก็ดีนะครับ บังเอิญที่ผ่านมาปลาเราแข็งแรงดีไม่มีปัญหาอะไรซึ่งก็ผ่านมาแล้วแปดเดือนดูแล้วน้ำในบ่อก็ใสดี และผมก็หมั่นล้นน้ำบ่อยและหาเวลาถ่ายน้ำในบ่อกรองทิ้ง เราก็เลยคิดว่าน้ำเราคงไม่มีปัญหาอะไร

Mr.koi: ปลาคาร์พสายพันธุ์ใดที่อยู่ในดวงใจและชื่นชอบมากที่สุด
คุณจรูญพันธ์: จริงแล้วผมชอบโคฮากุกับโอกอนครับ

พี่พี: (สวนทันควัน) แล้วเจอปลาในดวงใจหรือยัง
คุณจรูญพันธ์: (หัวเราะชอบใจ) ก็ตามกำลังทรัพย์ล่ะครับ คงต้องบอกว่ายังคืออาจจะเจอแต่ไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ (แหมระดับอย่างพี่ยังไม่เจอแล้วอย่าง Mr.koi@CNN จะได้เจอปลาในฝันชาติไหนล่ะเนี่ย)

Mr.koi: คุณจรูญพันธ์ให้ความสำคัญกับคำว่าสายเลือด (Blood Lines) มากน้อยเพียงใด
คุณจรูญพันธ์: ผมให้ความสำคัญพอควรผมเชื่อว่าส่วนมากมันอาจจะไม่ 100% แต่มันสามารถสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง ผมประมาณว่า 70-80% ได้ สายเลือดที่ดีมันน่าจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับพ่อแม่พันธ์อีก 20-30% มันอาจจะเป็นไปได้ว่าผ่าเหล่า และก็อยู่ที่ความสามารถในการเลี้ยงของเราเอง ซึ่งข้อจำกัดเราอาจจะเลี้ยงได้ไม่เหมือนฟาร์ม

พี่พี: บ่อนี้อยู่กลางแจ้งแก้ปัญหาเรื่องน้ำฝนอย่างไร
คุณจรูญพันธ์: ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้ทำเครื่องป้องกันเวลาฝนตกหนักน้ำฝนก็ลงบ่อตรงๆ เลยก็ใช้วิธีถ่ายน้ำทิ้งอย่างเดียวเลย

พี่พี: ปลามีอาการอย่างไรบ้าง
คุณจรูญพันธ์: ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหา

Mr.koi: บ่อใหม่ (บ่อที่สาม) มีปัญหาอะไรบ้างไหมครับ
คุณจรูญพันธ์: ปัญหาสุขภาพคงไม่มี ฮืมม์......(หยุดคิดชั่วขณะ) อาจจะมีเรื่องการฝึกปลาให้เชื่อง ซึ่งก็เป็นปัญหารองๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

Mr.koi: ข้อดีของการเลี้ยงปลาคาร์พมีอะไรบ้างครับ
คุณจรูญพันธ์: ทำให้เราอยู่ติดบ้านมากขึ้น (อ๊ะแฮม...แสดงว่าที่ผ่านมาคงโต้รุ่งบ่อยแน่ๆเ ลยใช่ไหมครับ) มันเหมือนกับมีสิ่งดึงดูดอยู่ที่บ้าน (ก็ลองแต่งงานมีครอบครัวเหมือนกับ koilover ท่านอื่นๆ ดูสิแล้วมันก็จะทั้งดึงและดูดให้เราต้องรีบกลับบ้านตรงเวลาเป๊ะ.....คิดแล้วเศร้า) กลับจากที่ทำงานก็มานั่งดูปลาก็คงคล้ายๆ กับหลายๆ คนในหมู่นักเลี้ยงพยายามศึกษาหาอะไรใหม่ๆ เข้ามาที่บ่อ ผมคิดว่ามันจำเป็นต้องมีอยู่ตลอดปีไม่ว่าจะเป็นปลาใหม่อาหารตัวใหม่ หรืออุปกรณ์ของเล่นที่จะอัพเกรดบ่ออะไรใหม่ๆ (อย่าว่าแต่พี่จรูญพันธ์เลยทั้งพี่พีรพัฒน์และ Mr.koi รวมถึง koilover หลายๆ ท่านก็ยังอยากจะได้ตุ๊กตาหน้ารถตัวใหม่ๆ เลยใช่ไหมครับ)

Mr.koi: ให้น้ำหนักความสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารปลามากน้อยเพียงใด
คุณจรูญพันธ์: พอสมควรครับ ผมเชื่อว่าคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญแต่ราคาไม่ได้วัดคุณภาพ ซึ่งผมก็เก็บข้อมูลจากหลายๆ ท่านในหมู่นักเลี้ยงแล้วเราก็ตัดสินใจของเราอีกทีหนึ่ง อาหารตัวใดที่เขาใช้แล้วมันเหลืองเราก็เลี่ยง ส่วนอาหารบางตัวที่เขาใช้แล้วมันดีเราก็ใช้ผสมผสานกันไป

พี่พี: เวลาเลือกซื้อปลาใหม่มามีวิธีกักโรคอย่างไรก่อนลงบ่อเลี้ยง
คุณจรูญพันธ์: ผมไม่ได้กักปลาเป็นวันๆ หรือเป็นอาทิตย์ตามหลักที่ถูกต้องก็เข้าใจว่ามันก็ไม่ถูกหลักเท่าที่ควร ผมมีความรู้สึกลึกๆ ว่าปล่อยอยู่บ่อใหญ่น่าจะดีกว่าขังเขาไว้ และการที่นำปลาแช่ยาเอาไว้ในถังผมไม่ค่อยสบายใจกลัวว่าจะเป็ฯอะไรไป ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีสำเร็จรูปคือแช่ด่างทับทิมแล้วก็เอาลงในบ่อตอนนั้นเลย

พี่พี: ยาสามัญประจำบ่อใช้ยาอะไรอยู่บ้าง
คุณจรูญพันธ์: ตัวเดียวครับคือดีมิลีน

Mr.koi: มีความเห็นอย่างไรกับคำว่าการเลี้ยงปลาคาร์พค่อนข้างจุกจิก และต้องดูแลในทุกๆ รายละเอียดและต้องพยายามศึกษาหาข้อมูลโดยตลอด
คุณจรูญพันธ์: ผมเชื่อเช่นนั้นครับ ยอมรับว่าเป็นภาระอย่างหนึ่งแต่เราคิดว่าเราทำไหว เหนื่อยนะในอีกแง่หนึ่งเราก็มีความสุข

Mr.koi: ตามประสบการณ์สองปีเศษในการเลี้ยงปลาอะไรคือหัวใจหลักในการเลี้ยงปลาให้ได้ดี
คุณจรูญพันธ์: ผมว่าคุณภาพน้ำน่าจะเป็นประเด็นหลักอย่างอื่นไม่น่าจะมีปัญหา

พี่พี: ในบ่อเลี้ยงมีใส่เกลือบ้างไหม
คุณจรูญพันธ์: ไม่ได้ใช้เลยครับและไม่จำเป็นต้องใช้และที่สำคัญกลัวไดโว่จะอายุสั้นลง

พี่พี: (ขอแสดงความเห็นเสริมต่อเรื่องมาลาไคร์ท กรีน) ซึ่งสมัยก่อนใช้บ่อยมาก ปริมาณที่ใช้มากเลยซึ่งตอนนี้มานั่งนึกดูว่าปลาทนกันอยู่ได้อย่างไร จนถึงวันนี้ (หัวเราะ) ผลจาการที่ใช้มาลาไคร์ท กรีน ที่เห็นเลยคือลำตัวปลาจะคดเลยประมาณ 3-4 ตัวมันจะเริ่มเป็นทีละนิดจนโตขึ้นมาลำตัวคดหมด ค่อนข้างจะมั่นใจว่าเป็นยาตัวนี้ การเจริญเติบโตทางโครงสร้างมันผิดเพี้ยนไปหลังจากที่ทราบว่าอันตรายก็ไม่ได้ใช้เลย
Mr.koi: มีวิตามินเสริมอะไรเป็นพิเศาบ้างไหมครับและผลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
คุณจรูญพันธ์: มีบ้างครับผมพยายามหาอะไรใหม่ๆ เข้ามาทำเราก็จะได้ไม่เบื่อซึ่งการเปลี่ยนแปลงยังไม่เห็นครับ เพราะผมตักปลาขึ้นมาดูน้อยมากครับ

Mr.koi: (ขอถามท่านที่ปรึกษาพรรคดูบ้างดีกว่า) แล้วพี่พีรพัฒน์ใช้วิตามินอะไรมาเสริมบ้างหรือเปล่าครับ
พี่พี: ก็มีครับกำลังทดสอบใช้ Essencial Element รวมแร่ธาตุ 108 ชนิดให้กินอาทิตย์ละครั้งนำมาคลุกกับอาหารเม็ดพอหมาดๆ ก็ให้ได้เลย ทดลองมาแล้วเดือนเศษสีสันสดใสขึ้นมากแต่ระยะยาวของผลเสียยังไม่ทราบ (เอ๊ะ!สูตรนี้หรือเปล่าน้อที่ทำให้คว้าถ้วยไปนอนกอดถึงสามใบ)


โคฮากุฟ้าประทานจับฉลากมาได้



ชากอยเขียวโอกาตะ



มารูเต็งซูซุยบางกอก



ตันโจโงชิกิคุจิเบนิ



คลาสิคโชว่าบางกอก



GINGA 40 ซ.ม. วันประมูล



ชิโร่โอกาตะ
 


ขาวจริงนะน้องจ๋า



โกโรโมะมัตซุโนซุเกะ 45 ซ.ม.
Mr.koi: ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับ E.M.
คุณจรูญพันธ์: ผมใช้สม่ำเสมอแต่ไม่ถี่มากเพราะบางครั้งเราลืมเติมนานมากแล้วก็ไม่เห็นเป็นไรน้ำก็ปกติดี (แสดงว่าระบบของคุณพี่ท่านอยู่ตัวแล้วล่ะครับ) และข้อดีคือราคาถูกใช้แล้วก็ไม่เสียดายอะไร ผมว่าน่าจะเป็นผลดีที่ช่วยให้ปลาเราไม่เป็นโรคอะไร
พี่พี: ขอเสริมว่าหากผิวน้ำมีฝ้ามากๆ สารอินทรีย์น้ำอาจจะมากเกินไปซึ่งจุลินทรีย์ที่มีมาอยู่อาจจะไม่พออย่างนี้เราก็ถือโอกาสเติมได้

Mr.koi: หลังจากที่ได้ไปเดินชมงานประกวดปลาคาร์พจัดโดย TKC มาแล้วพัฒนาการของปลาคาร์พในระยะที่คุณจรูญพันธ์เริ่มต้นจนถึงวันนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
คุณจรูญพันธ์: ผมเพิ่งเริ่มต้นได้ระยะเวลา 2 ปีเศษ ผมว่ายังไม่แปลกหูแปลกตาเท่าไหร่

Mr.koi: รู้สึกอย่างไรกับงานประกวดในครั้งนี้
คุณจรูญพันธ์: ผมว่าปลาที่ได้รับรางวัลยังอยู่ในวงจำกัดไม่กี่คนซึ่งเราก็พอรู้ว่ามีใครบ้างกวาดรางวัลใหญ่ๆ ไปเยอะ ซึ่งการจัดงานนั้นเป็นเรื่องที่ดีสิ่งนี้คือความเห็นของผม

Mr.koi: แล้วพี่พีรพัฒน์มีความเห็นอย่างไรบ้าง
พี่พี: เข้าใจว่าปลาที่ดีๆ เมืองไทยมีเยอะพอสมควรแต่ยังไม่มีใครนำออกมา ซึ่งอาจยังไม่มั่นใจว่าการประกวดครั้งแรกจะเสียหายกลับไปมากน้อยเพียงใด ก็เลยดูเชิงกันซะเยอะ ซึ่งหากจัดต่อในครั้งที่ 2 ไม่น่าจะมีปัญหาซึ่งผมเชื่อว่าต้องมากกว่า 1,500 ตัวและครั้งที่ 3 น่าจะทยอยนำปลาดีๆ ออกมาประกวด
Mr.koi: มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับราคาปลาตามฟาร์มจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
คุณจรูญพันธ์: มีฟาร์มมากขึ้นการแข่งขันก็มีส่วนเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์อุปสงค์ อุปทานผมว่าฟาร์มที่ขายปลาแพง โอกาสที่จะขายปลาได้ก็น้อยลง คือโลกมันกว้างขึ้นคนก็พอรู้ว่าต้นทุนมันเท่าไหร่ อย่างบางท่านที่มีโอกาสไปญี่ปุ่นก็พอรู้ว่าราคาที่ญี่ปุ่นมันเท่าไหร่ คุณจะมาบวกมากคนเขาก็ตะขิดตะขวงใจที่จะซื้อ

Mr.koi: ฟาร์มปลาในฝันของคุณจรูญพันธ์เป็นเช่นใด
คุณจรูญพันธ์: ต้องนำเข้าปลาสม่ำเสมอตั้งราคาสมเหตุสมผลจัดกิจกรรมโปรโมทชั่นบ้าง บริการหลังการขายเช่น การดูแลสุขภาพปลานำปลาไปฝากรักษาซึ่งก็มีบางฟาร์มทำอยู่แล้ว อาจจะถึงขนาดว่าน่าจะรับแลกเปลี่ยนปลาได้ตลอดไปไม่ใช่แค่ครั้งเดียวผมว่ามันจะเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง ซึ่งฟาร์มเขาควรจะช่วยผู้เลี้ยงด้วยนะครับในฐานะที่ฟาร์มก็คือฟาร์มซึ่งนำกลับไปเขาก็ขายใหม่ได้

Mr.koi: คิดว่าทิศทางของวงการปลาคาร์พในปีหน้าจะเป็นเช่นใด
คุณจรูญพันธ์: ผมว่ามีแนวโน้มที่น่าจะดีอย่างน้อยก็มีงานประกวดขึ้นมา มีปลาที่ดีมีมาตราฐานมากขึ้นการบริการที่ดีขึ้น ซึ่งแต่ก่อนมีไม่กี่ฟาร์มซึ่งเรียกว่าแต่ก่อนตลาดเป็นของผู้ขายก็ได้ปัจจุบันตลาดเป็นของผู้ซื้อมากขึ้น ผู้เลี้ยงมีความรู้มากขึ้นมีสังคมของผู้เลี้ยง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
 
Mr.koi: มีความคิดเห็นอย่างไรระหว่างปลาไทยและปลานอก
คุณจรูญพันธ์: ซึ่งหลายๆ คนบอกว่าเดี๋ยวนี้ปลาไทยไม่ได้แพ้ปลานอก แต่ความเห็นผมว่าดูแล้วก็ยังแพ้ปลานอกทั้งเรื่องโครงสร้าง สีสัน และแพทเทิร์น มันก็ผ่านตาเข้ามาบ่อยๆ ในเวปเราก็เห็นว่ามันก็ยังสู้ไม่ได้เราก็ยอมรับว่าต้นทุนมันไม่เท่ากันรวมถึงเรื่องสายเลือดสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย

Mr.koi: มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ website fancycarp.com และน่าจะมีสิ่งใดเพิ่มเติมอีกบ้าง
คุณจรูญพันธ์: อย่างที่เป็นอยู่ก็โอเคแล้วใช้ได้ ที่เหลือคงปลีกย่อยอย่างเช่นรูปร่างหน้าตาของเวป เรื่องการจัดแบ่งหัวข้อใน webboard เช่นหัวข้อวิจารณ์ปลา ควรแบ่งหัวข้อเพิ่มเติมออกไปแยกต่างหากจากกระทู้ และเรื่องอื่นๆ ปลีกย่อยที่เป็นเรื่องคุยกันแค่ในกลุ่มคนไม่กี่คน น่าจะแยกพื้นที่ให้เขาไว้ต่างหากอีกสักหน่อยก็ได้ไม่ต้องรวมไว้ในกระทู้ผมว่าท่านอื่นๆ ก็คงรู้สึกอย่างผม

Mr.koi: สุดท้ายนี้อยากให้ฝากอะไรไว้สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พ
คุณจรูญพันธ์: อยู่ที่กำลังทรัพย์ครับเริ่มเลี้ยงตามกำลังทรัพย์ที่เหมาะสมทุนน้อยก็สร้างบ่อเล็กก็ได้ แต่สร้างให้มันถูกหลัก ซึ่งสมาชิกหลายๆ ท่านก็มีบ่อที่เล็กแต่ก็เลี้ยงปลาได้ดีก็ต้องไปศึกษาดูสิว่าเขาเลี้ยงกันอย่างไร หากทุนเยอะทำบ่อใหญ่ก็ไม่ว่ากันและเรื่องที่ว่าเริ่มเลี้ยง จะต้องเลี้ยงปลาไทยก่อนผมว่าก็ไม่จำเป็น อยู่ที่กำลังทรัพย์ปลานอกเดี๋ยวนี้ก็ถูกลงไปเยอะก็ศึกษาให้ดีจริงๆ แล้วเข้ามาใน www.fancycarp.com ผมว่ามันก็ครบแล้วครับยิ่งกว่าจะหาตำราเล่มใดมาอ่าน แค่เรื่องสร้างบ้านให้ปลาคุณก็อ่านครึ่งวันก็ยังไม่จบสำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

    เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกหนึ่งมุมมองของชายผู้นี้ที่มุ่งมั่นต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ในการทำบ่อจนได้บ่อเลี้ยงที่ถูกใจตกแต่งอย่างเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติด้วยหินกรวดแม่น้ำ ขอบบ่อเลือกใช้กระเบื้องกันลื่นสีธรรมชาติตั้งอยู่กับมุมห้องรับแขก ซึ่งเป็นจุดเด่นอีกจุดของบ้านหลังนี้การออกแบบและตกแต่งเป็นฝีมือของคุณจรูญพันธ์ล้วนๆ ระบบบ่อกรองเป็นระบบหนึ่งชุดกรอง ภายใต้แผ่นไม้นั้นบรรจุไว้ด้วยปั๊มแช่ถึงสองตัว พ่นใต้น้ำเป็นหน้าที่ของเทราด้า สำหรับพ่นเหนือน้ำเป็นหน้าที่ของพระเอกสุดฮ๊อตในพ.ศ.นี้คือ คาเพนด้า จีเอ็ม 10 ซึ่งเปิดสลับกันควบคุมด้วยแผงสวิตซ์บอร์ด รอบบ่อรวมทั้งบ่อกรองในทุกช่องถูกอัดอากาศเพิ่มด้วยเครื่องทำอากาศของเมโด้ บ่อเลี้ยงขนาด 20 ตันไม่รวมบ่อกรองซึ่งเป็นบ่อขนาดมาตราฐานที่ดูแลได้ไม่ยาก และใช้ค่าใช้จ่ายไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับชายผู้นี้ Mr.koi@CNN และพี่พีรพัฒน์ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าของบ้าน และครอบครัวที่ดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดีมากๆ เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอาหารไทยผสมผสานกับอาหารจีนได้อย่างลงตัว เสริมพลังด้วยซุปไก่ใส่มันฝรั่งด้วยฝีมือของคุณแม่เรียกว่าแซบหลายๆ เด้อ ต่อท้ายด้วยของหวานเป็นข้าวเหนียวมะม่วง จบแค่ยกแรกนะครับดีนะที่ได้เริ่มลุยกระชอนกันต่อ มิเช่นนั้นอาจจะต้องนอนเฝ้าพระอินน์กันแน่เพราะฤทธิ์ของข้าวเหนียว หลังจากถ่ายรูปจนปลาหมดบ่อแล้วระฆังเกร้งยกสองจึงเริ่มต่อด้วย ขนมเค้กชิ้นโตจากร้านมีชื่อในเอ็มโพเลี่ยม ระฆังเกร้งที่สามเริ่มขึ้นตามติดมาด้วยไอศกรีมเย็นๆ และจบท้ายล้างคอ Mr.koi@CNN และพี่พีรพัฒน์ด้วยชาเขียวไฮเนเก้น โอ้ย! เรียกว่ามาบ้านนี้ไม่ได้เหนื่อยเรื่องตากแดดต้อนปลานะครับ แต่เหนื่อยเรื่องกินนี่ล่ะครับ ไว้วันหยุดยาวคราวหน้าท่านเจ้าของบ้านคงต้องเตรียมที่หลับที่นอนไว้ให้ Mr.koi@CNN ด้วยจะย้ายสัมมะโนครัวมาอยู่สักอาทิตย์หนึ่งรับรองเปรมปรีแน่ๆ ขอบคุณทุกท่านในครอบครัวไว้ ณ ที่นี่ด้วย


เรื่องโดย Mr.koi@CNN & คุณพีรพัฒน์
ภาพโดย Mr.koi@CNN