พูดจาภาษาโค้ย(2)

     ถ้าพูดถึงคนรุ่นพ่อที่คอลูกทุ่งแล้วล่ะก็คงจะไม่มีใครไม่เคยได้ยินเพลงนี้ล่ะครับ "กบมันจำศิล ถึงไม่ได้ยินเสียงกบ เคยร้องโอ้บๆ ระเบงเซงแซ่ไปกลางท้องนา เงียบแหละวังเวงเสียงเพลงเคยดังก้องฟ้า เงียบหายหน้าหายตา ผู้คนบ่นหากันอึงคะนึง กลับมาแล้วหนาหายหน้าไปพักนึง ด้วยหัวใจถูกนึ้ง รักหรอกจนซึ้งเลยถึงรสพระธรรม" ผมไม่ได้จำศิลที่ไหนหรอกครับเพียงแต่กลับไปเยี่ยมเมืองไทยมา 2 อาทิตย์ หลังจากพักฟื้นกินน้ำกินท่าเรียบร้อยแล้วก็คว้าคีย์บอร์ดหมับแล้วก็รีบเขียนมารับใช้ท่านผู้อ่านเลยล่ะครับ วันนี้ขออนุญาติทบทวนความจำท่านผู้อ่านกันนิดนึงด้วยเรื่องราวของ kohaku (โค้ฮักคุ)

4.)
ศัพท์คำนี้ประกอบขึ้นด้วยตัว kanji-hiragana (อักษรญี่ปุ่น) 5 ตัว
ตัวแรก (โค้ บางครั้งอ่านว่า เบนิ) แปลว่าสีแดง สีแดงตัวนี้จะหมายถึงแดงอมม่วงหน่อยๆ นอกจากแดงตัวนี้แล้วยังมี ศัพท์ที่มีความหมายว่าสีแดงอีกคือ (ฮิ) สีแดงอมส้ม หรือแดงเปลวเพลิง (อะกะ) แดงตัวนี้หมายถึงแดงทั่วๆ ไป ที่ไม่เจาะจง ตัวอย่างเช่น (อะคะ-เมะ) ตาแดง (อะคะ-ชินโก) สัญญาณไฟแดง
 
นอกจากสีแดงเหล่านี้แล้วยังมีอีกตัวที่นิยมใช้กันคือ

สีลูกพลับ สีแดงที่ออกสีส้ม ดูให้ดีๆ สีนี้แทบจะไม่เห็นสีแดง เผลอๆ เรียกว่าสีส้มน่าจะเหมาะกว่า



รูป 1 kohaku สีลูกพลับ / รูป 2 ลูกพลับ
 
ตัวที่สอง (ฮักคุ บางครั้งอ่านว่า ชิโระ) แปลว่าสีขาว
ตัวที่สาม (โน๊ะ) แปลว่าของ
ตัวที่สี่ (โก๊ะ บางครั้งอ่านว่า โหงะ) แปลว่าห้า
ตัวที่ห้า (นัน) แปลว่ายาก ความยาก ความลำบาก อุปสรรค
    รวมๆ กันแล้วศัพท์คำนี้แปลตรงๆ ได้ว่า "ความยากห้าประการของการเลี้ยง kohaku" หมายความว่าปลา kohaku ที่ดีจะต้องเอาชนะความยากลำบากทั้งห้าอย่างนี่ให้ได้ แปลทื่อๆ เหมือนสากกะบืออย่างนี้ก็เสียยี่ห้อผมหมด แปลใหม่ให้สละสลวยหน่อยน่าจะหมายความว่า "เบญจลักษณ์ของราชินีแห่งสายน้ำ" แปลเอาใจอาตี๋ อาเจ็กหน่อยก็ประมาณว่า "โหงวเฮ้งของ kohaku" เอาให้กระจ่างอีกนิดเดี๋ยวคุณๆ ท่านๆ เข้าใจผิด โหงวเฮ้งที่ว่านี่ไม่ใช่ "หน้าผากฟ้า นัยน์ตาเหยี่ยว คิ้วมัวกร จมูกสิงห์ ปากหมู" อย่างที่คุณๆ คิดกันหรอกครับ (ขืนมีปลาแบบนี้ก็สนุกแย่สิครับ) เบญจลักษณ์ที่ว่านี้ได้เล่าขานกันมาแต่โบร่ำโบราณและถือเป็นกำหนดว่าสุดยอดของ kohaku แล้วจะขาดข้อใดข้อหนึ่งในห้าข้อนี้ไม่ได้
  1. ทั้งสีแดงสีขาวจะต้องสดใส ขาวต้องไม่อมเหลือง แดงต้องสดใส
  2. ลวดลายสีแดงนั้นจะต้อง "คมชัดลึก" ห้ามเบรอเด็ดขาด
  3. ห้ามไม่ให้สีแดงเกินเลยเข้าไปในครีบหรือตา
  4. ลายสีแดงจะต้องอยู่เฉพาะครึ่งบนของลำตัวปลาขึ้นไป ห้ามเลื้อยลงมาเกินครึ่งท่อนล่าง
  5. ลายสีแดงจะต้องเว้นห่างจากโคนหางและปลายจมูกพอประมาณ
    อย่างว่าล่ะครับอย่างเพลงที่เขาร้องกัน "กาลเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนไปใจของคนก็วกวนเปลี่ยนตาม" สมัยเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ผู้หญิงสวยจะต้องเป็นคนที่เคี้ยวหมากแล้วก็ต้องฟันดำด้วย ถึงกับมีคำค่อนขอดผู้หญิงฟันขาวว่า "ฟันขาวเหมือนฟันหมา" ปลาโค้ยก็เหมือนกันครับมาตรฐานของ kohaku ก็ได้เปลี่ยนไปบ้าง อย่างเช่นปัญจุบันนักเลี้ยงปลาหันมาให้ความสนใจกับขนาดความโตของปลามากขึ้น ดังนั้นกฏเกณฑ์ข้อ 4 จึงเปลี่ยนไปเพราะปลาไซด์ใหญ่ จะขาดความหนักแน่นไปหากไม่มีลายแดงในตอนล่างของลำตัวมาเสริม เพื่อให้ปลาตัวนั้นเกิดความสมดุลและทรงพลังมากขึ้น ส่วนกฏเกณฑ์ข้อ 3 และข้อ 5 นั้นปัญจุบันอนุโลมให้บ้างหากปลาตัวนั้นมีข้อเด่นมาลบล้างข้อด้อยที่ว่าได้ ใครอยากได้รายละเอียดกว่านี้เชิญมุดเข้าไปอ่านที่นานาสายพันธ์ kohaku ครับ

5.)
ตัวที่หนึ่ง-สอง (สะดะโซ) เป็นชื่อของ Breeder ที่มีผลงานการผลิตปลาสาย sange ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่นฟาร์มหนึ่ง
ตัวที่สาม (โน๊ะ) แปลว่าของ
ตัวที่สี่ (มะรุ) แปลว่ากลม ทรงกลม วงกลม
ตัวที่ห้า (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก ความหมายของศัพท์คำนี้ยังลึกซึ้งขึ้นไปอีก หมายความถึงเส้นลายขีดเขียนด้วยหมึกซึ่งเป็นศิลปะและเอกลักษณ์ที่งดงามมากของชาวญี่ปุ่น
    สรุปแล้วศัพท์คำนี้หมายความว่า ลักษณะ sumi ของ Sadazo ที่มีเอกลักษณ์เป็นรูปวงกลม ซึ่งลักษณะของ sumi แบบนี้เป็นที่นิยมมาก

6.)
ตัวที่หนึ่ง-สอง (โทระโซ) เป็นชื่อของ Breeder ที่มีผลงานการผลิตปลาสาย sange ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่นอีกฟาร์มหนึ่ง
ตัวที่สาม (โน๊ะ) แปลว่าของ
ตัวที่สี่ (คะคุ) แปลว่ามุม เหลี่ยม
ตัวที่ห้า (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    สรุปแล้วศัพท์คำนี้หมายความว่า ลักษณะ sumi ของ Torazo ที่มีเอกลักษณ์เป็นรูปทรงเหลี่ยม

7.)
ตัวแรก (มะจิ) คำนี้เป็นคำกริยาแปลว่ารอ รอคอย
ตัวที่สอง (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    รวมแล้วศัพท์คำนี้หมายความถึง sumi ที่ยังไม่ปรากฏขึ้นมาผิวชั้นนอกของตัวปลาแต่ฝังลึกอยู่ใต้ผิว มีลักษณะเป็นสีดำเรื่อๆ เหมือนกับว่าผิวบริเวณนั้นช้ำ

8.)
ตัวแรก (เกียวชู) คำนี้เป็นคำกริยาแปลว่าหดตัวรวมเข้าหากันเป็นกลุ่ม หดตัวเล็กลง
ตัวที่สอง (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    รวมแล้วศัพท์คำนี้หมายความถึง sumi ที่กระจายอยู่ห่างกันแล้วหดตัวรวมเข้าหากันเป็นกลุ่ม

9.)
ตัวแรก (อะโต) คำนี้เป็นคำกริยาแปลว่าหลังจากนั้น ถัดจาก
ตัวที่สอง (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    รวมแล้วศัพท์คำนี้หมายความถึง sumi ที่ก่อนหน้านี้ฝังลึกอยู่ใต้ผิวแล้วภายหลังมีความเข้มขึ้น คมชัดขึ้นและโผล่ขึ้นมาอยู่บนผิวชั้นนอก

10.)
ตัวแรก (คะสะเนะ) คำนี้เป็นคำกริยาแปลว่าซ้อน ทับซ้อน
ตัวที่สอง (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    รวมแล้วศัพท์คำนี้หมายความถึง sumi ที่ทับซ้อนอยู่บนพื้นสีแดง

11.)
ตัวแรก (ซึโบะ) คำนี้เป็นคำนามแปลว่า จุด
ตัวที่สอง (ซุมิ) แปลว่าหมึก สีดำเหมือนหมึก
    รวมแล้วศัพท์คำนี้หมายความถึง sumi ที่ขึ้นเป็นจุด (แผ่น) อยู่บนพื้นขาว
 
วันนี้พอหอมปากหอมคอโปรดติดตามตอนต่อไปครับ oyasuminasai ครับ
เนื้อเรื่องโดย Mr.Koi@NHK (matsuyama)
01/09/2003