ดูปลา อ่านปลา แล้วค่อยเลือกปลา(1)
|
ขึ้นชื่อว่าหนุ่มไทยหัวใจปลาโค้ยแล้วล่ะก็ ไม่ว่ามือเก๊าเจ้าเก่าขาประจำ
ไม่ว่ามือใหม่ไก่อ่อนเพิ่งสอนขัน เวลาไปเลือกซื้อปลาล่ะก็เป็นต้องปรารถนา "ปลา 6 สอ กับ 2 ยอ" กันทุกผู้ทุกนาม เอ๊ะมันเป็นยังงัย เจ้า 6 สอ กับ 2 ยอ นี่ อยากรู้มาฟังกันครับ สีสรร : สดใส ลวดลาย : สุดสวย รูปร่าง : สมส่วน ราคา : ย่อมเยา แต่อย่างว่าล่ะครับถ้าจะเอาเฉพาะ 6 สอ น่ะพอมี แต่ถ้าจะเอา 6 สอ บวกกับ 2 ยอ น่ะหายาก หรือไม่ก็มีแต่สอเกิน กลายเป็น 9 สอ (สดใส สุดสวย สมส่วน สูงสุดสอย) เป็นที่รู้กันดีว่าสอกับยอไม่ชอบอยู่ร่วมกัน ลงอีหลอบนี้เซียนใหญ่เซียนน้อยที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็ต้องจำใจถอยกันระนาว เจ้าสัวกระเป๋าใหญ่ใจถึงจะยิ้มร่าก็ตอนนี้ล่ะครับ คงอย่างเขาว่ากระมัง "แข่งเรือแข่งพายพี่พอไหว แต่จนใจแข่งบุญวาสนา" แต่ก็มีไม่น้อยนะครับที่คนเราตามัวคว้าหมับขึ้นมานึกว่า "อัญมนีในสายน้ำ" พอเอาลงบ่อที่บ้านผ่านไปครึ่งปี มาดูอีกที "ไอ้หยา เพชรเก้" นี่หว่า เป็นธรรมดาครับโบราณท่านว่า "กิ้งกือยังตกท่อ สิบล้อยังรู้คว่ำ" เซียนปลาพลาดพลั้งขึ้นมาก็ "ตกบ่อ" ได้เหมือนกัน หลายท่านบอกว่านี่แหละความมันส์ของการเลี้ยงปลาคาร์ฟ ที่ว่ามันส์นะเห็นจะจริงครับ แต่คนที่มันส์น่ะคือคนขายปลานะครับไม่ใช่คนซื้อ นั้นเป็น case เซียนตกบ่อ ส่วนอีก case ถ้าปลานั้นสวยสะเด็ด สวยสุดยอดแล้วล่ะก็อย่าว่าแต่สเต๊กเลยครับ ต่อให้เอาเบนซ์มาแลกก็ไม่ยอม เผลอๆ คุณอาจจะเจอประโยคนี้เข้า "ลูกสาวน่ะถ้าอยากได้จะยกให้ แต่ปลาโค้ยในบ่อน่ะอย่าได้หวัง" เสี่ยรถเบนซ์เจอแบบนี้ก็มีสิทธิ์หงายเก๋ง รู้กันอย่างนี้แล้วว่าของดีราคาประหยัดนั้นหายาก แต่ไม่เป็นไรจุดประสงค์ของบทความชิ้นนี้ก็อยู่ที่วิธีสรรหาของดีราคามิตรภาพนี่แหละ แบบนี้เล่นไม่อยาก ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา คาถาทีว่านี่ก็สั้นๆ 2 คำครับ "เลี้ยงต้อย" มาถึงตรงนี้หลายท่านคงถึงบางอ้อ ใช่ครับการเลือกเลี้ยงต้อยปลาคาร์ฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราๆ ท่านๆ ปัญหามันจึงมาลงที่ว่าจะเลือกปลาแบบไหนมาเลี้ยง วันนี้ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขออนุญาติเขียนเอาใจแฟนๆ สามใบเถา (gosange) กันจะๆ ประเดิมแรกเริ่มเดิมทีกันตรงที่พี่รอง(sange) ก่อนนะขอรับ ส่วนพี่ใหญ่(kohaku) กับน้องเล็ก(showa) น่ะเอาไว้โอกาสหน้าฟ้าใสค่อยว่ากันใหม่อีกที ในส่วนตัวแล้วผมยังไม่มีความสามารถพอที่จะชี้แนะพี่ท่านดอกขอรับ เพียงแต่ขออนุญาตหยิบยกเรื่องราวที่นักเลงปลาชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ได้น่าฟัง จึงถือโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้บทความนี้ได้อรรถรส ผมขอเสริมความคิดเล็กๆ น้อยส่วนตัว อีกทั้งโดดข้ามบางประโยคเมื่อเห็นว่าผมแปลไม่ออก ว่ากันว่าการอ่านอนาคตของ Tosai-Sange เป็นเรื่องยากมาก สาเหตุหนึ่งนั้นเห็นจะเป็นเพราะว่า (sumi) ซุมิของปลาสายพันธ์นี้จะค่อยๆ โผล่ออกมาทีหลังหรือไม่ sumi ที่มีอยู่ก่อนแล้วจะค่อยๆ เลือนหายไป ทำให้ยากต่อการคาดเดาว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อปลาโตขึ้น sumi นั้นจะไปหยุดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ ปกติแล้วปลา Tosai ที่มี sumi ขึ้นบ้างแล้วจะอ่านอนาคตได้ง่ายกว่าชนิดที่ sumi ยังไม่ขึ้น ดังนั้นหากท่านคิดจะปั้นปลาซักตัวให้เป็นแชมป์ล่ะก็ไม่ควรมองข้ามปลาประเภทนี้ครับ หลายท่านคงเข้าใจดีแล้วว่า sumi นั้นเป็นตัวแปลสำคัญที่จะชี้ชะตาปลาสายพันธ์นี้ว่าจะรุ่งหรือจะร่วง เพียงแค่ sumi นี้ขึ้นผิดที่ผิดทางเมื่อไหร่ ปลาคาร์ฟตัวแพงจะเหลือราคาเท่าปลาช่อนทันที ดังนั้นหากจะเลือกปลาประเภทนี้โดยการพิจารณา sumi เป็นหลักคงจะไม่ผิดประเด็นนัก แต่ถ้าหากคุณคิดที่จะเลี้ยงปลาเพื่อประกวดแล้วล่ะก็ ขอแนะนำว่าควรพิจารณาคุณภาพและแพทเทินของลายแดงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่า เหตุผลก็คือส่วนใหญ่ปลาหลักประเภทนี้ยิ่งเป็นปลาสายพันธ์ที่มีคุณภาพมากเท่าไหร่พื้นสีแดงก็ยิ่งจางหายไปได้ง่ายเท่านั้น หากคุณนำปลาประเภทนี้ลงบ่อดินประมาณกลางเดือนกรกฎาคม (เดือนนี้เป็นฤดูร้อนของญี่ปุ่น) เมื่ออากาศร้อนอุณหภูมิน้ำสูงขึ้นและน้ำเริ่มเป็นสีเขียวเมื่อไหร่ ต่อจากนั้นอีกประมาณ 10 วัน โอกาสที่คุณจะเห็นปลา sange ของคุณกลายร่างเป็น shiro-bekko นั้นค่อนข้างสูงทีเดียวล่ะครับ หากคุณจะเลือกปลาที่ลายแดง มีข้อสังเกตุดังนี้ ลักษณะของลายแดงที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยนั้นให้สังเกตุที่ kiwa ของลายแดงที่หัว kiwa ที่ว่านี้ต้องมีลักษณะคมชัดไม่เป็นแดงซึมหรือแดงเบลอ ข้อสังเกตุอีกข้อหนึ่งก็คือ ลายแดงจะต้องเป็นแดงที่หนา นุ่มลึก เย็นตา ไม่ใช่แดงกระด้าง และไม่จำเป็นด้วยว่าจะต้องเป็นแดงเข้ม แดงอ่อนหรือแดงอมส้ม |
![]() |
![]() |
![]() |
|
จากข้อสังเกตุอันนี้คาดว่า sumi จะเพิ่มขึ้นเหมือนกับปลาในรูป A1 และ sumi
ที่ว่านี้จะลดลงเมื่อปลาอายุย่างเข้า 2 ขวบ แต่ sumi ทีครีบหน้าด้านขวาและครีบหางนั้นมีความกว้างและเป็น sumi ที่ขึ้นอยู่ตรงกระดูกหลักของครีบ ดังนั้น sumi
บริเวณที่ว่านี้น่าจะคงอยู่ตำแหน่งเดิมแต่จะหดตัวเล็กลงเมื่อปลาโตขึ้น ส่วนลายแดงบริเวณตอนกลางของลำตัวนั้นไม่ค่อยแดงเข้มเท่าที่ควร แต่ความเข้มของสีแดงที่ว่านี้ไม่น่าเป็นปัญหา
สิ่งที่สำคัญที่ควรใส่ใจเกี่ยวกับลายแดงนั้นน่าจะเป็นคุณภาพของลายแดงต่างหาก ลายแดงที่มีคุณภาพดีนั้นต้องเป็นแดงที่มีความนุ่มนวลนุ่มลึกเย็นตา ไม่ใช่แดงทื่อๆ
หรือแข็งกระด่าง การจะแยกแยะลักษณะของลายแดงที่ว่านี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ในการพิจารณาปลา tosai อยู่มากทีเดียว ข้อด้อยของปลาตัวนี้ก็คือลายแดงที่ขาดคุณภาพ คาดว่าเมื่อปลาโตขึ้นลายแดงที่ว่าคงจะเป็นลายแดงที่ไม่ค่อยจะสม่ำเสมอ แดงจัดบ้างแดงอ่อนบ้างซึ่งเป็นลักษณะของลายแดงที่ไม่พึงปรารถนา เพราะทำให้มองดูแล้วลายแดงของปลาตัวนี้ขาดความคงที่และไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณครึ่งท่อนบนซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขยายตัวมากเมื่อปลามีอายุมากขึ้น ลายแดงที่มีลักษณะแข็งกระด้างแบบนี้แดงจะเข้มขึ้นเร็วมาก รวมทั้งประกายแวววาวของผิวนั้นจะเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นปลาตามลักษณะที่ว่านี้เหมาะสำหรับเลี้ยงเพื่อส่งประกวดในช่วงสั้นๆ สาเหตุที่ปลาประเภทนี้เป็นปลาโตเร็วจึงมักจะทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของสีบนลายแดงเกิดขึ้น หากมองในระยะยาวแล้วปลาตัวนี้ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงเป็น tatekoi เพื่อส่งประกวดตั้งแต่ไซด์เล็กและขยับส่งประกวดในไซด์ที่โตขึ้นเรื่อยๆ ยกเว้นแต่ท่านที่เน้นและคาดหวังเฉพาะความใหญ่อย่างเดียวล่ะก็พอมีโกาสเจอฝันที่เป็นจริง |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
ค่อนข้างใหญ่และยังมีลักษณะเป็นทรงกลมอีกด้วย ถึงแม้ว่า sashi จะไม่คมชัดก็ตาม
แต่จัดว่าเป็น sumi ที่มีเสน่ห์ชวนมองมากทีเดียว ตำแหน่งของ sumi ของปลาในรูป B2 นี้เมื่อเทียบกับปลาในรูป B1 แล้วยังไม่มีการเคลื่อนที่แต่อย่างใด ในรูป B1
นั้นเป็นภาพถ่ายในขณะที่ครีบปลาตั้งตรงเลยไม่สามารถมองเห็น sumi ที่ครีบขวาได้ ดังนั้นพอนำรูปนี้มาเปรียบเทียบกับรูป B2 แล้วจึงมีความรู้สึกเหมือนกับว่า sumi
นั้นเพิ่มมากขึ้น บริเวณครีบหางนั้นมี sumi ที่เกิดขึ้นที่กระดูกหลักของครีบ ส่วนครีบกระโดงหลังก็มี sumi เกิดขึ้น จากจุดนี้เมื่อมองภาพโดยรวมแล้วทำให้ปลาตัวนี้มองดูมี
sumi ขึ้นเยอะเกินไป สาเหตุที่ทำให้ sumi เกิดขึ้นที่ครีบนั้นเห็นจะมีสาเหตุมาจากการที่นำปลาลงเลี้ยงในตู้ปลาแคบๆ เลยทำให้ปลาเกิดความเครียด
หากนำปลานี้ไปเลี้ยงต่อในบ่อดินกว้างๆ ก็จะทำให้ sumi เหล่านี้ลดน้อยลง tsubo-sumi ที่อยู่บนลำตัวนั้นแทบจะไม่มีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งเลย ดังนั้นอนาคตของปลาตัวนี้พอจะเดาได้ว่า มันจะโตขึ้นโดยมี sumi วางอยู่ในตำแหน่งเดิมเหมือนตอนนี้ sumi ทรงกลม(maru-sumi) ที่หัวไหลจะหดตัวเล็กลงและคงจะแยกออกจากลายแดงโดยสิ้นเชิง จนกลายเป็น tsubo-sumi ในที่สุด |
|
ท่านที่อ่านถึงตรงนี้แล้วพักกันก่อนนะครับ ใครที่อ่านบทความนี้อยู่ที่บริษัทในเวลาทำงานล่ะก็ มองขวา มองซ้าย
แล้วอย่าลืมมองข้างหลังด้วย ถ้าเจ้านายไม่อยู่เชิญอ่านต่อตอน 2 ครับ จากนิตยสาร NISHIKIGOI ฉบับเดือนสิงหาคม 2003 No.195 แปลและเรียบเรียงโดย Mr.Koi@NHK (Matsuyama) 20/09/2003 |