ดูปลา อ่านปลา ชูซุย(1)
|
ว่ากันว่าโค้ยเลิฟเวอร์ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นเลี้ยงปลาคาร์พที่สายพันธุ์ Kohaku แล้วก็มักจะจบลงด้วย
Kohaku อีกครั้ง ถึงกับมีคำพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "Kohaku de hajimari Kohaku de owaru" สรุปเป็นภาษาบ้านเราได้ง่ายๆ แบบไม่รัดกุมก็ประมาณว่า
"ยังงัยๆ ก็หนีไม่พ้นน้ำพริกถ้วยเก่า ปลาเจ่าถ้วยเดิม" ว่างั้นเถอะครับ จริงไม่จริงอันนี้ผมเห็นจะไม่กล้ายืนยัน แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มจะรู้สึกว่า
หนึ่งเดียวในดวงใจของคุณนั้นชักจะให้ความสุขแก่คุณไม่พอซะแล้ว และกำลังต้องการจะเติมเต็มสิ่งใหม่ๆ ให้แก่ชีวิตอยู่ล่ะก็ คุณโชคดีที่ได้เจอบทความนี้ ดูปลาอ่านปลาตอนนี้ผมขอนำเสนอท่านด้วยปลาโค้ยอีกสายพันธุ์ ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในหมวดลูกภรรยาเล็ก ในบรรดาปลาสวยงามแล้วคงไม่มีใครปฏิเสธว่า ปลาคาร์พเป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์จนจดจำกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ในปัจจุบันนั้นนักเลี้ยงปลาคาร์พมักให้ความนิยมอยู่เฉพาะสายพันธุ์หลักอย่าง Gosanke จนทำให้เกิดมีการมองข้ามความงามของปลาคาร์พสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีความงดงามมีความวิจิตรศิลป์ที่ไม่ด้อยไปกว่า "เจ้าสามใบเถา" นั่นเลย เพราะแต่ล่ะสายพันธุ์ย่อมมีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ทางสายพันธุ์อยู่ภายในตัวของมันเอง ชูซุยเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเสน่ห์ให้ชวนหลงไหลไม่น้อยไปกว่าสายพันธุ์ลูกภรรยาหลวงเลย และหลายท่านคงทราบแล้วว่าชูซุยนั้นก็มี keito อย่างที่ gosanke หรือสายพันธุ์อื่นมีเช่นกัน แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าชูซุยเป็น Edokko (เด็กเทพ) ปลาที่ผลิตขึ้นได้ที่เมืองหลวง ปลาคาร์พสายพันธุ์ซูซุยนี้เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นเมื่อ 90 กว่าปีที่แล้วมานี่เอง โดยอาจารย์ Akiyama แห่งมหาวิทยาลัยสัตว์น้ำ Tokyo การผสมในยุคต้นๆ นั้น ได้มีการนำเอาปลาคาร์พที่ว่ากันว่าเป็นสายพันธุ์ดั่งเดิมคือ Asagi ผสมข้ามสายพันธุ์กับปลาผิวมันสายพันธุ์เยอรมัน Doitsu แต่ Asagi ที่นำมาผสมในสมัยนั้น หน้าตาไม่ได้เหมือนกับ Asagi ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ในปัจจุบันนี่เลย Asagi ที่ว่านี้ว่ากันว่ามีรูปร่างหน้าตาไร้ความหล่อเหลาใกล้เคียงกับ Magoi ในปัจจุบันนี่ล่ะ Asagi ชนิดนี้สมัยนั้นบ้างก็เรียกกันว่า Asagi_sanshoku บ้างก็เรียกกันว่า Sanshu_koi ส่วนปลาผิวมันที่ว่านี้เป็นปลา Doitsu_koi สีดำที่มีเกล็ดค่อนข้างน้อย รับประทานง่ายจึงเป็นที่นิยมและนำเข้ามาบริโภคในญี่ปุ่นในสมัยนั้น อาจารย์ Akiyama ท่านคงนึกสนุกขึ้นมา เลยคิดไปว่าถ้าจับเอาปลา Doitsu สีดำเอามาพ่นสีใหม่คงได้ปลาคาร์พสายพันธุ์ใหม่ที่มีความงดงามไม่น้อย ชูซุยในสมัยแรกๆ นั้นหน้าตาไม่ได้สะสวยรวยเสน่ห์ดั่งที่ท่านได้เห็นในปัจจุบันนี่หรอกครับ ชูซุยในสมัยนั้นมีเกล็ดที่เป็นแนวเส้นขึ้นอยู่ข้างลำตัว ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นกันแล้วเพราะโค้ยที่มีลักษณะดังที่ว่ามานี้จะถูกคัดทิ้งตั้งแต่แบเบาะ ด้วยเหตุผลที่ว่าเกล็ดที่เรียงตัวอยู่ข้างลำตัวนั้นมักจะไม่เรียงเป็นแนวเส้นตรง แรกเริ่มเดิมที่เมื่อได้ปลาสายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมาท่านอาจารย์ Matsubara อธิการบดีมหาวิทยาลัยสัตว์น้ำ Tokyo ในขณะนั้นได้ตั้งชื่อให้ปลาน้องใหม่นี้ว่า (ชูซุย) ที่มาของชื่อนี้ท่านอธิบดี Matsubara อธิบายไว้น่าฟังว่า อาจารย์ Akiyama เป็นคนผสมพันธุ์ขึ้นมาก็เอาชื่อ kanji ตัวแรก Aki (ฤดูใบไม้ร่วง) ที่อ่านออกเสียงอีกอย่างว่า ชู (Shu) มาผสมกับอักษร kanji อีกตัว ซุย (Sui) ที่บ่งบอกลักษณะสีสันของปลาที่มีสีน้ำทะเล (สีฟ้า) เมื่อสองคำนี้ถูกผสมเข้าด้วยกันจึงอ่านออกเสียงได้ว่า "ชูซุย" ผมล่ะแอบฝันหวานอยู่เสมอว่าเหตุการอย่างนี้จะเกิดขึ้นบ้างกับคนไทย ขนาดเบียร์เรายังมีเบียร์ช้าง เบียร์สิงห์ให้มันรู้ไปสิว่าเราจะสร้างปลาคาร์พสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาไม่ได้ อ้าวเขียนเรื่องปลาอยู่ดีๆ ไหงมาลงที่เรื่องเบียร์ได้ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจเดินลงไปคว้ากระป๋องเบียร์ที่ Seven Eleven ข้างล่างตึกนี่ ตกลงความเป็นมาเป็นไปของชูซุย ก็เป็นฉันท์นี้ หลังจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นชูซุยอย่างที่เห็นอยู่ในบ่อของคุณๆ ท่านนี่ล่ะครับ ปลาสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมและเพาะพันธุ์อยู่ในหลายจังหวัดในญี่ปุ่นเช่น Hiroshima Nara Niigata และหลังจากมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นได้ไม่ถึง 100 ปี ปลาสายพันธุ์นี้ก็ได้กลายเป็น ราชินีในดวงใจของใครๆ หลายคนในปัจจุบัน จนบางครั้งทำเอาราชินีตัวจริงในบ้านอิจฉาตาร้อนขึ้นมาจนแทบอยากจะทุบบ่อทิ้งเชียวล่ะครับ ถ้าพึ่งเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นที่บ้านของคุณ ผมขอแนะนำว่า "หยุดอ่านบทความแห่งความแตกร้าว" นี่ซะ เพราะมันจะทำให้คุณคันไม้คันมือแถมนึกอยาก "มีใหม่" ขึ้นมาจั๊งหนับ ถึงแม้คุณจะบอกว่าคุณได้จบลงตรงลูกภรรยาหลวง (โค้ฮัคคุ) แล้วก็ตาม คุณจะน้ำลายหกเมื่อเหลือบไปเจอลูกภรรยาเล็ก (ชูซุย) นี้เข้า คราวนี้มาพูดถึงการดูลักษณะของปลาโค้ยสายพันธุ์นี้บ้าง ลักษณะเด่นของปลาชูซุยนี่ก็คือ การเรียงตัวที่เป็นระเบียบ และสีสันที่งดงามของเกล็ดบนแผ่นหลัง ซึ่งปกติลักษณะของเกล็ดที่มีสีนั้นหาดูได้ค่อนข้างยากในปลา Doitsu สายพันธุ์อื่น ดั่งจะเห็นได้ว่าเกล็ดของปลา Doitsu ชนิดอื่นอย่างเช่น Doitsu_kohaku Doitsu_sanke นั้นเป็นเกล็ดที่โปร่งใสหรือไม่ก็เป็นสีขาว ถึงแม้จะมีสีอื่นหลงติดมาบ้างนั่นก็มีเพียงน้อยนิด เนื่องจากปลาชูซุยถูกพัฒนาขึ้นจาก Asagi ดั่งนั้นการพิจารณาความงามจึงยึดเอาการพิจารณาที่คล้ายคลึงกับปลาสายพันธุ์ต้นฉบับ อย่างเช่นสีแดงส้มข้างลำตัวต้องมีขนาดที่สมดุลย์กันทั้งฝั่งซ้ายและขวา ข้อเด่นที่เป็นตัวชี้วัดความนิยมของชูซุยก็คือปลาจะต้องมี "Aka-me" ขอบตาแดง "Yatsuko-hi" แก้มแดง รวมทั้งครีบหน้า ครีบกระโดงหลัง ครีบหาง ที่มีสีแดงนั้นก็จัดว่าเป็นข้อเด่นด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่ข้อบังคับตายตัวถึงกับว่าจะต้องมีให้ได้ อย่างเช่นปลาที่ไม่มี MotoAka แต่ถ้าหากลักษณะเด่นตรงส่วนอื่นเข้าตำรา ก็สามารถขับให้ปลาตัวนั้นเป็นปลาที่สวยงามเข้าตากรรมการได้เช่นกัน นอกจากนี้ข้อสำคัญอีกข้อที่จะชี้ชะตากรรมปลาชูซุยว่าจะได้อยู่ในบ่อวัดหรือในบ่อบ้านก็คือ Muda-koge (เกล็ดชุ่ย) เกล็ดส่วนเกิน เกล็ดที่ขึ้นในที่ที่ไม่ควรขึ้น เกล็ดที่ไม่จำเป็น เช่นเกล็ดที่ขึ้นบริเวณข้างลำตัว บริเวณหน้าผาก เกล็ดแบบนี้ถ้าเปรียบกับของคนก็คงได้แก่ขนหน้าแข้งที่ขึ้นบนขาสาวๆ นั้นล่ะครับ ขนเหล่านี้ล่ะที่ทำเอาสาวแก่สาวอ่อน สาวประเภทสอง สาวประเภทสามอยากผูกคอตายไปตามๆ กันมามากต่อมากแล้ว "ปลาชูซุย" นี่จะกลายเป็น "ปลาชุ่ย" ต้องลงไปลอย "ขอเศษอาหารเขาทานเหลือ" ในบ่อวัดอย่างคุณโค้ยเจ้าสำราญเค้าร่ายกลอนไว้ก็ขึ้นอยู่กับ (เกล็ดชุ่ย) นี่ล่ะครับ และข้อเสียร้ายแรงอีกข้อที่จะตอกย้ำให้ชูซุยต้องกลายเป็นอาราม fish เต็มขั้นก็คือสีดำ (sumi) และขี้แมลงวัน สีดำและขี้แมลงวัน จะเป็นตั๋วใบสุดท้ายที่จะส่งปลาสายพันธุ์นี้ไปอยู่บ่อวัดก่อนวัยอันสมควร สำหรับท่านที่เคยเลี้ยงปลาสายพันธุ์นี้คงได้รับประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดในข้อที่ว่านี่แล้ว ว่ากันว่าชูซุยเป็นปลาที่ค่อนข้างจะเลือกน้ำ สาเหตุหนึ่งเห็นจะมาจากตอนที่ท่านอาจารย์ Akiyama ได้พัฒนาปลาสายพันธุ์นี้ขึ้นนั้น ท่านได้ใช้น้ำขังในธรรมชาติในจังหวัด Chiba ซึ่งน้ำในจังหวัดนี้มีชื่อในการใช้เพาะพันธุ์ปลาทอง น้ำในจังหวัดนี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำที่ขังอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งต่างจากน้ำในจังหวัด Niigata ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาต่างๆ เมื่อหิมะละลายในฤดูร้อน |
![]() ปลา Doitsu ที่ถือเป็นต้นตระกูลของ Shusui |
|
ทำนายอนาคตปลาจากสีดำที่ปากและสีแดงที่กลางหลัง หัวของชูซุยในอุดมคติแล้วต้องสะอาดไม่ขุ่นดำหรือขุ่นมัว ปลาเมื่อตอนอายุโตไซมักจะมีเส้นสีดำฝังลึกที่บริเวณหัว ดูไม่ค่อยจะสะอาดสะอ้าน ดำในลักษณะอย่างนี้เรียกว่า Chobo-sumi (โจ๊ะโบะ-ซุมิ) sumi แบบนี้จะหายไปเมื่อปลามีอายุมากขึ้น และ sumi แบบนี้ก็ไม่ใช่ตัวแปรที่จะบ่งบอกได้ว่า sumi จะลามไปสู่ลำตัวหรือไม่ การดูลักษณะของปลาโตไซให้สังเกตุที่บริเวณหัวคือ จากตาไปจรดปากบริเวณพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเมื่อปลาอายุมากขึ้น จะมีลักษณะที่ดีหรือไม่ เมื่อลูกปลา Ikeage ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีขนาดความยาวของลำตัวอยู่ในช่วง 10-15 ซม. ลูกปลาไซร์ขนาดนี้เกล็ดที่ท้ายทอย (Onikoge) และเกล็ดบริเวณสันหลังจะยังไม่เป็นสีฟ้า แต่จะมีลักษณะเป็นสีใสอยู่ ถึงกับบางครั้งทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็น Doitsu-kohaku ไปก็มี Onikoge และเกล็ดบริเวณสันหลังหากมีการเรียงตัวเป็นระเบียบ และเว้นระยะห่างที่พองามแล้วก็เชื่อได้เกินครึ่งเลยว่าเมื่อปลาโตขึ้น คุณจะเป็นเจ้าของปลาชูซุยที่สวยงามมากตัวหนึ่งเลยทีเดียว เคยมีผู้รู้บางท่านกล่าวไว้ว่า "ปลาชูซุยที่ดีควรจะมีสีแดงที่หลัง" แต่สีแดงบริเวณที่ว่านี้จะหาดูแทบไม่มีเอาซะเลยในปลาอายุ Tosai ถ้ามัวแต่ตามหาปลาในลักษณะที่ว่านี้ เห็นทีจะต้องรอจนบ่อพัง แต่หากคุณจะหาปลาที่มีลักษณะอย่างที่ว่านี้จากปลา Nisai โอกาสที่คุณจะมีได้พบมีไม่น้อยเลยทีเดียว ปลาที่มีสีแดงที่สันหลังนั้นพอจะอ่านอนาคตได้ว่า ปลาตัวนั้นจะมีพื้นแดงที่มีคุณภาพ และ kiwa ของลายแดงที่คมชัดไม่เบลอนั้นพอจะคาดเดาได้ ปลาที่มีลักษณะเช่นนี้ในอนาคตลายแดงมีโอกาสเลือนลางจางหาย หรือย้ายตำแหน่งไปได้ง่าย ซึ่งลายแดงนั้นนับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของชูซุยมากทีเดียว เมื่อปลาอายุโตไซนั้นลายแดงที่ว่านี้มักจะมีสีเหลืองบ้างสีส้มบ้าง หากต้องการขับให้สีแดงนี้แดงเข้มขึ้น ขอแนะนำว่าควรใช้น้ำแคร๊อทคลุกเคล้ากับอาหารเลี้ยงปลา ส่วนบริเวณสีพื้นคือบริเวณที่ไม่มีเกล็ดขึ้นนั้นว่ากันว่า สีที่ดีควรจะเป็นสีขาว แต่เท่าที่เรียบเรียงเคียงถามผู้เพาะพันธุ์ชูซุยดูกลับได้คำตอบที่แตกต่างกันออกไปว่า ปลาที่มีพื้นสีขาวนั้นใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือพื้นผิวที่ว่านี้จะต้องไม่ตกกละ พื้นสีขาวหรือว่าสีฟ้าอ่อนที่ว่านี้ควรเป็นสีฟ้าอ่อนโปร่งบาง หากพื้นสีฟ้าอ่อนที่ว่านี้มีลักษณะเป็นสีฟ้าที่ทับซ้อนกัน 2 ชั้นหรือ 3 ชั้นจนทำให้พื้นผิวเป็นสีทึบ ลักษณะของสีฟ้าทึบนี้พอจะบอกได้ว่าปลาตัวนั้นมีเม็ดสีที่ประกอบไปด้วย melanin อยู่มาก ดังนั้นปลาในลักษณะนี้จะมีโอกาสที่สีดำจะขึ้นตามมาทีหลังค่อนข้างสูง ดั่งที่กล่าวไว้แล้วในข้างต้นปลาที่มีสีพื้นเป็นสีขาวนั้นก็ใช่ว่าปลาตัวนั้นจะโตขึ้นและสวยงามเสมอไป ตรงกันข้ามปลาที่มีสีพื้นเป็นสีขาวนั้นเมื่อโตขึ้นกลายเป็นชูซุยที่มีลักษณะเหมือนกับ Doitsu_kohaku ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ การดูว่าปลาที่สีดำขึ้นได้ยากนั้น พอจะสังเกตได้จากสีระหว่างรอยต่อของลำตัวและหัวของปลาที่มีสีแตกต่างกัน สีที่บริเวณลำตัวควรเป็นสีฟ้าอ่อน ส่วนสีที่บริเวณส่วนหัวควรเป็นสีที่มีโทนเหลืองหน่อย ปลาลักษณะที่ว่านี้เมื่อเทียบกับปลาที่มีลักษณะสีของส่วนหัวและลำตัวกลมกลืนกันจะมีสีดำขึ้นได้ยากกว่า ลักษณะรูปร่างของชูซุย ลักษณะของปลาชูซุยตัวเมียมักจะมีข้อด้อยทางสายพันธุ์ตามแบบฉบับของปลา Doitsu คือ ท้องจะย้อย ดังนั้นการเลือกปลาสายพันธุ์นี้ควรจะเลือกปลาที่มีส่วนสูงจากท้องถึงสันหลังมากหน่อย โครงสร้างของส่วนหัวต้องใหญ่แน่น และลักษณะดั่งว่านี้ก็เป็นข้อควรปฏิบัติในการเลือกปลาสายพันธุ์อื่นเช่นกัน และก็ควรจะใส่ใจให้มากเป็นพิเศษเมื่อเลือกปลาสายพันธุ์ชูซุย ถ้าหากคิดจะเลี้ยงในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อจะส่งประกวดแล้วล่ะก็ ควรเลือกปลาที่มีสีพื้นเป็นสีฟ้าอ่อน ในปัจจุบันการตัดสินปลาชูซุยนั้น นิยมให้คะแนนการเรียงตัวที่เป็นระเบียบของโคะเหงะมากกว่าลวดลายของสีแดง แต่เป็นที่น่าเสียดายอยู่อย่างว่า ปลาตามลักษณะที่ว่ามานั้นมักจะมีสีดำโผล่ขึ้นมาเมื่อปลาอายุมากขึ้น จึงพอจะพูดได้ว่าปลาในลักษณะดั่งนี้เหมาะที่จะเลี้ยงเพื่อการชิงถ้วยในระยะสั้นมากกว่า แต่ถ้าหากคุณคิดจะพิชิตเอาเหรียญทองจากการเลี้ยงมาราทอนแล้วล่ะก็ เห็นจะประสบความสำเร็จได้ยากหน่อย ปลาโค้ยเกือบจะทุกสายพันธุ์จะมีการพัฒนาที่เร็วมากเมื่อปลาอายุหนึ่งถึงสองขวบ ช่วงอายุขนาดนี้ถ้าลองนำลงเลี้ยงในบ่อดิน คุณจะสังเกตุเห็นการพัฒนาของชูซุยได้มากทีเดียว ช่วงอายุ 2-3 ขวบปลาจะโตขึ้นมาก ลายแดงบนแผ่นหลังก็เริ่มจะปรากฏตัวให้เห็นได้ชัดขึ้น เมื่อปลาอายุ 3-4 ขวบปลาก็เริ่มจะพัฒนาเต็มที่ ปลาชูซุยนั้นเป็นปลาอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เลี้ยงให้ได้ขนาด 80-90 ซม. ได้ยากมาก แต่ก็ไม่ยากจนทำไม่ได้ซะที่เดียวถ้าหากคุณมีความพยายาม เรียนรู้ keito ของชูซุยได้จากการเรียงตัวของ Oni-koge ปลาสายพันธุ์ชูซุยนี้ก็มี keito ดั่งเช่น kohaku sanke เหมือนกัน การพิจารณาเกล็ดบนแผ่นหลังของปลาชนิดนี้สามารถบอกให้เรารู้ถึง keito ของปลาได้เช่นกัน ลักษณะของ onikoge นั้นพอจะแยกคร่าวๆ ได้ 3 ลักษณะคือ 1)onikoge แบบเกล็ดเดี่ยว ลักษณะเฉพาะของเกล็ดเดี่ยวนี้ก็คือ เกล็ดที่เรียงตัวกันเป็นแถวแบบเกล็ดแผ่นเดียว แถวเดียว 2)onikoge แบบเกล็ดคู่ ลักษณะเฉพาะของเกล็ดคู่นี้ก็คือ เกล็ดที่เรียงตัวเป็น 2 แถวในแนวเส้นตรงตั้งแต่บริเวณท้ายทอยจนถึงกลางหลัง 3)onikoge แบบเกล็ดเดี่ยวผสมเกล็ดคู่ ลักษณะเฉพาะของเกล็ดแบบนี้ก็คือลักษณะที่เรียงตัวแบบเกล็ดเดี่ยวบริเวณท้ายทอย แล้วค่อยแตกออกมาเป็น 2 แถวจนถึงบริเวณกลางหลัง ซึ่งลักษณะในแบบที่ 3 นี้เป็นลักษณะเด่นทางสายพันธุ์ของฟาร์ม Tamaura ในจังหวัด Hiroshima |
![]() |
ปลาในรูป 1-A นี้เป็นปลาจากฟาร์ม Tamaura ในจังปวัด Hiroshima จากรูปจะเห็นได้ว่าปลาตัวนี้มีขอบตาแดง แก้มแดง มี Moto-Aka มีเส้นแดงที่ครีบหลัง ลายแดงทั้งฝั่งซ้ายและขวามีความสมดุลย์ และมีการเรียงตัวของ onikoge ค่อนข้างดีมาก จะมีข้อเสียก็คือมีแต้มแดงเลอะออกมาหน่อย สีที่บริเวณหัวนั้นไม่ขาวสนิท แต่ค่อนข้างจะออกสีเหลือง สีของเกล็ดนั้นยังถือว่ายังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะขอบของเกล็ดยังขาดความคมชัดอยู่ | ![]() |
ปลาในรูป 1-B เป็นปลาตัวเดียวกันหลังจากเลี้ยงในบ่อดินได้ครึ่งปี จากในรูปจะเห็นได้ว่าปลาตัวนี้โตขึ้นจากเดิมประมาณ 10 ซม. รูปร่างโดยทั่วไปแล้วมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ส่วนที่มีการพัฒนามากที่สุดก็คือ onikoge สีของเกล็ดเข้มและคมชัดมากขึ้น รวมทั้งสีแดงของลายแดงก็มีความเข้มและคมชัดมากขึ้นเช่นกัน นี่คือตัวอย่างการเจริญเติบโตของปลาชูซุยจาก 2-3 ขวบ นอกจากขนาดที่โตขึ้นแล้วถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นว่า บริเวณพื้นขาวที่แก้มนั้นมีขนาดเล็กลง |
| เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็คือลายแดงได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วน motoaka ก็ขยายวงกว้างขึ้นเล็กน้อย จากจุดสังเกตุตรงนี้พอจะบอกได้ว่าลายแดงของปลาตัวนี้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น ว่ากันว่าลักษณะของลายแดงแบบนี้จะเพิ่มขึ้นในทิศทางที่หันเข้าหาลายแดงบนครีบหลัง จากรูปจะเห็นพัฒนาการของปลาตัวนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือสีบริเวณลำตัวและบริเวณหัวเริ่มกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน หลังจากเอาลงบ่อดินในคราวต่อไปในปีหน้าเมื่อปลาอายุ 4 ขวบคงจะพัฒนามากขึ้นกว่านี้และคงจะ finish ในไม่ช้า |
![]() |
ปลาในรูป 2-A ปลาในรูปเป็นของฟาร์ม Tamaura อีกเช่นกัน ปลาตัวนี้มีอายุ 3 ขวบ สังเกตุจาก onikoge จะเห็นได้ว่าเป็นลักษณะของ onikoge แบบที่ 3 ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของปลาฟาร์มนี้ ปลาตัวนี้มีขอบตาแดง แก้มแดง และมี moto-aka ถึงจะไม่มีสีแดงตรงครีบหลังแต่ลักษณะโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นลายแดงรวมทั้งการเรียงตัวของเกล็ด onikoge นั้นถือว่าใช้ได้ทีเดียว พื้นผิวที่บริเวณหัวก็สะอาดไม่ขุ่นมัว | ![]() |
รูป 2-B ปลาในรูปนี้ถ่ายเมื่อครึ่งปีถัดมา หลังจากนำปลาลงเลี้ยงในบ่อดินจะเห็นได้ชัดว่าเมื่อปลาตัวนี้มีอายุ 3 ขวบ นั้นไม่มีสีแดงที่ครีบกระโดงหลัง จากลักษณะดังนี้พอจะพูดได้ว่าลายแดงที่ครีบกระโดงหลัง สามารถพัฒนาขึ้นได้ในปลาที่อายุมากแล้ว จากรูปจะเห็นว่าแก้มแดงขยายตัวขึ้นเล็กน้อย จากลายแดงที่ครีบกระโดงหลังพอจะเดาได้ว่า ในอนาคตลายแดงของปลาตัวนี้จะเพิ่มมากขึ้น |
| onikoge รูปพระจันทร์เสี้ยว |
![]() |
รูป 3-A รูปนี้ถ่ายเมื่อตอนปลาอายุ Tosai เป็นปลาของฟาร์ม Sakai ซึ่งได้นำพ่อแม่พันธุ์รุ่นแรกๆ มาจากจังหวัด Nara จากรูปจะเห็นได้ว่า onikoge นั้นมีลักษณะเป็นเกล็ดคู่และรูปร่างของ onikoge นี้มีรูปร่างเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว นี่คือลักษณะเด่นของปลาชูซุยของ Sakai ฟาร์ม จากรูปจะเห็นได้ว่าปลาตัวนี้ไม่มี motoaka แต่ว่ามีแก้มแดงที่เป็นลักษณะพื้นฐานของชูซุย | ![]() |
รูป 3-B รูปนี้ถ่ายหลังรูปแรกครึ่งปีเมื่อตอนปลาอายุ 2 ขวบ ขณะที่ปลาตัวนี้อายุ Tosai จะเห็นได้ว่าสีของ onikoge นั้นเป็นสีอ่อน พอปลาอายุ 2 ขวบ onikoge ก็เริ่มมีสีที่เข้มขึ้น พร้อมกันนี้ onikoge ก็แข็งและคมชัดขึ้น หลายท่านเลือกปลา Tosai โดยพิจารณาจาก onikoge นั้นขึ้นชัดหรือยัง แต่ในความเป็นจริง onikoge ของปลา Tosai จะยังขึ้นไม่ชัดซึ่งตรงกันข้ามกับที่หลายคนได้คาดหวังเอาไว้ หากท่านลองเลี้ยงปลาท่ี onikoge ยังขึ้นไม่ชัดเจนนักแต่หากว่าปลาตัวนั้นมี onikoge ที่เรียงตัวเป็นระเบียบแล้วล่ะก็ เมื่อเวลาผ่านไปสักปีครึ่ง |
|
ท่านจะสังเกตุเห็นว่าเจ้าลูกปลาขี้เหล่ ตัวนั้นงดงามมากขึ้นจนผิดหูผิดตาเลยทีเดียว
จากรูปคุณจะสังเกตุเห็นอีกว่าลายแดง 2 ตอนที่บริเวณปากนั้นเปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ชัดว่าลายแดงตอนที่อยู่ใกล้ปากนั้นมีขนาดที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ส่วนลายแดงตอนที่ 2 นั้นมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งลายแดงที่แก้มก็เล็กลงด้วย ดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้นปลาชูซุยที่มี keito มาจากฟาร์ม sakai นั้น
ลายแดงมักจะหดตัวเล็กลงเมื่อปลาอายุมากขึ้น หากท่านเลือกที่จะเลี้ยงปลา Tosai จากฟาร์มนี้ควรตระหนักว่าลายแดงครึ่งท่อนบนนั้นจะหดตัวเล็กลง
จึงควรที่จะเลือกปลาที่มีลายแดงที่ครึ่งท่อนบนมากหน่อย และคุณจะได้ปลาที่มีลายแดงที่สมดุลย์เมื่อปลาอายุมากขึ้น อ่านถึงตรงนี้แล้วเป็นงัยบ้างครับ วิญญาณนักเจียรไนอัญมณีมีชีวิตของคุณเริ่มจะผุดขึ้นมาบ้างหรือยัง ผมก็ได้แต่หวังว่าตลาดปลาในตอนนี้คงยังพอมีปลาชูซุยให้คุณได้ลองวิชาหลงเหลืออยู่บ้าง แล้วอย่าลืมล่ะครับว่ายุทธวิธี ดูปลา อ่านปลา แล้วค่อยเลือกปลาอย่างเดียวน่ะยังไม่เพียงพอ ยังต้องดูกระเป๋าตังค์ แล้วก็ที่สำคัญอย่าลืมดูบ่อที่บ้านด้วยล่ะว่า ว่างพอที่จะรับลูกภรรยาใหม่นี่หรือเปล่า ถ้าไม่พอผมขอแนะว่า "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" จะดีกว่าครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับ จากนิตยสาร NISHIKIGOI ฉบับเดือนตุลาคม 2003 No.197 แปลและเรียบเรียงโดย Mr.Koi@NHK (Matsuyama) 03/05/2004 |